แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องมือช่าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องมือช่าง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

ทักษะการใช้และการเก็บรักษา เครื่องมือประเภทวัด /ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)


ทักษะในการใช้และเก็บรักษาเครื่องมือวัด
        เครื่องมือวัด (Measuring Tool) คือ เครื่องมือสำหรับใช้ในการวัดเพื่อบ่งชี้บอกระยะหรือขนาดในการกำหนดตำแหน่ง ตรวจสอบระยะหรือขนาดความกว้าง ความยาว ความสูงหรือความหนาของวัสดุชิ้นงาน ฯลฯ เครื่องมือวัดมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะ รูปร่างที่แตกต่างกันตามประโยชน์ใช้สอบในทางช่างนั้น ๆ สำหรับเครื่องมือวัดที่ใช้ในทางช่าง  ที่ตัวเครื่องมือวัดมีหน่วยมาตรฐานการวัดมีหน่วยเป็นนิ้ว ฟุตและหน่วยเมตริกกำกับไว้ในเครื่องมือวัดชนิดเดียวกันเพื่อสะดวกในการใช้ งาน ดังนั้น ช่างไม้หรือช่างก่อสร้างควรเรียนรู้เรื่องหน่วยมาตรฐานการวัดและเครื่องมือ วัดที่สำคัญ ดังนี้
        • บรรทัดเหล็กหรือฟุตเหล็ก (Steel Rule)
        • ตลับเมตร (Tape Rule)
        • ฉาก (Squares)
        • ระดับน้ำ (Level)
หน่วยการวัด
        ก่อนการใช้เครื่องมือวัด ผู้ใช้ต้องแน่ใจว่าสามารถอ่านค่าหน่วยต่าง ๆ ที่กำหนดไว้บนเครื่องมือวัดได้อย่างถูกต้อง สำหรับหน่วยการวัดที่ระบุไว้ในเครื่องมือวัดที่ใช้ในงานช่างไม้ก่อสร้าง มีหน่วยการวัดแบ่งได้ 2 ระบบ ดังนี้
• ระบบเมตริก (Metric System of Measurement)
• ระบบอังกฤษ (English System of Measurement)
ระบบเมตริก มีหน่วยการวัด ดังนี้
มิลลิเมตร ใช้อักษรย่อ มม. (mm.) ตัวอย่างเช่น 2 มม. อ่านว่า   ความยาวสองมิลลิเมตร
เซนติเมตร ใช้อักษรย่อ ซม.(cm.) ตัวอย่างเช่น 10 ซม. อ่านว่า   ความยาวสิบเซนติเมตร
เมตร ใช้อักษรย่อ ม. (m.) ตัวอย่างเช่น10 เมตร อ่านว่า  ความยาวสิบเมตร
หน่วยของการวัดในระยะความยาว 1 เซนติเมตร (10 มม.)  และ (25.4 มิลลิเมตร = 1 นิ้ว)
ระบบอังกฤษ มีหน่วยการวัด ดังนี้
        1. นิ้ว ใช้เครื่องหมาย ( ” ) ตัวอย่างเช่น 1 ” อ่านว่า ความยาวหนึ่งนิ้ว
        2. ฟุต ใช้เครื่องหมาย ( ’ ) ตัวอย่างเช่น 4 ’ อ่านว่า ความยาวสี่ฟุต
การอ่านค่าระบบนิ้ว
http://www.igetweb.com/www/kwuan/private_folder/untitled111.gif

หลักการแบ่งสเกลของระบบอังกฤษ มี 4 แบบคือ
http://www.igetweb.com/www/kwuan/private_folder/untitled2.gif
1 นิ้วแบ่งเป็น 8 ช่อง
1 ช่องเท่ากับ เศษ 1 ส่วน  8 นิ้ว
ระยะ ก อ่านได้ เศษ 13 ส่วน 16 นิ้ว
ระยะ ข อ่านได้ 1 เศษ 1 ส่วน 16  = 1 นิ้ว ครึ่งหุน
ระยะ ค อ่านได้ 1 เศษ 7 ส่วน 16  = 1 นิ้ว 3 หุนครึ่ง              
ระยะ ง อ่านได้ 2 เศษ 5 ส่วน 8 นิ้ว = 2 นิ้ว 5 หุน              

http://www.igetweb.com/www/kwuan/private_folder/untitled3.gif

1 นิ้วแบ่งเป็น 32 ช่อง
1 ช่องเท่ากับ 1 ส่วน 32 นิ้ว
ระยะ ก อ่านได้ 3 ส่วน 32 นิ้ว
ระยะ ข อ่านได้ 9 ส่วน 32 นิ้ว
ระยะ ค อ่านได้ 1 เศษ 11 ส่วน 32 นิ้ว
ระยะ ค อ่านได้ 1 เศษ 11 ส่วน 32 นิ้ว
ระยะ ง อ่านได้  2 เศษ 4 ส่วน 32 นิ้ว เท่ากับ 2 เศษ 1 ส่วน 8 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว 1 หุน

ตัวอย่างการอ่านสเกลการวัดจากเครื่องมือวัด

การวัดความยาวเป็นนิ้วเป็นระบบอังกฤษ
ปัจจุบันบ้านเราใช้ระบบ Metric หรือระบบ SI ที่วัดความยาวเป็นเมตร (มิลลิเมตร-เซนติเมตร) ผสมกันไป
หนึ่งนิ้วก็แบ่งเป็นแปดส่วน ..... 1/8 นิ้ว
ภาษาช่างบ้านเรา ... เรียก 1 หุน        = 0.125 นิ้ว         = 3.175 มิลลิเมตร
1/4 นิ้ว ก็คือ 2/8 ... เรียก 2 หุน
3/8 นิ้ว ................ เรียก 3 หุน
1/2 นิ้ว ...............  เรียก 4 หุนบ้าง ครึ่งนิ้วบ้าง
จากนั้น ก็ไปถึง 5 หุน 6 หุน 7 หุน
ไม่มี 8 หุน เพราะ 8/8 = 1 นิ้ว ก็เรียก 1 นิ้ว

ย่อยครึ่งของ 1/8 ไปที่ 1/16 ก็เรียก.................. ครึ่งหุน
ถ้าย่อยครึ่งของ 1/16 ไปที่ 1/32 เรียก ............. หลี
ครึ่งหุนหลี ก็คือ 3/32 นิ้ว

1.  ไม้บรรทัดเหล็กหรือฟุตเหล็ก  ใช้สำหรับวัดระยะสั้น ๆ และขีดเส้น
https://lh5.googleusercontent.com/-VI-MB_6d3Jk/UeZB5o8oXnI/AAAAAAAAEFw/yfbj1Vca_64/s710/DSC_1911b.JPG

