ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก เมษายน, 2014

Technical Room-013: การวัดความหนาโดยใช้คลื่นเสียง Ultrasonic / Tonan Asia Autotech

การวัดความหนาโดยใช้คลื่นเสียง Ultrasonic  คลื่นเสียงอัลตร้าโซนิกส์ เป็นคลื่นเสียงที่มีความถี่ระดับสูงกว่า 20 กิโลเฮิรตซ์และได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางในด้านอุตสาหกรรมการผลิตการแพทย์และเครื่องมือตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์ สำหรับการวัดความหนาของวัสดุ เทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตร้าโซนิกส์ ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเช่นกัน 
ในระยะแรก เครื่องมือวัดความหนาเป็นระบบแอนะล็อก (analog sysytem) มีแหล่งกำเนิดเสียงอัลทราโซนิกส์แบบลักษณะทางกล  (mechanical type) โดยคลื่นเสียงอัลตร้าโซนิกส์จะวิ่งผ่านชิ้นงานที่ถูกตรวจวัดและสะท้อนกลับมายังอุปกรณ์รับสัญญาณที่มีลักษณะคล้ายไมโครโฟน  การแปลงและการแสดงสัญญาณผลของการวัดใช้หลอดรังสีแคโทด (cathode raytube) แสดงดังรูปที่ 1 เครื่องมือวัดมีขนาดใหญ่และต้องอาศัยผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์สูงและผ่านการอบรมทางด้านนี้โดยตรง

ในเวลาต่อมา นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาเครื่องมือวัดความหนาที่ใช้งานง่ายและสะดวก ซึ่งปัจจุบันเครื่องมือรุ่นใหม่เป็นระบบดิจิทัล(digital system) ที่อาศัยการทำงานร่วมกันของหัววัดที่ทำจากวัสดุเพียโซอิเล็กทริก ไดโอดเปล่งแสง (light emit-ting diode LED) และวงจร…

Technical Room-012: การตรวจสอบความดังเสียง ( Noise Measurement)

การตรวจสอบความดังเสียง ( Noise Measurement) 1. นิยาม เสียง (Sound) คือ พลังงานรูปหนึ่งที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของโมเลกุลของอากาศ ทำให้เกิด การอัดและขยายสลับกันของโมเลกุลอากาศ ความดันบรรยากาศจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงตามการเคลื่อนที่ของโมเลกุลอากาศ เรียกว่า คลื่นเสียงความถี่ของเสียง (Frequency of Sound) หมายถึง จำนวนครั้งของการเปลี่ยนแปลงความดันบรรยากาศตามการอัดและขยายของโมเลกุลอากาศในหนึ่งวินาที หน่วยวัด คือ รอบต่อวินาที หรือ เฮิรตช์(Hertz ; Hz)เสียงดัง (Noise) หมายถึง เสียงซึ่งไม่เป็นที่ต้องการของคนเพราะทำให้เกิดการรบกวนการรับรู้เสียงที่ต้องการหรือความเงียบ และเป็นเสียงที่เป็นอันตรายต่อการได้ยิน ความดังเสียงขึ้นอยู่กับความสูงหรือแอมปลิจูด (Amplitude) ของคลื่นเสียง ส่วนความทุ้มแหลมของเสียงขึ้นกับความถี่ของเสียงเดซิเบลเอ ; dBA หรือ เดซิเบล (เอ) ; dB(A) เป็นหน่วยวัดความดังเสียงที่ใกล้เคียงกับการตอบสนองต่อเสียงของหูมนุษย์ TWA ; Time Weighted Average ค่าเฉลี่ยระดับความดังเสียงตลอดระยะเวลาการสัมผัสเสียง
2. ประเภทของเสียง 1. เสียงดังแบบต่อเนื่อง (Continuous Noise) เป็นเสียงดังที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อ…

Technical Room-011: ส่วนประกอบกล้องจุลทรรศน์ (Parts of the Microscope)/Tonan Asia Autotech

The Eyepiece: เลนส์ตาเป็นเลนส์ที่เราใช้ตาส่อง ส่วนใหญ่กำลังขยายจะอยู่ที่10เท่า
The Objective Lens: เลนส์ใกล้วัตถุ กำลังขยายจะมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับกล้องไมโครสโคป ส่วน                                 ใหญ่จะอยู่ที่ 0.7 -4.5 ในกล้องStereomicroscope แต่ถ้าเป็นกล้อง Biological                               จะมีเลนส์ใกล้วัตถุอย่างน้อย 4 เลนส์ กำลังขยายแบ่งเป็น4X 10X 40X 100X
The Stage: แท่นสำหรับวางชิ้นงาน
The Coarse Focus: ปุ่มปรับภาพหยาบ
The Fine Focus: ปุ่มปรับภาพละเอียด
The Light: ชุดไฟใช้ส่องเพื่อให้มองเห็นชิ้นงานที่นำมาตรวจสอบ
The Slide: แผ่นกระจกใช้สำหรับวางชิ้นงานที่ต้องการตรวจสอบ
A Coverslip: แผ่นกระจกขนาดบางใช้ปิดชิ้นงานตัวอย่างบนกระจกสไลด์
The magnification of a microscope: กำลังขยายของกล้องไมโครสโคป คำนาณได้จากสูตร กำลัง                                                      ขยายเลนส์ตา X กำลังขยายเลนส์วัตถุ

