แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ลา โทมาทินา ครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ปามะเขือเทศ/ ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ลา โทมาทินา ครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ปามะเขือเทศ

ลา โทมาทินา คืออะไร วันนี้มีโลโก้แปลกๆ อีกแล้ว มารู้จัก ลา โทมาทินา กันเถอะ
วันนี้เป็นวันครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ลา โทมาทินา หรือ ลา โตมาตินา มันคือเทศกาลปามะเขือเทศของสเปน (La Tomatina en España) นั่นเอง
สำหรับงานนี้จะจัดเป็นประจำทุกปี ของทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม จัดที่หมู่บ้านบาเลนเซียน (Valencian) ของ Buñol ในจังหวัดบาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปน
La Tomatina

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด ที่คุณควรรู้ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด ที่คุณควรรู้

ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ไม่เพียงอาหารที่จะต้องเลือกรับประทานเท่านั้น การเลือกเครื่องดื่ม ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายกว่า ดังนั้น เราควรคัดสรรเครื่องดื่มที่มีคุณค่าและประโยชน์ ต่อร่างกาย แต่ถ้าจะดื่มให้ได้ประโยชน์กว่านั้น แนะนำให้ดื่มตามกรุ๊ปเลือดค่ะ เพราะมีข้อพิสูจน์ทั้งทางการแพทย์ แผนตะวันตกและตะวันออกแล้วว่า ส่วนผสมที่แตกต่างกันมีผลต่อกรุ๊ปเลือดนั้นๆ โดยตรง ซึ่งแต่ละกรุ๊ปเลือดก็มีความต้องการสารอาหารที่ต่างกัน

กรุ๊ป O

เป็น กรุ๊ปเลือดกลุ่มแรกของมนุษย์ ซึ่งยุคนั้นมนุษย์ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ ร่างกายมีน้ำย่อยที่มีความเป็นกรดสูง ดังนั้น สุขภาพของคนกรุ๊ปโอจะดีเมื่อได้รับอาหารประเภทโปรตีน ส่วนผักผลไม้ที่เหมาะสม ได้แก่ แครอท สาหร่ายสด บีทรูทต้มสุก มะเขือเทศ ฟักทอง งาสองสี

กรุ๊ป A

เกิด ขึ้นในยุคที่เริ่มทำเกษตรกรรม ทำให้มนุษย์กินอาหารประเภทโปรตีนลดลง คนกรุ๊ปเอจึงเหมาะกับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากกว่าโปรตีน ผลไม้ที่ไปได้ดีกับเลือดกรุ๊ปนี้คือ ถั่วแดง กล้วย ฯลฯ ส่วนผสมของเครื่องดื่มสุขภาพที่เหมาะ ได้แก่ ถั่วแดงหลวง แตงโม  แคนตาลูป  ลูกพรุน  กล้วย โยเกิร์ต น้ำผึ้งและน้ำมะนาว นำมาปั่นรวมกันปรุงรสตามชอบได้

กรุ๊ป B

เป็น กรุ๊ปเลือดที่เกิดขึ้นในยุคที่การล่าสัตว์และการเพาะปลูกมีอัตราสมดุลกันมาก ขึ้น กรุ๊ปนี้จึงกินได้หลากหลายทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ผักผลไม้ที่ควรเลือกคือ ถั่วเหลือ กล้วยหอม น้ำผึ้ง  น้ำราสพ์เบอร์รี่ กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่

กรุ๊ป AB

จะมีข้อจำกัดในการรับประทาน และดื่มมากกว่ากรุ๊ปอื่นๆ เพราะมีกรดในกระเพาะน้อยเหมือนกรุ๊ปเอ แต่ก็ต้องการโปรตีนเหมือนคนกรุ๊ปบีส่วนผักผลไม้ที่เหมาะ ได้แก่ เสาวรส กีวี่ และแอปเปิ้ล และผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ต่างๆ
นอกจากนี้ในวงการ แพทย์แผนไทย ได้มีการแนะนำน้ำสมุนไพรและประยุกต์นำเอาธรรมชาติมาใช้รักษาร่างกายจากโรค ภัยต่างๆ หรือการปรับสมดุลของร่างกายของธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ การดื่มน้ำสมุนไพรตามหลักทฤษฎีการแพทย์แผนไทยสามารถกระทำได้โดยการดื่มตาม เวลาใน 1 วัน ที่ธาตุในร่างกายของคนเราเปลี่ยนแปลงไป (กาลสมุฏฐาน)โดยมีการแบ่งเวลาดังนี้

เวลา 06.00 – 10.00 น. และ 8.00 – 22.00 น.