2.  ตลับเมตร  ใช้สำหรับวัดระยะ  ลักษณะเป็นตลับสี่เหลี่ยมขนาดพอจับมือ  ตัวตลับทำด้วยโลหะหรือพลาสติก  ส่วนแถบวัดทำด้วยเหล็กบางเคลือบสี  ปลายของแถบวัดมีขอเกี่ยวเล็ก ๆ ติดอยู่
http://img.tarad.com/shop/r/rshop/img-lib/spd_20050317130659_b.jpg

การใช้ตลับเมตร
1.  มือหนึ่งจับปลายเทปแล้วดึงออกจากตลับ
2.  ใช้ขอปลายเทปเกี่ยวหัวไม้ที่ตรงและได้ฉาก
3.  ทำเครื่องหมายตามระยะที่ต้องการ
การบำรุงรักษา
1. ระวังรักษาขอเกี่ยวปลายเทปไม้ให้หัก
2. เมื่อปล่อยเส้นเทปกับที่เดิมค่อย ๆ ผ่อน  ถ้าปล่อยให้กลับเร็วเกินไปปลายขอที่เกี่ยว และคอยใช้มือประคองเส้นเทปก่อนที่ขอเกี่ยวจะไปกระทบกับตัวตลับ ซึ่งจะทำให้ขอเกี่ยวหลุดหรืคลาดเคลื่อนและอาจชำรุดเสียหาย 
3. การใช้ตลับเมตรที่ถนอมคือต้องไม่ดึงสายวัดออกมาจนสุด
4. ทำความสะอาดหลังเลิกใช้แล้วเก็บให้เป็นระเบียบ 
ทั้งนี้เราจะนำตลับเมตรไปวัดอะไรก็ได้ตามแต่เราต้องการ ขนาดที่นิยมใช้คือยาว 3.5 เมตร

3.  ฉาก  เป็นเครื่องมือวัดละเอียดที่ใช้ทางตรงหรือตั้งได้ฉากของงาน  รวมทั้งการวัดมุมต่าง ๆ  ฉากมีหลายชนิด 
        3.1 ฉากเหล็ก หรือฉากตาย (Try Square)

        คือเครื่องมือที่ใช้เพื่อวัดขนาดการสร้างมุมฉาก ตรวจสอบการได้ฉากของงานชนิดต่าง ๆ หรือใช้วัดขนาดความกว้าง ยาว ลึกของชิ้นงานที่มีขนาดเล็ก มีส่วนประกอบ 2 ส่วนคือ ใบฉาก และด้ามฉาก โดยทั้ง 2 ส่วนยึดติดกันเป็นมุม 90 องศา ความยาวของใบฉากมีตั้งแต่ 6 นิ้วขึ้นไป ซึ่งเป็นขนาดที่นิยมใช้ ที่ใบฉากทั้งสองด้านทุกขนาดมีมาตรส่วนเป็นนิ้ว และเซนติเมตร บอกกำกับไว้ วิธีการใช้งาน การใช้ฉากในงานช่างสามารถใช้งานในลักษณะงานดังต่อไปนี้
        1. ใช้ในการวัดขนาด ฉากมีด้านทั้งสองของใบมีมาตราส่วนเป็นนิ้ว และเซนติเมตรกำกับไว้ฉะนั้นในการใช้ฉากวัดขนาดความกว้างยาวของงาน ใช้วิธีการวัดการวัดขนาดความกว้าง ยาวเหมือนกับการวัดด้วยไม้เมตร หรือตลับเมตร
        2. ใช้ในการขีดเส้นฉาก เพราะฉากเหล็กมีลักษณะการประกอบเป็นมุมฉากอยู่แล้ว ดังนั้นการนำด้ามฉากไปแนบกับขอบที่เรียบชิ้นงานใด ทิศทางของใบฉากย่อมทำมุมได้ 90 องศาเสมอ ดังนั้นในการตัดไม้ให้ได้ฉากกับแนวข้างลำตัวไม้ เมื่อนำฉากมาแนบ การขีดเส้นตามแนวของใบฉากคือเส้นที่บอกให้ทราบถึงแนวตัดหัวไม้ได้ฉากเสมอ
        3. การใช้ฉากเหล็กเพื่อตรวจสอบมุม 90 องศาของชิ้นงาน เป็นการตรวจสอบโดยนำฉากเหล็กไปแนบในจุดที่ตรวจสอบ แต่การตรวจสอบได้ความเที่ยงตรงมากน้อยแค่ไหนต้องตรวจสอบฉากก่อน
การบำรุงรักษา
        1.วางฉากลงบนโต๊ะปฏิบัติงานเบา ๆ และอย่างระมัดระวังเมื่อนำฉากเหล็กไปใช้ในแต่และครั้ง
        2.ไม่ควรนำฉากเหล็กไปใช้งานลักษณะอื่น ที่นอกเหนือจากการวัด ขีดเส้น ตรวจสอบมุม วัดขนาดความยาวชิ้นงาน
        3.ไม่ควรใช้ฉากในการดัน ที่จะเป็นผลให้จุดการยึดใบฉากกับด้ามฉากยึดกันไม่แน่น ยกเว้นเป็นการทำเพื่อดัดฉากให้ได้ 90 องศา
        4.ทำความสะอาดฉากให้ปราศจากฝุ่นและทราย ก่อนเช็ดด้วยน้ำมันเครื่อง เพื่อกันสนิท
        5. ไม่ใช้ด้ามฉากเคาะหรือตอกแทนค้อน
      6.  ระมัดระวังอย่าให้ฉากตกลงพื้นเพราะจะทำให้ฉากคลาดเคลื่อนจากความเที่ยงตรง
      7.เก็บฉากไว้ในที่เรียบ ไม่วางทับซ้อนกับเครื่องมือชนิดอื่น ซึ่งจะมีผลเสียต่อฉากจะบิดงอได้
ฉากตาย http://thaider.com/homepro/get/images/R9963843/R9963843-11.jpg

