ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มีนาคม, 2016

งดจ่ายไฟฟ้า 25 – 27 มี.ค. 59

การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) ออกประกาศเตือนให้ประชาชนทราบ ว่า จะทำการพัฒนาและปรับปรุงระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงประกาศงดจ่ายไฟระหว่างวันที่ 25 -27 มีนาคม 2559 เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับการดับไฟดังกล่าว ซึ่งหากสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ กฟน.ทุกเขตหรือ MEA Call Center โทร.1130 โดยจะงดจ่ายไฟฟ้า ในวันเวลาและพื้นที่ดังต่อไปนี้ วันที่ 25 มีนาคม 2559 เวลา 09.00 – 12.00 น. -ซอยประชาชื่น 34 กรุงเทพฯ  (ดับทั้งซอย) วันที่ 26 มีนาคม  2559 เวลา 08.00 – 16.00 น. -ถนนสมานมิตรพัฒนา  ซอย  อนามัยงามเจริญ 25 แยก 2-9, แยก 2-11 และหมู่บ้านอลิชา 2 ถึง สนามฟุตบอล เวลา 08.30 – 15.30 น. -ซอยจอมทอง ตั้งแต่ซอยจอมทอง 6  ถึงสวนสุวรรณานนท์ -ซอยสุขุมวิทย์ 70/3 -ถนนศาลาธรรมสพน์ ตั้งแต่หมู่บ้านชัยพฤกษ์, ซอยโรงเรียนวัดปุรณาวาส, หมู่บ้านศิรยาถึงศาลายาอพาร์ทเม้นต์ -ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ตั้งแต่สะพานพิบูบย์ฯ ถึงแยกบางโพ -ซอยศาลธนบุรี 25,27 (หมู่บ้านแดนทอง 1,2) และซอยศาลธนบุรี 29 (หมู่บ้านกิจเจริญ) เวลา 08.30- 16.00 น.                 -ซอยพึ่งมี 42,48,50 และ 52 -ซอยพึ่งมี50 ตั้งแต่ซอยพึ่งมี 50 แยก 2 ถึงซอยพึ่งมี 50 แยก20 -นิร…

วิธีทำให้ฟันขาว ด้วย 5 สูตรที่ทำเองได้ที่บ้าน

วิธีทำให้ฟันขาว ไม่เห็นต้องไปหาหมอฟันเลยนะเออ เพราะแค่ใช้ 5 สูตรง่าย ๆ ที่ทำเองได้ที่บ้าน แค่นี้ฟันเหลือง ๆ ก็จะขาวขึ้นแล้ว
          ลองนึกดูสิว่าถ้าคุณแต่งหน้าทำผมและแต่งตัวมาซะสวย แต่พอแจกความสดใสผ่านรอยยิ้มทีหนึ่ง ก็ไม่น่ามองเอาซะเลย เพราะฟันเหลืองซะเหมือนคนไม่ได้ดูแลสุขภาพช่องปากมาเลยน่ะสิ งานนี้ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะคุณไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินฟอกสีฟันให้เปลือง แค่ใช้ 5 สูตรที่กระปุกดอทคอมหยิบมาจาก Bustle ไปลองใช้ดู ง่าย ๆ แถมได้ผลด้วย ต้องลองแล้วนะแบบนี้
วิธีทำให้ฟันขาว

สูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ + เบกกิ้งโซดา + น้ำมะนาว           มีหลายคนเลยที่นิยมนำน้ำมะนาวมาช่วยให้ฟันขาวขึ้น แต่ถ้าอยากเพิ่มประสิทธิภาพให้มากกว่าเดิม ลองใส่ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และเบกกิ้งโซดาลงไปในน้ำมะนาวด้วยสิ แล้วค่อยใช้แปรงสีฟันไปจุ่มส่วนผสม แล้วมาขัด ๆ ถู ๆ ที่ฟัน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอ

สูตรผงขมิ้น           นอกจากผงขมิ้นจะดีต่อผิวแล้ว ก็ยังช่วยเปลี่ยนฟันเหลือง ๆ ให้ขาวขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะในผงขมิ้นมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต่อต้านแบคทีเรียนั่นเอง แค่นำแปรงสีฟันที่เปียกหมาด ๆ มาจุ่มผงขมิ้นเล็กน้อย แล้…