ร่างกาย มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุน้ำ ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำมะนาว

เวลา 10.00 – 14.00 น. และ 22.00 – 02.00 น.

ร่างกายมักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุไฟ ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสขม เช่น น้ำบัวบก น้ำลูกเดือย

เวลา 14.00 – 18.00 น. และ 02.00 – 06.00 น.

ร่างกายมักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุลม ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น น้ำขิง น้ำตะไคร้

ไม่มีกำหนดช่วงเวลา

สำหรับ ธาตุดินนั้นการเจ็บป่วยไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา แต่จะเกิดผลของการผิดปกติของธาตุอื่น ดังนั้นการดื่นน้ำสมุนไพร เพื่อบำรุงธาตุดินสามารถ ทำในเวลาใดก็ได้ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุดิน เช่น น้ำมะพร้าว น้ำแห้ว
อย่างไร ก็ดี ไม่ได้มีรายงานการวิจัยเรื่องการดื่มเครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือดและตามธาตุ อย่างชัดเจน แต่การรับประทานผักผลไม้ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรต่อร่างกาย ก็ไม่ผิดที่จะทดลองทำดู ถ้าคุณกำลังควบคุมน้ำหนักก็ระมัดระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลไว้เป็นพอ และควรเดินทางสายกลาง ไม่ควรทำแบบสุดโต่ง ใครแนะนำว่าดีก็ทำอยู่อย่างนั้น จงใช้สติในการเลือกปฏิบัติ ตามสภาพร่างกายและการใช้ชีวิตของเราจะดีกว่า
ขอบคุณที่มา 

Credit: นิตยสาร เปรียว, EDU Zones

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ผื่นบอกโรค / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ผื่นบอกโรค 


เวลาที่เป็นไข้อย่างเดียว เรามักจะไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ อาจจะแค่ดื่มน้ำ พักผ่อนให้มากขึ้น หรือรับประทานยาแก้ไขแล้วก็แล้วกัน แต่เมื่อไหร่ที่เป็นไข้ออกผื่นนีสิ ชักจะสร้างความกังวลอยู่ไม่น้อยเพราะอาการไข้ร่วมกับผื่นบ่งบอกได้ถึงหลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคหัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส แต่บางทีอาจเป็นแค่ส่าไข้เท่านั้น

ถ้าเช่นนั้นเราลองมาดูกันหน่อยดีไหมครับ ว่าไข้หรือผื่นของแต่ละโรคมีข้อสังเกตอย่างไร จะได้พอเป็นแนวทางว่าโรคใดควรปฏิบัติตัวอย่างไร หรือโรคใดบ้างที่ควรรีบไปพบแพทย์

หากผื่นมีลักษณะเป็นตุ่มนูนใสกระจายทั่วตัว มีอาการคัน และขึ้นพร้อม ๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือหลังจากมีไข้หนึ่งวันและขึ้นไม่พร้อมกันทั้งตัว บริเวณที่ขึ้นใหม่เห็นเป็นผื่นแดงราบหรือตุ่มใส ขณะที่บางที่ซึ่งเป็นก่อนเริ่มกลัดหนองหรือตกสะเก็ดให้นึกถึง โรคอีสุกอีใส เห็นไหมครับ ชื่อโรคออกจะตรงตัว คือมีทั้งตุ่มสุกและตุ่มใสอยู่ที่ตัวคนป่วยในเวลาเดียวกัน

โดยทั่วไปเมื่อเป็นโรคอีสุกอีใส ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์นะครับ เพียงรับประทานยาลดไข้ ทาคาลาไมน์โลชั่นบริเวณที่เป็นผื่น และพยายามอย่าเกา เพราะจะทำให้ตุ่มติดเชื้อแบคทีเรียกลายเป็นหนอง พักผ่อนให้มาก ๆ และถ้ามีไข้สูงห้ามอาบน้ำเย็น แค่นี้ก็พอแล้วครับ เพราะโรคนี้หายได้เอง ยกเว้นถ้าเป็นรุนแรง มีอาการหอบ ชัก หรือซึมไม่รู้ตัว ให้รีบส่งโรงพยาบาลด่วน