        3.2 ฉากเป็น  (Bevel Gauge) ใช้วัดมุมต่าง ๆ  นอกจากมุม  90  องศา  45  องศา  สามารถถอดแยกจากกันได้ ลักษณะเป็นด้ามไม้และพลาสติก และมีส่วนที่เป็นโลหะแบน หรือเรียกว่า ใบฉาก ยึดด้วยสกรูที่สามารถเป็นจุดหมุนในการวัดมุม สำหรับการตัดชิ้นงานไม้ บัวไม้ ไม้เข้ามุม เดือยไม้ และวัดองศาตามความต้องการ ความพิเศษของเครื่องมือช่างชนิดนี้ คือ สามารถวัดมุมได้เป็นองศาและสามารถแบ่งวงกลมออกเป็น 180 ส่วน สร้างมุม 360 องศา 90 องศา หรือ 1 ใน 4 ของวงกลมได้ด้วยเช่นกัน การใช้งานฉากเป็นให้เริ่มจากการหามุม จุดตัด หรือจุดยอดของมุมที่ต้องการวัด จากนั้นให้คลายสกรูที่ฉากเป็นแล้วเลื่อนส่วนใบฉาก เพื่อให้สามารถกดด้ามให้แนบกับข้างหนึ่งของมุม และให้ใบฉากแนบกับอีกด้านหนึ่งได้ จับด้ามและใบฉากให้แนบกับมุมตัวอย่างนั้น ขันสกรูให้แน่น นำฉากเป็นมาที่ชิ้นงานที่ต้องการนำเข้าไปติดตั้ง วางส่วนด้ามให้แนบกับด้านหนึ่ง แล้วลากเส้นไปตามขอบขอบใบฉาก เพื่อสร้างมุมที่มีขนาดเท่ากับมุมต้นแบบได้อย่างสมบูรณ์
ฉากเป็น

        3.3 ฉากปรับองศา
http://www.thaicontractors.com/uploads/equipment/EQIMG1240286217.jpg

ใช้วัดมุมต่าง ๆ  นอกจากมุม  90  องศา  45  องศา  ลักษณะเป็นโลหะแบน ใบฉาก ยึดด้วยสกรูที่สามารถเป็นจุดหมุนในการวัดมุม และใช้ควบคู่กับเครื่องมือช่างที่ใช้ไฟฟ้าในการตัดชิ้นงาน และวัดองศาตามความต้องการ ความพิเศษของเครื่องมือช่างชนิดนี้ คือ สามารถวัดมุมได้เป็นองศาและสามารถ สร้างมุม 30 องศา ถึง 150 องศา


4. ระดับน้ำ (Level)
https://www.ktw.co.th/ktwimg/IMAGE/PRODUCT/BIG/STANLEY/jpg

        ระดับน้ำ ใช้สำหรับวัดพื้นผิวว่าได้ระดับหรือไม่ มีหลอดแก้ว 3 หลอดวางไว้ตั้งฉากกัน และทแยง 45 องศา ลักษณะของเครื่องมือชนิดนี้จะเป็นอะลูมิเนียมหรือพลาสติก ยาวประมาณหนึ่งศอก มีช่องใส ๆ หลายช่อง แต่ละช่องจะมีหลอดแก้ว ที่มีของเหลวที่มีสีอยู่ข้างใน ในของเหลวนั้นจะมีฟองอากาศขนาดเท่าเมล็ดถั่ว เมื่อลองขยับระดับน้ำดู จะสังเกตเห็นว่าฟองอากาศนั้นจะเคลื่อนที่ไปด้วย ซึ่งระดับน้ำนั้นมีอยู่หลายขนาด โดยส่วนใหญ่ใช้ขนาด 24 นิ้ว (60 เซนติเมตร) ใช้ขนาด 4 ฟุต(1.2 เมตร) หรือ 6 ฟุต (1.8 เมตร) สำหรับประตูและหน้าต่าง ระดับน้ำแบบที่มีตาวัว (แป้นวงกลม) ใช้แสดงทิศทางของการเอียง การใช้งานเครื่องมือช่างดังกล่าวให้ดูที่ระดับน้ำ ว่าหลอดแก้วหลอดไหนใช้วัดระดับในแนวราบและหลอดไหนวัดแนวดิ่ง วางระดับน้ำลงบนพื้นผิวที่ต้องการตรวจสอบ ดูที่ฟองอากาศ ถ้าฟองอากาศลอยไปอยู่ที่ตรงกลางของหลอดแก้วแสดงว่าพื้นได้ระดับในแนวราบแล้ว แต่ถ้าฟองอากาศไม่อยู่ตรงกลาง แสดงว่าพื้นเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าต้องการรู้ว่าเอียงทางใดและเอียงมากแค่ไหน ให้ลองยกปลายของระดับน้ำขึ้นด้านหนึ่ง แล้วดูว่าฟองอากาศเลื่อนไปทางไหน เมื่อฟองอากาศอยู่ตรงกลาง จะเห็นว่ามีช่องว่างระหว่างพื้นกับขอบของระดับแล้ว จะเห็นว่าเอียงมากเพียงใด หากพื้นได้ระดับแนวราบแล้ว ให้หมุนระดับน้ำไปที่ 90 องศา แล้วตรวจดูอีกครั้ง จะพบว่าพื้นอาจจะได้ระดับในด้านหนึ่ง แต่เอียงในอีกด้านหนึ่ง ถ้าพื้นได้ระดับจริง ๆ ในทุกทิศทาง ฟองอากาศจะต้องอยู่ตรงกลางหลอดแก้วเสมอ ไม่ว่าจะหมุนระดับน้ำไปทางใดก็ตาม