ขิง พุทราจีน เห็ดหูหนู - ช่วยรักษาเส้นเลือดสมองตีบได้

‘ขิง พุทราจีน เห็ดหูหนู’ ช่วยรักษาเส้นเลือดสมองตีบได้

“สาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบมี 3 ประการ ด้วยกันคือ 

1.หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือลิ้นหัวใจมีปัญหา
2.เส้นเลือดที่บริเวณลำคอตีบทำให้ส่งเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้ และ
3.สมองตันจากไขมันหรือหินปูนเกาะ

ซึ่งคนทั่วไปที่หากมีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสที่จะเส้นเลือดในสมองตีบได้ โดยเปรียบเทียบจากท่อน้ำที่มีอายุ มองภายนอกอาจไม่ทราบเพราะน้ำยังไหลอยู่ ไม่มีอาการ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ตีบหรือตัน ภายในย่อมเกิดสนิมเกาะและในที่สุดก็จะอุดตันได้ หรือคนที่มีโรคความดัน ไขมัน เบาหวาน และสูบบุหรี่ มีโอกาสที่เส้นเลือดจะขรุขระหรืออุดตันได้ง่าย และมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ รักษาทันก็ดีไป แต่หากไม่ทันมีโอกาสพิการ เรียกว่า ครึ่งต่อครึ่งพิการหากเป็น หรือเป็นอัมพาตได้ จึงคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้”

นพ.ประชา กัญญาประสิทธิ์ (หมอเบิร์ด) รพ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ได้พบการรักษาโรคหลอดเลือดในสมองตีบจากสมุนไพรก้นครัว

เนื่องจาก มีคนไข้ผู้ชายรายหนึ่งหลอดเลือดที่คอตีบ เลือดไม่สามารถส่งผ่านไปเลี้ยงสมองทำให้เกล็ดเลือดอุดเป็นก้อน หมอได้ใช้ยารักษา…

ประโยชน์หลายสถานของมะพร้าวน้ำหอม

ประโยชน์หลายสถานของมะพร้าวน้ำหอม


ประมวลสรรพคุณมะพร้าวในตำราแพทย์ไทย 1. ลดไข้ วุ้นเนื้อมะพร้าวอ่อนกับน้ำมะพร้าวอ่อนเป็นยาเย็น ช่วยให้อาการไข้ตัวร้อนทุเลาลง 2. แก้ร้อนใน ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนในตอนเช้าให้หมด และในตอนบ่ายดื่มอีกลูกหนึ่งจนหมด กินเนื้อด้วยก็ได้ 3. แก้ท้องเสีย ใช้รากมะพร้าวล้างสะอาด 3 กำมือ ทุบพอแตกต้มน้ำ 5 แก้ว เคี่ยวเอา 2 แก้ว ดื่มครั้งละครึ่งแก้ว เช้า กลางวัน เย็น 4. แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ น้ำกะทิเคี่ยวให้ร้อน เอาผักเสี้ยนผีล้างสะอาดสับเคี่ยวด้วยกัน ใส่เมนทอลเล็กน้อยเพื่อกลิ่นหอม และเพิ่มพลังแทรกซึมของตัวยานวด แก้ปวดเมื่อย ช้ำบวม อักเสบ 5. รักษาแผลเรื้อรัง เอากะลามะพร้าวถูตะไบ ได้ผงละเอียด ผสมกับน้ำมันมะพร้าว แทรกพิมเสนเล็กน้อย ทาแผลเรื้อรัง เช้า กลางวัน เย็น ทาบ่อยๆ 6. แก้จุกเสียด แน่นท้อง เอากะลามะพร้าวเผาไฟให้เป็นถ่าน มาบดเป็นผงละเอียด ละลายน้ำอุ่น ดื่มแก้จุดเสียดแน่นท้องได้ ดื่มสัก 1 - 2 ช้อนโต๊ะ 7. รักษาเกลื้อน เอากะลามะพร้าวแก่จัดที่ขูดแล้ว ที่มีรู มาใส่ถ่านไฟแดงๆ จะทำให้เกิดน้ำมันมะพร้าวไหลออกมา เอาน้ำมันนั้นทาโรคเกลื้อนได้ดีเยี่ยม ทาแล้วทิ้งไว้ 7 วันล้างออก ยางจะติดแน…