ที่สำคัญโรคนี้เป็นโรคติดต่อครับ แค่ไอจาม หายใจรดกัน หรือสัมผัสกับตุ่มแผลก็มีโอกาสที่จะติดโรคได้ โดยเฉพาะในระยะหนึ่งวันก่อนผื่นขึ้น ไปจนถึง 6 วันหลังตุ่มใสขึ้น ฉะนั้นควรแยกผู้ป่วยและของใช้จำพวกผ้าของผู้ป่วยจากคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคนี้ครับ ยกเว้นแต่ว่าอยากเป็น เพื่อให้มีภูมิต้านทานหรือต้องการประหยัดค่าวัคซีน

แต่โรคนี้ดีอยู่อย่างคับ คือเมื่อหายแล้วจะมีภูมิต้านทานไปตลอดชีวิต หรือถ้าเป็นสมัยนี้สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไว้ได้ตั้งแต่อายุ 4-6 ขวบ

มีผื่นอีกโรคที่ต้องระวัง คือผื่นจาก โรคไข้เลือดออก ซึ่งจะคล้ายกับตุ่มยุงกัดทั่วตัว และใกล้เคียงกับผื่นจากโรคหัดแต่ก็พอจะแยกกันได้ครับ โดยสังเกตว่าถ้าเป็นไขเลือดออกจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกไหล และจุดเลือดออกของโรคไข้เลือดออกจะไม่รู้สึกสากมือเหมือนโรคหัด และเวลากดดึงผิวหนังให้ตึงจะไม่จางหายไปเหมือนจุดถูกยุงกัดธรรมดา ซึ่งถ้ามีอาการตามนี้ร่วมกับมีไข้สูงตลอดเวลา ก็ควรดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานยาลดไข้ และรีบไปพบแพทย์ครับ

แต่ถ้าเป็น โรคหัด นอกจากจะมีน้ำมูกและไอแล้ว จะมีอาการหน้าแดง ตาแดง ไม่สู้แสง และผื่นสีน้ำตาลแดงนูนเล็กน้อย จะเริ่มขึ้นจากหลังหูแล้วลามไปทั่วตัวหลังมีไข้แล้ว 3-4 วัน จุดเด่นที่สังเกตได้อีกอย่างคือ หากมีจุดสีขาว ๆ เหลือง ๆ เล็กขนาดเม็ดงาที่กระพุ้งแก้มใกล้ฟันกรามล่าง (หรือถ้าเป็นมากก็จะมีอยู่เต็มกระพุ้งแก้ม) แสดงว่าเป็นโรคหัดอย่างแน่นอนครับ

หากเป็นหัดให้ดูแลเหมือนคนเป็นไข้หวัดคือ พักผ่อน รับประทานยาลดไข้ และเช็ดตัวเวลามีไข้สูง และยืนยันว่าไม่มีของแสลงครับ และไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะเป็นโรคจากเชื้อไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย

เพื่อนสนิทอีกโรคของหัดคือ โรคหัดเยอรมัน ผื่นจากโรคนี้จะเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีชมพู แต่อาการอื่น ๆ จะไม่รุนแรงเหมือนโรคหัด และจุดสังเกตที่สำคัญคือ คลำพบก้อนที่หลังหูและท้ายทอย เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองโต

โรคนี้เป็นโรคติดเชื้อที่ไม่รุนแรง เพียงรับประทานยาลดไข้ พักผ่อนอยู่กับบ้านสัก 4 วันหลังจากมีผื่นเพื่อไม่ให้ไปติดต่อคนอื่น และควรไปพบแพทย์ก็ต่อเมื่อปวดข้อรุนแรง มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือหากเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรกควรพบแพทย์ทันที แต่ทางที่ดีหญิงสาวควรฉีดวัคซีนหัดเยอรมันอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ครับส่วนเด็ก ๆ เดี๋ยวนี้เขามีวัคซีนรวมกับวัคซีนโรคหัด ซึ่งแนะนำให้ฉีดตั้งแต่เด็กอายุ 9 เดือนครับ