สามารถดูสินค้าเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ที่มา http://www.teachnet.ie/tburke/cell/microscope.html

Technical Room-010 : เทคนิคการปรับโฟกัสของกล้อง Zoom Stereo Microscope

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมนำเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่จะช่วยให้การใช้งานกล้อง Microscope ของท่านมีประสิทธิภาพมากขึ้นแถมยังเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานและสะดวกสบายอีกด้วย ซึ่งเทคนิคที่ว่ามานี้ก็คือการปรับโฟกัสของกล้อง Microscope ที่จะทำให้ทุกๆกำลังขยายของกล้องชัดทั้งหมดโดยไม่ต้องหมุนปรับอีกเลย
               ก่อนอื่นผมจะอธิบายหลักการทำงานคร่าวๆของกล้อง Stereo Microscope ให้ฟังซักเล็กน้อยนะครับ การทำงานของกล้องจะเกิดจากสองส่วนใหญ่ๆเล็กนั่นก็คือ ชุดเลนส์ตา (Eyepiece Lens) ซึ่งจะเป็นเลนส์ที่อยู่ใกล้กับตาของเราให้เราส่องลงไปนั่นเอง ส่วนเลนส์อีกชุดก็คือ เลนส์ใกล้วัตถุ (Objective Lens) เลนส์ชุดนี้จะอยู่ใกล้กับชิ้นงานของท่านทำหน้าที่ขยายชิ้นงานแล้วส่งไปที่เลนส์ตา
    หลักการคิดกำลังขยายของกล้อง Stereo Microscopeกำลังขยายของเลนส์ตา  X กำลังขยายของเลนส์วัตถุ                นอกจากชุดเลนส์ทั้งสองชุดนี้แล้วก็ยังมีส่วนประกอบที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือระยะโฟกัสนั่นเอง ซึ่งโดยทั่วๆไประยะโฟกัสจะอยู่สูงจากปลายวัตถุที่ต้องการส่องดูถึงเลนส์ใกล้วัตถุในช่วงประมาณ 100 mm. ขึ้นอยู่กับกำลังข…

Technical Room-009: Bevel Protractor ใบวัดมุม

ใบวัดมุม (Bevel Protractor)

7.1.1 ลักษณะส่วนประกอบของใบวัดมุม
ลักษณะงานที่ใช้วัดด้วยใบวัดมุม
การผลิตชิ้นงานให้ได้ขนาดตามแบบกำหนดบางครั้งจะต้องทำชิ้นงานให้เป็นมุม วิธีทำชิ้นงานให้มีลักษณะเป็นมุม อาจจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลบคมให้สวยงาม และเพื่อประกอบกับชิ้นงานอื่น สำหรับการวัดหรือการตรวจสอบมุมของชิ้นงานอย่างไม่ละเอียดนัก เช่น ± 1 องศา จะใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า “ใบวัดมุม”

ภาพที่ 7-1 ชิ้นงานที่ต้องตรวจสอบมุมลักษณะโครงสร้างของใบวัดมุม
ลักษณะโครงสร้างที่สำคัญของใบวัดมุมประกอบด้วยใบบอกองศาที่มีลักษณะโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมมีขีดสเกลแบ่งองศา 0o – 180o โดยเริ่มจากด้านซ้ายมือ ค่าความละเอียดของขีดสเกลเท่ากับ 10 ฐานด้านล่างของใบบอกองศาใช้ประกอบกับผิวงานขณะวัด และแขนวัดมุมซึ่งยึดติดกับใบบอกองศาด้วยแป้นเกลียวดังภาพที่ 7-1 ปลายด้านบนจะแหลมเพื่อให้อ่านค่าวัดองศาได้อย่างถูกต้อง ปลายด้านล่างจะทำหน้าที่เป็นแขนประกบกับผิวงาน เพราะฉะนั้นใบวัดมุมสามารถวัดมุมของงานที่ใบบอกองศา และแขนวัดมุมสามารถประกอบกับผิวงานได้เท่านั้น
ส่วนประกอบของใบวัดมุม
ภาพที่ 7-2 ส่วนประกอบของใบวัดมุม ก. ใบบอกองศา
ข. แป้นเกลียวยึดใบบอกองศา
ค. แข…