เทคนิคการใช้ไม้บรรทัดวัดและการวัด
      การใช้เครื่องมือประเภทวัด ชนิดต่างๆ นั้นมีเทคนิคและวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันตามลักษณะงานดังนี้
ขั้นตอนที่ 1
หากต้องการตีเส้นที่คมและเส้นเล็ก ควรเลือกใช้ดินสอที่เหลา ปลายแหลมหรือใช้เหล็กแหลม สำหรับงานที่ต้องการความละเอียด    
ขั้นตอนที่ 2
การขีดเส้นตามแนวของไม้บรรทัด จะต้องกดให้ไม้บรรทัดหรือเหล็กพุกนั้น แนบกับผิว ของชิ้นงานโดยกดไม้บรรทัดด้วยนิ้วให้แน่นแล้วจึงขีดเส้น แนบกับ บรรทัดตามแนว ตั้งฉากกับชิ้นงาน
ขั้นตอนที่ 3
การแบ่งส่วนของหน้าไม้ให้เท่ากัน นั้นสามารถจัดระยะได้ด้วยการทาบ ไม้บรรทัดลง ตามหน้าไม้ ขยับให้ได้ตัวเลขที่จำนวนเต็มพอดี ตามที่เราต้อง
การแบ่งส่วน แล้วจึงทำ เครื่องหมายระยะที่หารลงตัวก็จะได้ช่องไฟที่เท่ากัน 
ขั้นตอนที่ 4
หากต้องการขีดเส้นให้ใด้ฉากในงานเฟอร์นิเจอร์ การขีดเส้นบนไม้นั้นจะใช้ฉากทาบกับ ส่วนหนาของหน้าไม้ให้สนิทกัน จะขีดได้เส้นที่ตั้งฉากกับไม้     
ขั้นตอนที่ 5
การตรวจสอบดูว่าไม้ที่กำลังใช้อยู่นั้น ได้ฉากตามที่ต้องการหรือไม่ / ต้องการตรวจดูว่าไม้นั้นเรียบเท่ากันทั้งแผ่นหรือไม่ สามารถใช้ฉากนั้นทาบกับตัวไม้วัดดูในการวัดนั้นให้ขอบของฉากวัดแนบสนิทกับไม้อีกด้านหนึ่ง ส่องผ่านแสงดูว่ามีช่องว่างอยู่ตรงไหน นั้นคือส่วนที่เกินออกมาไม่ได้ฉาก และไม่เรียบต้อง ไสออก 
ขั้นตอนที่ 6
วิธีการขีดเส้นให้ห่างจากขอบเท่ากันนั้น สามารถทำได้ด้วยการใช้ฉากแบบปรับระยะได้วัดขนาดของเส้นขอบที่ต้องการขีด แล้วลากเส้นตามขนาดที่ทำ เครื่องหมายไว้ โดยให้ขอบของฉากแนบกับหน้าไม้    
ขั้นตอนที่ 7
ฉากประเภทปรับมุมมีขนาดองศาบอก ความเอียงนั้นเหมาะสำหรับการทำงานประเภท วัดมุมของชิ้นไม้ ในกรณีไม่เป็นมุมฉาก หรือใช้สำหรับการร่างแบบ      
ขั้นตอนที่ 8
ฉากปรับมุมอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งสามารถที่จะปรับให้ไม้ฉากนั้นทำมุมนอกจากมุมฉาก(90องศา) ได้ด้วยการ หมุนคลายล็อคที่จุดหมุน แล้วเอียงตัวไม้บรรทัดให้เอียงตาม มุมที่ต้องการแล้วจึงหมุนล็อคก่อนนำไปขีดเส้นมุมนั้นๆ
ขั้นตอนที่ 9
การกำหนดขนาดความกว้างของรูเดือยที่จะนำมาเจาะทำเดือยเฟอร์นิเจอร์ สามารถทำได้ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า ขอขีดไม้ โดยนำสิ่วที่เจาะรู เดือยมาทาบความกว้างของหน้าสิ่ว ปรับตั้งให้เข็มขีดเส้นใหญ่กว่าเล็กน้อย แล้วจึงค่อยหมุนล็อค ส่วนการนำไปใช้งานให้ทาบส่วนที่เรียบเข้ากับหน้าไม้       

5. ขอขีดไม้ (Marking Gauge)

http://www.thaicarpenter.com/images/column_1220165437/IMGA0064.jpg
ขอขีดไม้ เป็นเครื่องมือช่างที่ใช้สำหรับการสร้างรอยขีดที่ขนานกับขอบนชิ้นงาน ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ขีดชิ้นงานอื่นๆ ให้มีขนาดเท่ากันได้หลายชิ้น เครื่องมือชนิดนี้มีลักษณะเป็นชิ้นไม้ที่ตั้งฉากกัน ส่วนปลายมีโลหะแหลมที่เรียกว่า ขา (Beam) ต่อยื่นออกมา ชิ้นไม้ชิ้นที่สองเราเรียกว่าส่วนหัว ซึ่งจะมีสกรูแบบที่มีหางปลาติดอยู่ เมื่อคลายสกรูออก จะสามารถเลื่อนตำแหน่งของหัวไปบนขาได้ แต่ถ้าขันสกรูให้แน่น ก็จะเป็นการล็อคตำแหน่งนั่นเอง การใช้งานเครื่องมือช่างชนิดนี้ เริ่มด้วยการคลายสกรู และเลื่อนส่วนหัวของขอขีดให้ได้ตามระยะที่ต้องการ แล้วจึงขันสกรู ถือขอขีดที่ส่วนหัวให้ส่วนของขาอยู่ในแนวระดับ และเริ่มทำการขีดจากปลายด้านที่อยู่ไกลก่อน กดให้หน้าของหัวขอขีดแนบอยู่กับขอบไม้ แล้วบิดส่วนหัว เพื่อให้ปลายแหลมของขอขีดแตะกับไม้ โดยที่ยังคงให้ส่วนหัวแนบอยู่กับชิ้นงาน และดึงขอขีดเข้ามาหาตัว สุดท้ายตรวจสอบดูชิ้นงานว่าได้รอยขีดตามที่ต้องการหรือไม่
ประโยชน์ของขอขีดไม้
ขอขีดไม้ จะช่วยทำครื่องหมาย วัดได้รวดเร็วและแม่นยำ โดยการขีดเครื่องหมายบรรทัดขนานไปที่ขอบของชิ้นงานไม้  ซึ่งขอขีดไม้นี้ยังมีประโยชน์มากกว่าดินสอไม้ในแง่ที่มีปลายเหล็กแหลมเป็นตัวช่วยทำตำแหน่งได้ชัดเจน
การใช้ขอขีด
คลายสลักหรือลิ่มออก แล้ววัดระยะห่างจากปลายเข็มกับด้ามให้ขนานตามที่แบบกำหนดแล้วล๊อคให้แน่น จับขอขีดด้านที่มีเข็มให้แนบสนิทกับไม้ กดดันไปข้างหน้า ให้ปลายเข็มขีดผิวไม้ ตลอดแนวที่ต้องการ
 การบำรุงรักษา
1. ควรทำความสะอาดหลังใช้
2. ทาน้ำมันส่วนที่เป็นโลหะ
3. เก็บให้เรียบร้อย




- ขอบคุณที่มา : http://www.vcharkarn.com/vblog/116163/29 -

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Aluminum Frame / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)



เรียบเรียงข้อมูลโดย ADMIN / SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

Aluminium Profile Aluminum Frameอลูมิเนียมโปรไฟล์Stainless



 Aluminium Profile,Aluminium Frame,    
 อลูมิเนียมโปรไฟล์
Aluminium Profile มีคุณสมบัติสูงกว่าเหล็ก ดูสง่า ภูมิฐาน สวยงาม ไม่เป็นสนิม น้ำหนักเบาแต่สามารถรับแรงได้มาก มีหลายขนาดเพื่อเลือกใช้ในการรองรับน้ำหนักให้เหมาะสมกับการใช้งาน วิธีประกอบง่าย ไม่ต้องเชื่อม เปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงสร้างโดยง่าย มีหลายขนาดให้เลือก เช่น 20x20 ,20x40,30x30,30x60,40x40,40x80 ฯลฯ และทางเรายังมีอุปกรณ์เสริมจำหน่าย เช่น Bracket (ฉากยึด) ,Blind Bracket (ฉากยึดในร่อง), End Cap (ตัวปิดหัว-ท้าย), Slot Cap (ตัวปิดร่อง Profile),T-Nut (น๊อตตัวเมีย), Screw (น๊อตตัวเมีย), Foot Adjust (ขาปรับระดับ)