จะไข้ออกผื่นหรือโรคไหน ๆ หากเราเข้าใจและรู้เท่าทัน ก็คงไม่ยากที่จะรับมือ จริงไหมครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจากชีวจิต

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เกียร์ CVT คืออะไร ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT มีอะไรบ้าง / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

เกียร์ CVT คืออะไร ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT มีอะไรบ้าง

เกียร์ CVT คืออะไร
CVT ย่อมาจาก Continuously Variable Transmission คือระบบส่งกำลังแปรผันต่อเนื่อง หรือระบบเกียร์แบบอัตโนมัติรูปแบบหนึ่งที่ถูกออกแบบโดยใช้สายพานในการเคลื่อนระหว่างพูเล่ 2 ตัว ทำให้มีความสามารถพิเศษแปรผันอัตราทดได้ตลอดเวลา ทั้งยังนุ่มนวลและแม่นยำกว่าระบบเกียร์อัตโนมัติแบบดั้งเดิมที่ใช้ชุดเฟืองเป็นอัตราทด
เกียร์ CVT
ระบบเกียร์ CVT
ระบบเกียร์ CVT มีที่มาจากไหน…?
ระบบเกียร์ CVT มีต้นแบบมาจากผลงานของ “Leonardo da Vinci” กวีที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลก ซึ่งเขาเคยออกแบบโครงสร้างระบบส่งกำลังที่คล้ายกับระบบเกียร์ CVT ไว้เมื่อประมาณ 500 ปีก่อน หลังจากผ่านไปเป็นเวลา 400 ปี “Milton Reeves” จึงเป็นผู้นำระบบส่งกำลังนั้นมาพัฒนา รวมทั้งทดสอบใช้กับรถยนต์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1896
ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT
เกียร์ CVT ขึ้นชื่อในเรื่องของ “ความเงียบ นุ่มนวล แม่นยำ และประหยัดน้ำมัน” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่คู่ควรของรถที่หลายคนต่างก็ต้องการ ดังนั้นบริษัทผลิตรถส่วนใหญ่จึงนำระบบเกียร์ CVT ไปใช้กับรุ่นยนต์รุ่นใหม่
ดูเหมือนว่าเกียร์ CVT จะเป็นเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่เนื่องจาก ความทนทานของสายพานมีอายุการใช้งานที่จำกัด แต่ถ้าใช้งานอย่างถูกวิธีและดูแลรักษาอย่างดีก็สามารถยืดอายุการใช้งานไปได้เล็กน้อย
ดังนั้นระบบเกียร์ CVT จึงเป็นระบบส่งกำลังที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ ทั้งเงียบ นุ่มนวล แม่นยำ และประหยัดน้ำมัน จึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่เนื่องจากมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างจำกัดจึงต้องดูแลรักษาและใช้งานอย่างถูกวิธี…
      ขอบคุณแหล่งที่มา