วันสตรีสากล 8 มีนาคม 2559

วันสตรีสากล 8 มีนาคม 2559





วันสตรีสากล 2016 วันที่ 8 มีนาคม วันสตรีสากล 2559 Google เผยโฉมดูเดิลใหม่ รวมผู้หญิงทั่วโลกไว้ในที่เดียว เมย์-รัชนก นักแบดมินตันคนเก่งของไทยโผล่แจมด้วย พร้อมอ่านประวัติความเป็นมา วันสตรีสากล International Women's Day ได้ที่นี่เลย

            วันนี้ใครเข้ากูเกิลคงจะสะดุดเข้าให้กับดูเดิลใหม่ที่มีปุ่มให้กด Play วิดีโอบนหน้าเว็บไซต์ และเมื่อกดไปก็จะพบผู้หญิงหลายคนทั่วโลกมาบอกเล่าความใฝ่ฝันของตัวเองว่าวันหนึ่งพวกเธออยากจะเป็นอะไรหรือทำอะไร โดยหนึ่งในผู้หญิงทั้งหลาย คือ เมย์-รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันสาวไทย ที่ได้ร่วมแชร์เป้าหมายในชีวิตของเธอว่า "วันหนึ่งเมย์ฝันอยากจะคว้าเหรียญทองโอลิมปิกให้ได้ค่ะ"

            แน่นอนว่ามีแต่ผู้หญิงแบบนี้ ดูเดิลนี้จะเป็นดูเดิลเนื่องในโอกาสอื่นใดไม่ได้ ถ้าไม่ใช่วันสตรีสากล กระปุกดอทคอมจึงขอพาทุก ๆ ท่านไปทำความรู้จักกับที่มาที่ไปของ วันสตรีสากล (International Women's Day) เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของสตรี นอกจากนี้ ในทุก ๆ ปี เมื่อถึง วันสตรีสากล นานาประเทศก็จะจัดกิจกรรมฉลองวันแห่งความเสมอภาคของเหล่าสตรีทั่วโลก ซึ่งรว…

ทำงานหนักเกินไป อันตรายถึงสุขภาพเลยนะ !!

ทำงานหนักเกินไป อันตรายถึงสุขภาพเลยนะ !!

เนื่องด้วยสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป เงินกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ทำให้คนต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย และแน่นอนว่ายิ่งต้องการเงินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำงานเยอะมากเท่านั้น จนบางทีเราก็เผลอทำงานหนักมากจนเกินไป แถมยังพักผ่อนน้อย ส่งผลเสียต่อร่างกายในด้านต่าง ๆ วันนี้กระปุกดอทคอมได้นำข้อมูลจากเว็บไซต์ goodhousekeeping เกี่ยวกับโทษของการทำงานหนักจนเกินไปมาเล่าสู่กันฟังค่ะ ขอบอกเลยว่าโทษแต่ละอย่างนั้นน่ากลัวจริง ๆ เลยล่ะจะบอกให้

1. งานหนัก งานเยอะ โรคภัยก็เยอะตาม

การทำงานหนักจนเกินไปสามารถทำให้คุณป่วยได้ เพราะเมื่อคุณทำงานหนักมากเกินไป ร่างกายของคุณก็จะอ่อนแอลง ทำให้เชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย โดยเฉพาะในที่ทำงานซึ่งเป็นแหล่งที่สะสมของเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ไว้มากแห่งหนึ่งเลยล่ะ

นอกจากนี้ สถาบันคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (EPA) ยังได้ออกมาเตือนถึงโรคตึกเป็นพิษ ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นภายในที่ทำงานเนื่องจากสภาพแวดล้อมภายในที่ทำงานที่ไม่ดี ซึ่งอาการของโรคตึกเป็นพิษได้แก่ อ่อนล้า ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้…