Aluminium Profile สำหรับงานโครงสร้าง Aluminium Frame ใช้สำหรับประกอบเป็นเครื่องจักร, Cover Machine, Table Workstation, Special Room, Special shelves, Cart, Rack และอื่นๆ เรามีเทคนิคและรูปแบบการประกอบที่แข็งแรงทนทาน สามารถเติมแต่งตามดีไซค์ของลูกค้า ทางเรายังรับออกแบบ รับประกอบงานตามแบบ ที่ลูกค้านำไปใช้งาน ทั้งนี้ยังสามารถทำสีตามความต้องการของลูกค้าต้องได้ ทางเรายังรับทำงานด้านงาน Stainless และ Acrylic เช่น โต๊ะ ตู้ เตียง รถเข็น กล่อง ตู้ โครงสร้างเครื่องจักร(นำมาใช้กับงาน Aluminium Profile) Acrylic มีหลายสีให้ลูกค้าเลือกใช้เพื่อความสวยงาม และเหมาะกับการนำไปใช้งานด้านต่างๆ ทั้งนี้ทางเรา ยังบริการตัดตาม ความยาวที่ลูกค้าต้องการ ให้ฟรี

Aluminium Profile and Accessories ตัด ประกอบ ตามแบบที่ลูกค้าต้องการ พร้อมทั้ง มีอุปกรณ์เสริมจำหน่าย

Stainless ตัด พับ เชื่อม ประกอบ ตามที่ลูกค้าต้องการ

Acrylic Sheet And Pvc ดัด โค้งงอ ประกอบ ตามแบบ โค้งงอ ตามที่ลูกค้าต้องการ

Clean Room Part จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมห้องสะอาด

Sale & Repairing เรานำเข้า ผลิต เองบางส่วนเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าราคาที่ต่ำ


Design & Drawing ออกแบบ ดีไซน์ ตามแบบ และ ลักษณะ ที่ลูกค้านำไปใช้งาน



เรียบเรียงโดย : SJ (Tonan Asia Autotech)

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การบำรุงรักษาเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ เวอร์เนียร์ดิจิตอล / admin POO (Tonan Asia Autotech)

การบำรุงรักษาเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ เวอร์เนียร์ดิจิตอล


 
1.ทำความสะอาดเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ หรือ เวอร์เนียร์ดิจิตอล ทุกครั้ง  หลังจากการใช้งานเสร็จ
2.ควรวางเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ หรือ เวอร์เนียร์ดิจิตอล แยกจากเครื่องมืออื่น โดยจะต้องมีบริเวณเฉพาะสำหรับวางเวอร์เนียร์คาลิเปอร์  ควรเก็บเวอร์เนียร์ไว้บนผ้า ฟองน้ำ หรือกล่องเฉพาะ
3.อย่าเก็บเวอร์เนียร์ หรือ เวอร์เนียร์ดิจิตอล ในที่ร้อน หรือเย็นจัดเกินไป
4.ไม่ควรนำเวอร์เนียร์ใส่กระเป๋าหลังของกางเกง อาจทำให้คดงอได้
5.ต้องทำความสะอาด และชโลมน้ำมันกันสนิมทุกครั้งหลังการใช้งาน
6.ก่อนเก็บเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ หรือ เวอร์เนียร์ดิจิตอล ควรหมุนล็อคตั้งระยะห่างของปากวัดประมาณ
2 – 3 ม.ม. ทุกครั้ง
 
7.ในการเก็บควรแยกเก็บเวอร์เนียร์ไว้ต่างหาก ห้ามวางปนกับเครื่องมือมีคม
8.  อย่าให้เวอร์เนียร์ตกกระแทกพื้นจะทำให้ค่าที่วัดผิดพลาด
9.  ในหนึ่งสัปดาห์ควรชโลมน้ำมันอย่างน้อย  1 ครั้ง 

     ที่มา http://www.syamthai.com/store/article/view/การบำรุงรักษาเวอร์เนียร์คาลิเปอร์/

     เรียบเรียงโดย : POO / Tonan Asia Autotech 

BOWERS METROLOGY AROUND THE WORLD: TONAN ASIA AUTOTECH

Bowers Metrology ผู้ผลิตและผู้นำอันดับหนึ่งในยุโรป ด้านการตรวจวัดขนาดของรู บอร์เกจ
Tonan Asia Autotech ได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผู้แทนจำหน่ายและนำเข้าโดยตรง 
มั่นใจได้ว่าเราเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรง จาก Bowers Metrology จากประเทศอังกฤษ (UK)
โดยตรวจสอบได้จากหน้าเว็บไซต์ของผู้ผลิต

Bowers Metrology Around the World

แนะนำโดย CH-Admin

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แนะนำลิงก์บทความของบริษัทฯ Technical Library

Technical Library Page


ที่นี่รวบรวมข้อมูล คลังความรู้ เทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และความรู้ทางวิศวกรรม

หมวดที่ 1​. Hardness Tester
หมวดที่ 2. Inspection
หมวดที่ 3. Measuring Instruments
หมวดที่ 4. Tester & Meter
หมวดที่ 5. Engineering
หมวดที่ 6. Special Application 

ตัวอย่างเช่น

บทความดีๆ เราอัพเดทเสมอๆ ให้ท่านได้รับความรู้อย่างต่อเนื่องค่ะ

แนะนำโดย CH-Admin

วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิธีการทำความสะอาดเลนส์กล้องจุลทรรศน์ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ADMIN / SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)




วิธีการทำความสะอาดเลนส์กล้องจุลทรรศน์ภาพ
เก็บกล้องจุลทรรศน์ของคุณครอบคลุมเมื่อมันไม่ได้อยู่ในการใช้งานที่จะให้มันจากการสกปรก
กล้องจุลทรรศน์ไม่ควรที่จะทำความสะอาดจนกว่าพวกเขาจะเห็นได้ชัดเพราะเลนส์สกปรกได้ง่ายจะทำเปื้อน, มีรอยขีดข่วนหรือแตกหากมีการทำความสะอาดบ่อยเกินไป อย่าพยายามที่จะเอาเลนส์จากกล้องจุลทรรศน์ที่จะทำความสะอาดหรือใช้กันกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเลนส์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นที่ดีที่สุดคือการใช้กล้องจุลทรรศน์ในการเป็นมืออาชีพในการทำความสะอาดถ้าคุณคิดว่ามีจุดที่ด้านในของเลนส์