Technical Room-008 : Dial Gauge-2 (ไดอัลเกจ-นาฬิกาวัด2)

Dial Gauge (นาฬิกาวัด) การใช้นาฬิกาวัดชนิดมาตรฐานและชนิดคาน ภาพที่ 8.10 ขาตั้งนาฬิกาวัด
นาฬิกาวัดทั้ง 2 ชนิดไม่สามารถจะใช้ได้เองโดยลำพัง จะต้องจับยึดโดยใช้ขาตั้ง (ภาพที่ 8.10) ซึ่งขาตั้งนาฬิกาวัดมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน คือ ขาตั้งบนราง (ดังภาพ A) เคลื่อนที่วัดความเป็นระนาบ และระดับความขนานได้อย่างสะดวก ขาตั้งฐานเป็นแท่นแม่เหล็ก (ดังภาพ B) ขาตั้งชนิดนี้สามารถติดในแนวดิ่ง แนวนอน และแนวเอียงได้ ถ้าแท่นตั้งเป็นเหล็กสามารถติดตั้งเป็นมุมต่าง ๆ ได้มาก
การใช้นาฬิกาวัดเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานแล้วอ่านความแตกต่างคือวัดความแตกต่างของขนาดระหว่างชิ้นงานที่วัดกับค่ามาตรฐาน ค่ามาตรฐานนั้นมักจะใช้เกจบล็อคเป็นหลักมากที่สุด ภาพที่ 8.11 การวัดเปรียบเทียบกับเกจบล็อค

จากภาพที่ 8.11a เคลื่อนหัววัดกระทบกับเกจบล็อค
จากภาพที่ 8.11b หมุนแผ่นสเกลให้จุด 0 มาอยู่ที่ปลายเข็มหลังจากหัววัดกระทบกับเกจบล็อค
จากภาพที่ 8.11c ถ้าเข็มหมุนไปทางด้านขวา (ตำแหน่ที่1) ของ 0 ความคลาดเคลื่อนเป็นบวก และถ้าเข็มหมุนไปทางด้านซ้าย (ตำแหน่งที่ 2) ของ 0 ความคลาดเคลื่อนเป็นลบ

การใช้นาฬิกาวัดวัดค่าความราบเรียบ และความขนานแล้วอ่านค่าความแตกต่างคือวัดค…

Technical Room-007 : เหล็กฉาก (Solid Square)

ฉาก(Solid Square)
เป็นเครื่องมือสำหรับมุมฉากหรือลากเล้นฉากต่างๆ หรือจะใช้ตรวจความเรียบของผิว ฉากเป็นเครื่องมือทีมีคุณภาพสูง มักทำจากเหล็กเครื่องมือที่ผ่าน การชุบผิวแข็ง เจียระไนผิวเรียบหรือขัดผิว ทำให้ผิวของฉากเรียบ 
ใช้วัดงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ มีความเที่ยงตรงสูงทนทานต่อการสึกหรอ


ฉากประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
1. ใบฉาก(Blade) เป็นส่วนแบนมีลักษณะคล้ายบรรทัด ทำจากเหล็กชุบแข็งผ่านการเจียระไนผิวเรียบหรือขัดผิวเรียบ ขอบใบเรียบตรง และขนานกันตลอด
2. ฐานฉาก (Stock)เป็นส่วนฐาน หรือด้ามของฉากมีความหนามากกว่าใบฉาก ลักษณะเป็ฯแท่งขนานผิวเรียบประกบติดกับใบฉาก(Blade)ทำมุม 90 ดังภาพ
     ลักษณะของฉากมี 3 แบบใหญ่ๆ
แบบแรกใบฉากปรับไม่ได้ ยึดติดตายตัว กับฐานฉาก
แบบที่สองใบฉากมีร่องเลื่อนอยู่ในรอยผ่าของฐานฉากและมีสกรูยึดใบฉากให้แน่นในตำแหน่ง ที่เลื่อนไปมาอยู่บนร่อง (ตามภาพลูกศร)
แบบที่สามเป็นฉากที่ใบฉากปรับไม่ได้ และเป็นชิ้นเดียวกับฐานฉาก เรียกฉากชนิดนี้ว่า "ฉากแบน"

วิธีใช้ฉากวัดและตรวจสอบงาน ในลักษณะต่างๆ
1.เป็นลักษณะการจับฉากติดขอบงานแล้วขีดเส้น
2. เป็นการตรวจสอบชิ้นงานได้ฉาก หรือไม่ชอบที่จะต้องเรียบ ยกส่อง…