แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ตำนานสาวร็อคสู้จอเงิน / Admin SD (Tonan Asia Autotech)


พักจากความตึงเครียดในความเป็นจริงมาดูภาพยนตร์สนุกๆกันดีกว่าค่ะ Movie Mondayวันนี้นำเสนอภาพยนตร์นอกกระแสที่เข้าฉายในปี 2010แบบจำกัดโรง เป็นเรื่องราวประวัติของวงร๊อคหญิงล้้วนวงแรก เดอะ รันอะเวย์ส ซึ่งมีทั้งเนื้อหาของวัยรุ่นเกเร ยาเสพย์ติด ชื่อเสียงและจุดจบที่ทำให้พวกเธอต้องแยกวงจากกัน เรามาอ่านบทวิจารณ์และเรียนรู้คำศัพท์กันเลยค่ะ

The time passes; the seasons turn, summer turns to autumn and now Dakota Fanning and Kristen Stewart are playing rock chicks. And doing it pretty convincingly, what’s more – Stewart, anyway. This is the intriguingly low-key, unhappy story of the Runaways, the 1970s all-girl band fronted by singer Cherie Currie (Fanning), with Joan Jett (Stewart) providing guitar and rock’n’roll attitude. With a clump of black hair, leather jacket and high-waisted blue denims, Stewart has an eerie resemblance to Jett, and when in one scene she takes her top off facing away from the camera, her back looks as broad and muscular as a weightlifter’s.

วันเวลาผ่านไป ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ฤดูร้อนกลายเป็นฤดูใบไม้ร่วง และตอนนี้ดาโกต้า แฟนนิ่ง และคริสเทน สจว๊ตเล่นเป็นสาวร๊อค แล้วก็เล่นได้เนียนดีด้วย จะมีอะไรเสียอีกหละ ก็สจ๊วตซะอย่าง นี้เป็นเรื่องราวบ้านๆที่ไม่มีความสุขแต่ชวนติดตามของวง เดอะรันอะเวย์ส วงร๊อคหญิงล้วนในยุค 1970 นำโดยนักร้องนำ เฌอรีย์ คูรี่ (แสดงโดย แฟนนิ่ง) ร่วมด้วย โจน เจ็ท (แสดงโดย สจ๊วต) เล่นกีต้าร์และแนวคิดแบบ ร๊อคแอน์โรล กับผมสีดำติดเป็นสังกะตัง แจ็กเก็ตหนัง และกางเกงยีนส์เอวสูงสจ๊วตมีส่วนหลอนอย่างประหลาดคล้ายกับเจ็ท และในฉากหนึ่งที่เธอถอดเสื้อออกหันหน้าไปคนละทางกับกล้อง เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและกำยำอย่างกับหลังของนักยกน้ำหนัก

In 1975, Jett finds herself hanging out at Rodney’s English Disco in Los Angeles, where the kids are getting into David Bowie and glam rock, getting off on Do You Wanna Touch Me. (Maybe period drama is now the only acceptable context for remembering Gary Glitter.) Here Jett meets bullying, mercurial pop mogul Kim Fowley (Michael Shannon), a bizarre figure who combines dandyish hair and fluttering mannerisms with boorish, bullying heterosexuality. He likes the idea of a girl band, and seeing Cherie hanging out by the bar, recruits her solely on the basis of her moody Bardot chops.

ในปี 1975 เจ็ทได้พบ่าตนเองขลุกอยู่ที่ ร๊อดนียส์ ดิสโก้ผับสไตล์อังกฤษใน ลอส แองเจลีส ที่ที่เด็กๆนิยมฟัง เดวิด โบวี่ และเพลงแนว แกลมร๊อค เต้นไปกับเพลง Do You Wanna Touch Me (บางทีความดราม่ายุคนี้อาจจะเป็นเนื้อเรื่องที่เรารัได้ส่วนเดียวที่ทำให้เราจำ Gary Glitter ได้) ที่นี่ เจ็ทได้พบกับ เจ้าพ่อเพลงป๊อปอารมณ์แปรปรวนสุดนักเลง คิม โฟวลีย์ (แสดงโดย ไมเคิล แชนนอน) คนประหลาดที่รวมเอาทรงผมเรียบหรู แลดูฉุยฉายกับความมารยาททราม นักเลง และน่าดึงดูดต่อเพศตรงข้ามไว้ในคนเดียวกัน เขาชอบไอเดียของวงดนตรีหญิงล้วน และได้เห็น เฌอรีย์นั่งเล่นอยู่ที่บาร์ และนำเธอมาเข้าร่วมวงเพราะดูจากทรงผมสไตล์บริจิต บาร์โด แบบยุ่งๆของเธอ

The film, from Italian music video director Floria Sigismondi, shows how the aggressive girl-band both grew out of the English androgynous rock scene and was also a reaction against it. Fowley sometimes affects to be irritated by these limp, fey mascara’d limeys, demanding the Runaways show some balls. Yet it was the pioneering gender-bending glam-rockers who somehow created the circumstances for an in-your-face female rock band, making an incursion into the macho rock’n’roll world.