เป่าสิ่งสกปรกออกไป

  • ถ้าคุณเห็นจุดหรือรอยเปื้อนในขณะที่มองในกล้องจุลทรรศน์สลับอำนาจที่จะให้แน่ใจว่าเป็นที่ด้านนอกของเลนส์เลนส์ตาซึ่งเป็นเลนส์ที่คุณมองเข้าไปใน ถ้าไม่ได้สิ่งสกปรกอาจเป็นหนึ่งในเลนส์วัตถุประสงค์ ระเบิดกับสิ่งสกปรกโดยใช้หลอดบีบหรืออัดอากาศสามารถที่จะดูว่าสิ่งสกปรกจะพัดไป มองย้อนกลับไปในช่องมองภาพเพื่อดูว่าสิ่งสกปรกได้หายไป

เช็ดสิ่งสกปรกออกไป

  • คว้าชิ้นส่วนของเนื้อเยื่อกระดาษเป็นขุยถ้าสิ่งสกปรกยังคงอยู่บนเลนส์ เนื้อเยื่อ Kodak เลนส์หรือคลีเน็กซ์คิม-ทำความสะอาดที่ดีที่สุดสำหรับกล้องจุลทรรศน์เพราะพวกเขาจะไม่เกาหรือเช็ดฝุ่นออกผ้าสำลีบนเลนส์ แปรงเบา ๆ เลนส์ด้วยตรงกลางของเนื้อเยื่อ อย่าใช้ผ้าบนกล้องจุลทรรศน์หรือเนื้อเยื่อที่เดียวกันสองครั้ง มิฉะนั้นคุณอาจแพร่กระจายสิ่งสกปรก

ทำให้เต็มสิ่งสกปรกออกไป

  • ใส่สองหยดน้ำกลั่นลงบนเนื้อเยื่อและถือไว้กับเลนส์ไม่กี่วินาทีถ้าสิ่งสกปรกยังคงมีอยู่ พรมเช็ด away.Add หยดคู่ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ isopropyl เนื้อเยื่อของคุณหากจุดที่ไม่ได้หายไป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะต้องมีร้อยละ 90 ที่บริสุทธิ์ จุ่มกระดาษในแอมโมเนียอ​​่อนแอมากแทนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถ้าเลนส์สกปรกมาก สร้างโซลูชั่นแอมโมเนียอ​​่อนแอโดยการผสมครึ่งถ้วยน้ำที่มีหลอดหยดตาเต็มรูปแบบของแอมโมเนีย

สารเหนียว

  • ใช้อะซิโตน, สน, xylen หรือน้ำมันแช่เพื่อเอา​​สารเหนียวจากเลนส์ ตัวทำละลายวางบนชิ้นส่วนของผ้าสำลีฟรีเนื้อเยื่อโดยใช้หลอดหยดตา แล้วถือไว้บนเลนส์ไม่กี่วินาที เช็ดเบา ๆ เนื้อเยื่อข้ามเลนส์ ตัวทำละลายเหล่านี้สามารถกินไปที่พลาสติกเพื่อให้ระมัดระวังมากเมื่อคุณกำลังใช้พวกเขา ใช้กล้องจุลทรรศน์เพื่อทำความสะอาดผู้เชี่ยวชาญถ้าสิ่งสกปรกยังคงอยู่

ขอบคุณที่มา http://www.ehow.com/info_8368628_ways-clean-microscope-lenses.html






เรียบเรียงโดย : SJ (Tonan Asia Autotech)

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

Technical Room-007 : เหล็กฉาก (Solid Square)

ฉาก(Solid Square)
เป็นเครื่องมือสำหรับมุมฉากหรือลากเล้นฉากต่างๆ หรือจะใช้ตรวจความเรียบของผิว ฉากเป็นเครื่องมือทีมีคุณภาพสูง มักทำจากเหล็กเครื่องมือที่ผ่าน การชุบผิวแข็ง เจียระไนผิวเรียบหรือขัดผิว ทำให้ผิวของฉากเรียบ 
ใช้วัดงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ มีความเที่ยงตรงสูงทนทานต่อการสึกหรอ


ฉากประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
1. ใบฉาก(Blade) เป็นส่วนแบนมีลักษณะคล้ายบรรทัด ทำจากเหล็กชุบแข็งผ่านการเจียระไนผิวเรียบหรือขัดผิวเรียบ ขอบใบเรียบตรง และขนานกันตลอด
2. ฐานฉาก (Stock)เป็นส่วนฐาน หรือด้ามของฉากมีความหนามากกว่าใบฉาก ลักษณะเป็ฯแท่งขนานผิวเรียบประกบติดกับใบฉาก(Blade)ทำมุม 90 ดังภาพ
     ลักษณะของฉากมี 3 แบบใหญ่ๆ
แบบแรก
 ใบฉากปรับไม่ได้ ยึดติดตายตัว กับฐานฉาก
แบบที่สอง
 ใบฉากมีร่องเลื่อนอยู่ในรอยผ่าของฐานฉากและมีสกรูยึดใบฉากให้แน่นในตำแหน่ง ที่เลื่อนไปมาอยู่บนร่อง (ตามภาพลูกศร)
แบบที่สาม
 เป็นฉากที่ใบฉากปรับไม่ได้ และเป็นชิ้นเดียวกับฐานฉาก เรียกฉากชนิดนี้ว่า "ฉากแบน"

วิธีใช้ฉากวัดและตรวจสอบงาน ในลักษณะต่างๆ
1.เป็นลักษณะการจับฉากติดขอบงานแล้วขีดเส้น
2. เป็นการตรวจสอบชิ้นงานได้ฉาก หรือไม่ชอบที่จะต้องเรียบ ยกส่องดูกับแสงกรรณีที่งานขนาดเล็ก
3. งานขนาดใหญ่ไม่สามารถยกให้วางฉากกับผิวที่ต้องการวัด ใบฉากต้องได้มุม 90 ดังภาพด้วย
4. เป็นวิธีตรวจสอบฉากว่าได้มาตรฐานหรือไม่


วิธีตรวจผิวเรียบของงาน พร้อมๆกับงานได้ฉากหรือไม่ โดยสังเกตดูแสงที่ลอดออกมาใต้ใบฉากเล็กน้อย
เมื่อวางฉากบนผิวงานที่ตรวจแล้ว ต้องกดใบฉากให้แนบสนิทผิวงาน เป็นการตรวจสอบมุมฉากด้านนอก
ลักษณะการจับฉากตรวจสอบมุมภายใน หรือใช้ตรวจสอบงานขนาดใหญ่ไม่สามสรถงานขึ้น ตรวจสอบดูได้