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ไม่อยากหน้าแก่ฟังทางนี้ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ไม่อยากหน้าแก่ฟังทางนี้
     เรียกได้ว่าความแก่แม้จะไม่เข้าใครออกใคร แต่ที่หลายคนอาจจะไม่สามารถยอมรับสภาพได้ก็เพราะว่า บางคนอาจจะอายุยังไม่ถึงไหนแต่สภาพหนังหน้าเลยไปกว่าอายุก็มี ทำให้เมื่ออยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ มักจะถูกเรียกว่ายาย ซึ่งอาจจะสร้างความอับอายอยู่ลึกๆในใจ หรือบางคนที่จะต้องใช้หน้าตาในการประกอบอาชีพ หรือออกงานต่างๆ อย่างดารา เซเล็ป ที่จะต้องมีการอวดผิว และความสาวตลอดกาล เรียกได้ว่าเวลาไม่อาจทำร้ายผิวได้ นั่นเพราะการดูแลต่างๆ ที่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งร้อยไหม ฉีดโบท็ฮกซ์ ดึงหน้า และไม่เว้นแม้แต่การกินอาหารเสริมชะลอแก่ที่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้คืนสู่ความสาวอีกครั้ง
อาหารเสริมชะลอแก่ตัวช่วยของสาววัยสามสิบอัพ
ความแก่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ สำหรับผู้ที่คิดว่าตัวเองอาจจะเริ่มแก่  ซึ่งหากมองบนใบหน้าและมีริ้วรอยปรากฏบนใบหน้า หางตา มุมปาก ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุที่เข้าสู่เลขสาม  หลายคนที่มีความกังวลถึงความเหี่ยวย่นที่จะมาเยือน หรือแม้แต่ความเครียดจากการทำงาน หรือปัญหากวนใจ แม้แต่การพักผ่อนไม่เพียงพอ รับรองว่าริ้วรอยร่องลึกต่างๆจะมาเยือนแบบไม่ได้รับเชิญแน่นอน  ปัจจุบันมีอาหารเสริมชะลอแก่ที่จะมาเป็นตัวช่วยให้สาวๆ คืนสู่ความเยาว์วัยอีกครั้ง
อาหารเสริมชะลอแก่ย้อนวัยไปอีกสิบปี
อาหารเสริมชะลอแก่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังย่างเข้าสู่เลขสามเพราะหากคุณเริ่มมีริ้วรอย หรือรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า อาหารเสริมชะลอความแก่นี้ จะเป็นอัศวินม้าขาวเพื่อที่จะช่วยให้คุณคลายความกังวลและยังสามารถช่วยคืนสภาพผิวพร้อมกับเตรียมกระชากวัยชราให้ออกไปจากตัวคุณอีกด้วย ยิ่งหากเป็นอาหารเสริมชะลอแก่ที่มีสรรพคุณของสเต็มเซลล์ด้วยแล้ว จะยิ่งช่วยกระชากแบบย้อนวัยคุณกลับไปเป็นสาวอีก10 ปีที่แล้วเลยทีเดียว
อาหารเสริมชะลอแก่ กล่องเดียวเอาอยู่
อาหารเสริมชะลอแก่ ส่วนใหญ่เป็นอาหารเสริมแบบรับประทาน เพื่อที่จะกระชากความชราของคุณออกไป และเรียกความสาวกลับคืนมาและสามารถลดอายุลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งมักจะเห็นผลระยะยาว  บางชนิดกล่องเดียวก็เอาอยู่ เพราะมีสารสกัดที่เข้มข้น และมีส่วนผสมจากธรรมชาติ ทำให้คุณจะรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ  ไม่ต้องทำให้คุณต้องเสียงเงินเข้าคอร์สแพงๆ และนอกจากคืนความสาวให้คุณแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณมีความสดใส เปล่งปลั่ง จากสารสกัดต่างๆ อีกด้วย
อาหารเสริมชะลอแก่ ช่วยทำให้หน้าตาดูเด็ก
อาหารเสริมชะลอแก่ ยังสามารถช่วยในเรื่องผิวพรรณสดใส และทำให้หน้าตาดูเด็กขึ้น  เพราะใครๆก็ไม่อยากจะเป็นสาวที่สะสมริ้วรอยบนใบหน้าก่อนวัยอันควร  ซึ่งการหันมาดูแลหน้าตาและผิวพรรณด้วยอาหารเสริมชะลอ จะมีส่วนช่วยทำให้คุณกลับคืนสู่ความสาวได้อีกครั้ง นอกจากนี้ในอาหารเสริมชะลอแก่บางตัวยังมีการผสมสารสกัดที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำหน้าที่ซ่อมแซมความเสื่อมของเซลล์ที่มีความเสียหาย และช่วยต้านความแก่ เพราะมีสารสกัดจากธรรมชาติต่างๆ ที่จะช่วยทำให้สุขภาพผิวของคุณดูดีและไมมีริ้วรอย
                                           ขอบคุณข้อมูลที่มา

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วันแม่แห่งชาติ 2558 / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

วันแม่แห่งชาติ 2558 กลอนวันแม่
วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ประวัติความเป็นมาและความสำคัญของวันแม่แห่งชาติ
วันแม่แห่งชาติ 2555

12 สิงหาของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติไทย


ความหมายของคำว่า "แม่"