ภาพยนตร์จากผู้กำกับมิวสิควีดีโอชาวอิตาเลี่ยน ฟลอเรีย ซิกิสมอนดิ แสดงให้เห็นถึงภาพของวงหญิงห้าวที่โตขึ้นจากวงร๊อคเด็กกะโปโลสไตล์อังกฤษและกลายเป็นต่อต้านมัน บางครั้งโฟวลีย์ก็น่ารำคาญเพราะผลจากการเดินขาเป๋ของเขา ชายหน้าตาบ้าหลุดโลก ที่ต้องการให้วง รันอะเวย์สดูกล้ากร้านโลก แต่นั่นก็เป็นการบุกเบิกให้เกิดการลดช่องว่างทางเพศในหมู่ชาวแกลมร๊อค ซึ่งบางทีอาจทำให้เกิดโอกาสสำหรับวงสาวร๊อคสุดขั้ว ทำให้บุกเข้าไปในโลกร๊อคแอนด์โรลอันบึกบึน

Art Linson is the co-producer of this engaging, small-scale film; he is famously the author of the Hollywood memoir What Just Happened? in which he recounts the agony of seeing much-cherished projects getting buried or neglected by the studio. One of these was 2000′s Sunset Strip, his 70s rock movie that died a box office death. Maybe The Runaways is Linson’s way of showing that he can make a success of this subject, and I think he has done, with a film that shows how brutal and sexist rock’n’roll is. There are some cliches (drugs on tour, montage of the band climbing the charts) and perhaps Fanning looks a little fragile, but the film interestingly and sympathetically shows the human cost to Jett and Currie, who could never quite be sure if they had reached the promised land of stardom or not.

อาร์ท ลินสัน โคโปรดิวเซอร์ของหนังฟอร์มเล็กน่าดูเรื่องนี้นั้นเป็นนักเขียนชื่อดังจากหนังสือรวมความทรงจำในฮอลลีวู๊ดชื่อ What Just Happened? ซึ่งเขายังคงหวนนึกถึงความโศกเศร้าจากการโครงการที่เขาเทิดทูนถูกทิ้งไว้ หรือหมางเมินจากสตูดิโอ หนึ่งในนั้นคือภาพยนตร์เรื่อง 2000’s Sunset Strip เป็นหนังแนวร๊อคยุค 70 ที่ขายตั๋วไม่ออกเลย บางทีเดอะ รันอเวย์สเป็นหนทางที่ลินสันจะแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถทำเรื่องราวลักษณะนี้สำเร็จ และฉันคิดว่าเขาทำสำเร็จแล้วด้วยภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นถึงถึงความโหดร้ายและล่อแหลมทางเรื่องเพศของร๊อคแอนด์โรล ยังมีบางส่วนที่ซ้ำซากน่าเบื่อ (เล่นยาตอนทัวร์คอนเสริต การตัดต่อฉากของวงดนตรีไต่ขึ้นชาร์ต) และบางที แฟนนิ่งก็ดูบอบบางเกินไป แต่ภาพยนตร์ได้แสดงถึงกระแสชนที่มีผลกระทบต่อ เจ็ท และ คูรีย์ผู้ที่ไม่เคยรู้เลยว่าตนขึ้นสู่ธรรมเนียบดาราตามที่ได้รับคำสัญญาไว้หรือไม่อย่างน่าสนใจและน่าสงสาร


ขอขอบคุณแหล่งที่มา :  http://www.tellmemoreclub.com/monday-movie-the-runaways




วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

10 อันดับ ถนนเสี่ยงตาย ท้าทายทุกหัวโค้ง / เรียบเรียงข้อมูลโดย ADMIN / SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ADMIN / SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)
10 อันดับ ถนนเสี่ยงตาย ท้าทายทุกหัวโค้ง


10 อันดับ ถนนเสี่ยงตาย ท้าทายทุกหัวโค้ง
ใกล้ถึงวันหยุดเมื่อไหร่ หลายครอบครัวคงวางแผนไปเที่ยวตามที่ต่างๆ กันใช่ไหมล่ะครับ และการศึกษาเส้นทางก่อนจะไปถึงที่หมายก็เป็นเรื่องที่พลขับทุกคนพึงกระทำเป็นแน่แท้ หากคุณยังหวังจะมีชีวิตอยู่ โปรดหลีกเลี่ยง! การสัญจรยังถนนเส้นต่อไปนี้ ที่แสนจะโหดหิน เสี่ยงภัยเป็นที่สุด จัดอันดับโดย Tourism-Review.com