การตรวจสอบผิวของงานทรงกระบอกภายนอกว่าได้ฉากกับหัวท้ายหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้โดยวางฉากและทรงกระบอกบนแท่นระดับ(Surface plate)

การใช้ฉากจับบนผิวงานแล้วใช้เหล็กขีด ขีดเส้นตามต้องการ
การใช้งานของฉากแบน สามารถใช้วัดความเรียบของผิวงานและวัดความฉากของชิ้นงาน ตลอดแท่งของชิ้นงาน การวัดให้วัดเป็นจุดๆ ห้ามลากฉากบนผิวชิ้นงาน ใช้วิธียกเคลื่อนที่ วางลงบนผิวชิ้นงาน เพื่อวัดในจุดใหม่

ที่มา:http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/192/measurement.pdf

สนใจผลิตภัณฑ์ของเรา ที่นี่ค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

มาตรฐานการสอบเทียบของสถาบันมาตรวิทยา

การสอบเทียบ  คือ กระบวนการในการตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องมือวัด ด้วยการเปรียบเทียบกับค่าที่อ่านได้จากเครื่องมือวัดกับค่าจริงของสิ่งที่ถูกวัด

องค์ประกอบของการสอบเทียบ
- ตัวมาตรฐานการวัด
- วิธีการวัด
- ผู้ปฏิบัติการ
- ห้องปฏิบัติการ
- สภาวะแวดล้อม


ห้องปฏิบัติการสอบเทียบมีกี่แบบ
-  ห้องปฏิบัติการสอบเทียบเฉพาะภายในหน่วยงาน  (Captive Laboratory)
    - เพื่อสนองความต้องการของระบบคุณภาพ / ลูกค้า
    - ประหยัดเวลา เพิ่มเวลาใช้งานของเครื่องมือ
    - ประหยัดค่าใช้จ่าย
    - มีความมั่นใจในคุณภาพ
    - มีระบบการปฏิบัติงานที่ไม่ยุ่งยาก
-  ห้องปฏิบัติการสอบเทียบที่ให้บริการแก่สาธารณะ (Public Laboratory)
    - ให้บริการสอบเทียบแก่สาธารณะ
    - มีทั้งที่ได้รับการ Accredited  และไม่ได้รับการ Accredited
    - มีบริการสอบเทียบ On-site
    - ระดับคุณภาพแตกต่างกัน

ขั้นตอนการเลือกห้องปฏิบัติการสอบเทียบ
1. ศึกษาข้อกำหนดในการสอบเทียบเครื่องมือวัดตาม ISO 9001 ข้อ 7.6 และ ISO/IEC 17025
2. จัดทำขอบเขตของความต้องการการสอบเทียบ
    - หน่วยวัด
        - พิสัย
        - ความไม่แน่นอน
        - ข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับเครื่องมือบางตัว
        - ช่วงระยะเวลาระหว่างการสอบเทียบ
        - วันที่สอบเทียบ และวันที่แล้วเสร็จ
3. จัดทำเอกสารการจัดจ้าง
เงื่อนไขทางการค้า
        - หลักฐานการจดทะเบียนบริษัท
        - ใบรับรองระบบคุณภาพ ISO 17025
        - หลักฐานการประกันความเสียหาย
        - สำเนาคู่มือคุณภาพ
        - ตัวอย่างสำเนาใบรับรองการสอบเทียบ
        - ค่าบริการสอบเทียบ และเงื่อนไขการจ่ายเงิน
        - การให้บริการ On-site
    - เงื่อนไขการยกเลิกสัญญา
เงื่อนไขทางเทคนิค
        - List ของเครื่องมือวัดที่ต้องการสอบเทียบ
        - Specifications
        - วันที่ต้องการสอบเทียบ และ วันที่แล้วเสร็จ

4. การพิจารณาข้อเสนอ
 ใช้ checklist
    1. ส่วนที่เป็นไปตามเงื่อนไขการจัดจ้าง
    2. ส่วนที่เป็นไปตามข้อกำหนดของ ISO 17025
    - จัดทำขึ้นเอง                           
        - ได้จาก Accreditation body
5.On - site Audit 
    - Audit ตาม check list
    - ดูสภาพห้องปฏิบัติการจริง
        - ทำความรู้จักกับผู้บริหารของห้องปฏิบัติการ
    - ประเมินความน่าเชื่อถือ
    กิจกรรมหลังการคัดเลือก
    - Monitor ผลงานของห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง
    - On-site Audit ซ้ำเมื่อจำเป็น
    - ขึ้นทะเบียนเป็น Approved vendor list

วิธีดำเนินการสอบเทียบ
    วิธีดำเนินการสอบเทียบ
    - ต้องทำเป็นเอกสาร
    - ต้อง Validate
    - ต้องทันสมัย
    - มีให้ผู้ใช้งานตลอดเวลา
    - ต้องมีการควบคุม
    - ได้จากมาตรฐาน เช่น ISO, DIN, JIS, ASTM
    - ได้จากวิธีการที่จัดทำไว้แล้ว ตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ
    - ได้จากผู้ผลิต
    - ได้จากการฝึกอบรม
    สิ่งบ่งชี้สถานะการสอบเทียบ
    - สิ่งบ่งชี้เฉพาะของเครื่องมือวัด
    - วันที่สอบเทียบ
    - วันครบอายุการสอบเทียบ
    - สิ่งบ่งชี้ผู้ทำการสอบเทียบ
    - สิ่งบ่งชี้เฉพาะอื่นๆ (ถ้ามี)
    เอกสารในระบบสอบเทียบ
    - วิธีดำเนินการ
    - วิธีการสอบเทียบ
    วิธีดำเนินการ มีรายละเอียดของ 
    - วัตถุประสงค์
    - ขอบข่าย
    - คำจำกัดความ
    - เอกสารอ้างอิง
    - ความรับผิดชอบ
    - วิธีดำเนินการ
    - บันทึก
    วิธีการสอบเทียบ ขั้นตอนการเขียนวิธีการสอบเทียบ
    - ตรวจสอบ Specification ของเครื่องมือที่จะเขียน
    - เลือกวิธีการสอบเทียบ (Calibration Method)
    - เลือกเครื่องมือมาตรฐานที่เหมาะสม (Accuracy Ratio)
    - กำหนดเกณฑ์การยอมรับของผลการสอบเทียบ (Tolerance Limits)
    - เขียนวิธีดำเนินการ (Procedure)
    - ทวนสอบวิธีดำเนินการ (Verify Procedure)