     คำว่า “แม่” พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายของคำว่า "แม่" ไว้ดังนี้
     แม่ หมายถึง หญิงในฐานะที่เป็นผู้ให้กำเนิดแก่ลูก, คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน
     ในทางพระพุทธศาสนา ได้ให้ความหมายของคำว่า "แม่" ซึ่งหมายถึง หญิงที่มีครอบครัวไว้หลายนัย เช่น
     1. แม่ บางทีเรียกว่า มารดา มารดร หมายถึง เป็นใหญ่ เช่น แม่ทัพ แม่น้ำ แม่กอง เป็นต้น อันแสดงถึงความยิ่งใหญ่ภายในกิจการนั้นๆ ในที่นี้มาใช้กับผู้ให้กำเนิดแก่ลูกและหาตัวแทนไม่ได้
        - หญิงในฐานะผู้ให้กำเนิดแก่ลูก และหาตัวแทนไม่ได้
        - คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน
        - คนที่เป็นหัวหน้า หรือเป็นนาย โดยไม่จำกัดว่าเป็นชายหรือหญิง เช่น แม่ทัพ แม่กอง ฯลฯ
     รวมความแล้ว "แม่" คือ ผู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน โดยการรับผิดชอบนั้นมีขอบเขตภายในบ้านเรือน
     2. ชนนี หมายถึง ผู้ให้กำเนิดลูก, เป็นที่บังเกิดเกล้าของลูก
     3. ภรรยา หรือภริยา หมายถึง
        - เมีย หรือ หญิงผู้เป็นคู่ครองของชาย
        - ผู้เลี้ยง หรือผู้ดูแลสมาชิกของครอบครัว
     นักภาษาศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า คำว่า "แม่" ของทุก ๆ ภาษา มาจากการออกเสียงของเด็ก โดยคำขึ้นต้นด้วยพยัญชนะริมฝีปากคู่ ได้แก่ ม , พ , ป ,บ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นพยัญชนะชุดแรกที่เด็กสามารถทำเสียงได้ โดยการใช้ริมฝีปากบนและล่าง ดังเช่น
ภาษาจีน ม๊ะ หรือ ม่า
ภาษาฝรั่งเศส la mere (ลา แมร์)
ภาษาอังกฤษ mom , mam
ภาษาโซ่ เม๋เปะ
ภาษาไทใต้คง เม เป็นต้น
วันแม่แห่งชาติ รักใดเล่ารักแน่เท่าแม่รัก

พระคุณแม่ยิ่งใหญ่หาใดเทียบมิอาจเปรียบแม้ภูผาชลาสินธุ์
น้ำนมที่กลั่นให้ลูกได้ดื่มกินลูกถวิลถึงคุณค่าว่าอนันต์

ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติ
            ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี พ.ศ.2457 โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้าน หรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว 
ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย
     วันแม่แห่งชาติ งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีงานวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน
     ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ทำไมจึงใช้ดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำวันแม่
     การที่ใช้ดอกมะลิ เป็นสัญลักษณ์วันแม่ ก็เพราะดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมที่หอมไปไกลและหอมได้นาน ผลิดอกได้ทั้งปี อีกทั้งยังนำไปปรุงเป็นเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้ด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ลึกซึ้งที่แม่มีต่อลูก เป็นความรักที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาที่ไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีพิษมีภัย มีแต่ความชุ่มชื่นใจดั่งความหอมของดอกมะลิ
วันแม่แห่งชาติ ใช้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์

ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่
ดอกมะลิดอกไม้ประจำวันแม่
ชื่อ :
มะลิ มะลิลา มะลิหลวง มะลิซ้อน
ชื่อวิทยาศาสตร์ และชื่อพฤกษศาสตร์ :
Jusminum adenophyllum.
วงศ์ :
OLEACEAE
ลักษณะทั่วไป :
เป็น พรรณไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆ ลำต้นสูงประมาณ 5 ฟุต ใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกเป็นคู่ ไปตามก้านต้นลักษณะใบป้อมมน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบไม่มีจัก ผิวใบเรียบสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบยาว 2-3 นิ้ว มีดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกเป็นช่อตามปลายยอดหรือปลายกิ่งประมาณ 3-5 ดอก แล้วแต่ชนิดพันธุ์ ดอกมีสีขาวกลิ่นหอม มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน ออกดอกตลอดปี
การขยายพันธุ์ :
เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง ต้องการน้ำปานกลาง ปลูกในดินร่วนซุย ขยายพันธุ์โดยการปักชำ หรือตอนกิ่ง
สรรพคุณทางยา :
มะลินอกจากจะมีกลิ่นหอมไว้ดมแล้ว มะลิดอกแห้งใช้ปรุงเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดี

ดอกมะลิสัญลักษณ์ประจำวันแม่
มะลิหอมน้อมวางข้างข้างตัก กรุ่นกลิ่น “รัก” บริสุทธิ์ผุดผ่องใส
แทนทุกคำทุกถ้อยร้อยจากใจ เป็นมาลัย “กราบแม่” พร้อมน้อมบูชา
ดอกเอ๋ยดอกมะลิ
ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น
สดสะอาดปราศสีราคีระคน 
เหมือนกมลใสสดหมดระคาย
กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สร่าง  
เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย
อันรักแท้แลหัวใจได้บรรยาย
ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย
*คำประพันธ์บทดอกสร้อยชื่อ แม่จ๋า ของท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา



        ขอบคุณข้อมูลที่มา



วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

มิกซ์เบอร์รี่ ( Mixed Berry Extract ) / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

มิกซ์เบอร์รี่ ( Mixed Berry Extract )

Colla Colla ของเรานั้น ได้ทำออกมาในรสชาติของความเป็นวัยรุ่นญี่ปุ่น ที่เปรี๊ยวนิด หวานหน่อย ซึ่งเป็นรสมิกซ์เบอร์รี่ที่ประกอบด้วยเบอร์รี่ 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และแครนเบอร์รี่ ซึ่งเบอร์รี่แต่ละชนิดก็จะมีประโยชน์แตกต่างกันไป เราจะมาดูว่า เพราะอะไรเราจึงนำส่วนประกอบของเบอร์รี่ 3 ชนิด นี้มาอยู่ในผลิตภณฑ์เสริมอาหาร Colla Colla นี้ผล ไม้ในกลุ่มเบอร์รี่มีมากมาย เช่น บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น สีจัดจ้านของผลไม้กลุ่มนี้ใช่ว่าจะดูเพียงน่ารัก น่ารับประทานแต่เปี่ยมไปด้วยคุณค่ามหาศาล เรามาดูประโยชน์ของบลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และแครนเบอร์รี่ กันเลยค่ะ
บลูเบอร์รี่ (Blueberry) มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ประกอบด้วยปริมาณใยอาหารสูง โดยเฉพาะเพคติน ทำหน้าที่ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และฟื้นฟูความจำให้ดีขึ้นในคนชรา
ราสเบอร์รี่ (Rasberry) สุดยอดผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่างๆมากมายแก่ร่างกาย โดยเฉพาะ "สารต้านอนุมูลอิสระ" ส่วนสารสีแดงในราสเบอร์รี่มีคุณสมบัติช่วยให้การหมุนเวียนของโลหิต เป็นปกติ และยังอุดมด้วยวิตามินA , B ช่วยให้ผิวพรรณสดใส สมานแผลต่างๆให้หายเร็วขึ้น

แครนเบอร์รี่ (Cranberry) สามารถแก้ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ดี เพราะมีสารแทนนินเข้มข้นอยู่ในแครนเบอร์รี่ ช่วยต่อต้านแบคทีเรีย (anti-biotic)  ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบทางเดินปัสสาวะเกิดอาการติดเชื้อนั่นเอง
ประโยชน์ของมิกซ์เบอร์รี่
- อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูง ที่ช่วยต้านการทำลายเซลล์ของร่างกาย
- ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- ช่วยดูแลเส้นเลือดฝอยให้แข็งแรง
- ช่วยชะลอความแก่ บำรุงร่างกายและช่วยให้ความจำดีขึ้นในคนชรา
- มีส่วนช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายสูงวัย โดยจะมีผลให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้น
- สรรพคุณบรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- ลดเลือนผิวหมองคล้ำและเกิดริ้วรอยก่อนวัย
- ช่วยในการแข็งตัวของเลือ

- ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ
- สามารถเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจน
- วช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น
- ช่วยต่อต้านอาการป่วยเรื้อรังของสมอง อย่างอาการความจำ
- ช่วยลดกรดไขมันในเส้นเลือด
ขอบคุณแหล่งที่มา