10. The Tongtian Highway in Zhangjiajie, China
ถนนเส้นนี้อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขา Tianmen มณฑล Hunan ประเทศจีน ทั้งเส้นทางจะคดเคี้ยวไปมากระทั่งไปบรรจบกับถ้ำ Tianmen บนยอดเขา ความยาวรวม 10 กิโลเมตร เหนือระดับน้ำทะเล 200 เมตร มีโค้งหักศอกทั้งหมด 99 โค้ง


9. Trollstigen Road in Norway
ในภาษานอร์เวย์นั้น คำว่า  "Trollstigen"มีความหมายว่า "บันไดโทรลล์" (อสูรกายในตำนานของชาวสแกนดิเนเวียน) มีโค้งอันตราย และทางแคบอยู่เป็นจำนวนมาก วัดความชันเฉลี่ยได้ 9 องศา และโค้งอันตรายที่ 853 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ขณะนี้ไม่อนุญาตให้ยานพาหนะใช้เส้นทางนี้อีกต่อไปแล้ว


8. Stelvio Pass in Italy
อยู่ทางทิศตะวันออกของเทือกเขา Alps ใกล้เขตชายแดน Swiss มีโค้งอันตราย 48 โค้ง อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2.7 กิโลเมตร และเป็นถนนที่มีลมแรงที่สุดเส้นหนึ่งของประเทศด้วย โชคดีที่ถนนนี้ไม่มีจุดที่เป็นหน้าผาสูงมากนัก


7.Guoliang Tunnel Road in China
ถนนที่เจาะเลาะขอบภูเขา Taihang ทำเป็นอุโมงค์ให้รถยนต์สัญจรได้ ใช้เวลาสร้างถึง 5 ปี มีคนงานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไปบ้าง มีความยาว 1.3 กิโลเมตร สูง 4.5 เมตร ตลอดทางจะมีส่วนที่เจาะเป็นหน้าต่างให้มองออกไปชมวิวน่าหวาดเสียวได้


6.Fairy Meadows Road in Pakistan
ถนนเส้นนี้อยู่ในก้นหุบเขา Nanga Parbat ภูเขาที่สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก Fairy Meadows นั้นเป็นที่ราบบนหุบเขาที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก แต่นั่นก็หลังจากที่ผ่านถนนอันแสนขรุขระ ไม่มีรั้วกั้นเพื่อความปลอดภัย และใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการผ่านเส้นทางเสี่ยงตายนี้


5.Los Caracoles Pass in Chile and Argentina
เส้นทางที่ตัดผ่านประเทศ Chile และ Argentina มีทางโค้งวกไปกลับอยู่มากมาย ไม่มีรั้วกั้นขอบถนน และถูกปกคลุมด้วยหิมะแทบทั้งปี


4.Atlas Mountains Road in Morocco
เส้นทางหฤโหดบนภูเขา Atlas ที่มีทั้งโค้งบิด ทั้งหักศอกไปมา ผู้ขับขี่จะต้องมีความชำนาญอย่างมากในการขับผ่านเส้นทางนี้ ด้วยระยะทางถึง 188 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง จึงจะไปถึงยอดเขาที่มีภูมิทัศน์แสนสวยงามเป็นรางวัล


3.Col de Turini in France
เส้นทางยอดนิยมที่ใช้แข่งขันรายการแรลลี่ Monte Carlo มีความสูง 1.5 กิโลเมตร มีโค้งอันตราย 34 โค้ง แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นถนนเส้นที่ "มีเสน่ห์"มากที่สุดเส้นหนึ่งด้วย


2.James Dalton Highway in the U.S.
ด้วยเส้นทางขรุขระยาวเหยียดถึง 666 กิโลเมตร เริ่มที่ทางหลวง Elliott ไปบรรจบที่ Dead Horse ใกล้กับมหาสมุทร Arctic ถนนเส้นนี้ใช้ขนส่งของด้วยรถบรรทุกไปยังอลาสก้าเป็นหลัก


1.Old Yungas Road in Bolivia
ถนนที่อันตรายที่สุดในโลก มีฉายาว่า "Road of Death"ว่ากันว่ามีผู้เสียชีวิตที่นี่กว่า 1,000 คน เพราะทางสัญจรที่แคบ โค้งอันตราย มีหมอกปกคลุมหนาแน่น และไม่มีรั้วกั้นอีกด้วย มีความยาว 64 กิโลเมตร จุดที่สูงสุดอยู่ที่ 3 กิโลเมตร นับเป็นโชคดีที่ตอนนี้กำลังมีการก่อสร้างทางลัดเลี่ยงจากถนนมรณะเส้นนี้แล้ว


ที่มา : tourism-review.com

                                                               เรียบเรียงโดย SJ (Tonan Asia Autotech)