การบริหารห้องปฏิบัติการสอบเทียบ

ห้องปฏิบัติการสอบเทียบ ปัจจัยหลักของห้องปฏิบัติการสอบเทียบ ได้แก่
ผู้ปฏิบัติงานสอบเทียบ
    - มีพื้นฐานการศึกษา ความรู้ และประสบการณ์
    - ได้รับการฝึกอบรมในกิจกรรมที่ปฏิบัติ
    - มีความสามารถในการ
      - ใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง
      - ปฏิบัติการสอบเทียบ
      - ประเมินและรายงานผล
    - มีบันทึกพื้นฐานการศึกษา การฝึกอบรม ไว้เป็นหลักฐาน
สถานที่และสภาวะแวดล้อม
    - สถานที่สำหรับอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน
      - พื้นที่ทำการสอบเทียบ
      - แสงสว่าง แหล่งจ่ายพลังงาน
      - ระบบควบคุมสภาวะแวดล้อม
    - สภาวะแวดล้อม
      - ต้องไม่รบกวนผลการสอบเทียบ จนเกินกว่าจะยอมรับได้
      - ได้รับการควบคุม เฝ้าระวัง และบันทึกอย่างมีประสิทธิภาพ
    ตัวอย่างสภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อการวัด
      - อุณหภูมิ (Temperatute)
      - การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ (Rate of Change of Temperature)
      - ความชื้น (Humidity)
      - ความดัน (Pressure)
      - การสั่นสะเทือน (Vibration)
      - การรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Interference)
วิธีการสอบเทียบ
    - จัดทำไว้เป็นเอกสาร
    - มีสาระเพื่อจะนำไปปฏิบัติได้ผลการสอบเทียบอย่างคงเส้นคงวา
    - แหล่งที่มาของวิธี
    - มีการประเมินความไม่แน่นอน (Uncertainty)
    - มีการ Validate ก่อนนำไปใช้งาน
    - รายละเอียดวิธีการสอบเทียบ
    - ชื่อ ชนิด ของเครื่องมือที่ทำการสอบเทียบ ผู้ผลิต
    - พิสัย ข้อจำกัดการใช้งาน
    - เกณฑ์ยอมรับ
    - ช่วงระยะเวลาในการสอบเทียบ
    - รายละเอียดเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้
      - ข้อควรปฏิบัติก่อนลงมือทำ
      - ขั้นตอนการสอบเทียบ
      - การบันทึก และรายงานผล
      - การประเมินความไม่แน่นอน
มาตรฐานการวัด
เป็นมาตรฐานที่ใช้ในกระบวนการสอบเทียบ
    - มีอัตราส่วนความถูกต้อง 3 ถึง 10 เท่า
    - มีพิสัย (Range) ครอบคลุม
    - มีความสามารถสอบกลับได้ (Traceability) ถึงมาตรฐานแห่งชาติ (National Standards)
    - มาตรฐานอ้างอิง (Reference Standards) คือ มาตรฐานที่มีคุณภาพทางมาตรวิทยาสูงสุดที่มีอยู่ ณ ที่ใช้งาน ซึ่งความถูกต้องของหน่วยวัดที่เกี่ยวข้องทั้งหลายภายในหน่วยงานนั้น สามารถอ้างอิงได้จากมาตรฐานนี้
    - มาตรฐานใช้งาน (Working Standards) คือ มาตรฐานการวัดที่ได้รับการถ่ายทอดความถูกต้องจากมาตรฐานอ้างอิง ใช้สำหรับการสอบเทียบเครื่องมือวัดอื่นๆ ในหน่วยงานนั้น
    - มาตรฐานอ้างอิงของการวัดที่มีความถูกต้องสูงสุด มีไว้ในห้องปฏิบัติการ
    - มีไว้สำหรับการสอบเทียบเท่านั้น
    - ต้องกำหนดแผนการสอบเทียบ
    - ส่งไปสอบเทียบยังหน่วยงานที่สามารถให้ "ความสามารถสอบกลับได้" ของการวัดไปยังมาตรฐานแห่งชาติ หรือมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ
    - ใบรับรองการสอบเทียบ ต้องระบุผลการวัด ความไม่แน่นอนของการวัด และความสามารถสอบกลับได้
บันทึกการสอบเทียบ และการรายงานผล
    - บันทึก
          - ค่าที่อ่านได้ การคำนวณ การส่งต่อข้อมูล การรายงานผลในใบรับรองผลการสอบเทียบ
          - มีรายละเอียดเพียงพอให้สามารถตรวจสอบได้
          - เก็บไว้เป็นหลักฐาน
          - ใช้เป็นข้อมูลในการยืดหรือขยายช่วงระยะเวลาในการสอบเทียบ
รายละเอียดในบันทึกการสอบเทียบ
        - ชื่อ หมายเลขเครื่องมือที่ทำการสอบเทียบ ผู้ผลิต
        - วันที่ทำการสอบเทียบ
        - ช่วงระยะเวลาในการสอบเทียบ
        - สภาวะแวดล้อม
        - ผู้ทำการสอบเทียบ ผู้ตรวจสอบ
        - อ้างถึงวิธีการสอบเทียบ
        - รายละเอียดของมาตรฐานที่ใช้
        - ผลการสอบเทียบ
        - ความไม่แน่นอน
การรายงานผล
    - กรณีสอบเทียบเครื่องมือภายในบริษัท ไม่ต้องออกใบรายงานผล
    - กรณีสอบเทียบเครื่องมือให้ลูกค้าภายนอก ต้องออกใบรายงานผล และเก็บรักษาบันทึกการสอบเทียบ พร้อมสำเนาใบรายงานผลไว้ที่ห้องปฏิบัติการ
         รายละเอียดในใบรายงานผล
        - หัวเรื่อง "รายงานผลการสอบเทียบ"
        - ชื่อ ที่อยู่ ห้องปฏิบัติการ
        - รายละเอียดเครื่องมือที่ทำการสอบเทียบ ผู้ผลิต รุ่น หมายเลขเครื่อง
        - ชื่อ ที่อยู่ ของลูกค้า
        - หมายเลขใบรายงานผล หน้าในจำนวนทั้งหมด
        - ระบุวิธีการสอบเทียบที่ใช้
        - ผลการสอบเทียบ พร้อมความไม่แน่นอน
        - วันที่ทำการสอบเทียบ
        - สภาวะแวดล้อม
        - รายละเอียดของมาตรฐานที่ใช้พร้อมความสอบกลับได้
        - ลายมือชื่อผู้รับผิดชอบรายงาน
ระบบคุณภาพ
       ระบบบริหารงานห้องปฏิบัติการสอบเทียบ
    - ISO 9001  Quality System
    - ISO/IEC 17025  General requirements for the competence of calibration and testing laborator

ขอบคุณที่มา: สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

สนใจผลิตภัณฑ์ของเรา ที่นี่