แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกร็ดความรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกร็ดความรู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

10 กุมภาพันธ์ วันอาสารักษาดินแดน / Admin SD (Tonan Asia Autotech)




               10 กุมภาพันธ์ วันอาสารักษาดินแดน อีกหนึ่งวันสำคัญที่ชาวไทยจะร่วมกันรำลึกถึงความกล้าหาญของหน่วยพลเรือนอาสา ผู้เสียสละเพื่อบ้านเมืองทั้งในภาวะปกติและภาวะสงคราม ว่าแต่ ประวัติวันอาสารักษาดินแดน มีจุดกำเนิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อใดนั้น ไปหาคำตอบพร้อมกันเลย...
http://kp.thaibuffer.com/o/img_cms2/dookdik/1138515697.gifhttp://kp.thaibuffer.com/o/img_cms2/dookdik/1138515697.gifhttp://kp.thaibuffer.com/o/img_cms2/dookdik/1138515697.gif
ประวัติวันอาสารักษาดินแดน

         
 สำหรับความเป็นมาของ วันอาสารักษาดินแดน 10 กุมภาพันธ์ เกี่ยวพันกับการก่อตั้ง กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ซึ่งเป็นองค์กรที่ขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บัญชาการ สืบเนื่องจากเมื่อครั้งอดีต ชาวบ้านซึ่งไม่ใช่กำลังทหารมักออกมารวมตัวกันต่อสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินในยามเกิดศึกสงครามเสมอ

          ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนากองเสือป่าขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2454 ให้เป็นกองพลอาสาสมัครเพื่ออบรมข้าราชการและประชาชนให้รู้จักรักชาติ รู้จักหน้าที่ในการป้องกันรักษาประเทศชาติ

          จากความพยายามจัดตั้งหน่วยพลเรือนอาสาให้เป็นระบบ โดยมีการนำแนวคิดจากต่างประเทศมาใช้ ในเวลาต่อมา ยุคสมัยที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มี พระราชบัญญัติกำหนดหน้าที่คนไทยในเวลารบ พ.ศ. 2481 และพระราชบัญญัติให้อำนาจในการเตรียมการป้องกันประเทศ พ.ศ. 2484 เพื่อฝึกอบรมคนไทยให้รู้จักหน้าที่ในการที่จะป้องกันรักษาประเทศชาติในเวลาสงคราม โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการ

          ในเวลาต่อมาได้มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497 สืบเนื่องจากการดำเนินการด้านพลเรือนอาสามีรูปแบบและระบบที่ชัดเจนขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนามาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ของทุกปี จึงเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนนั่นเอง


กิจกรรมวันอาสารักษาดินแดน

          การปกป้องประเทศชาติเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน แต่หากแต่ประชาชนทุกหมู่เหล่าไม่ได้รับการฝึกอบรมความรู้ ความสามารถ ก็จะไม่สามารถปกป้องประเทศชาติได้เท่าที่ควร ดังนั้นเมื่อถึงวันอาสารักษาดินแดนของทุก ๆ ปี นอกจากการร่วมรำลึกถึงเหล่าผู้เสียสละที่จากไปแล้ว ทางกองอาสารักษาดินแดนในแต่ละจังหวัด จะมีการจัดกิจกรรมที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้

        -  การร่วมพิธีชุมนุมของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่

        -  การร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณ

        -  การรายงานผลการปฏิบัติงานของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนด้านต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมา

        -  การมอบประกาศนียบัตรแก่กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่มีผลงานดีเด่น

        -  การมอบเงินทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน

        -  การให้ความรู้กับประชาชนในด้านต่าง ๆ

          และเนื่องจากหลักการสำคัญของกองอาสารักษาดินแดน คือ การจัดเตรียมกองกำลังสำรองไว้ช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติ ทั้งยามปกติและยามสงคราม ดังนั้นผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน http://asa.dopa.go.th





ภาพจาก maehongson.go.th
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
asa.dopa.go.thmaehongson.go.th
http://hilight.kapook.com/view/97447

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2559

วันเด็กแห่งชาติ ปี 2559 / Admin SD (Tonan Asia Autotech)




             ทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน หลังจากที่มีการจัดงานรื่นเริงปีใหม่แล้ว ต่อไปก็ต้องคราวที่เด็กๆ จะได้มีความสุขในวันของพวกเขาบ้าง เพราะทุกคนย่อมเคยผ่านชีวิตในวันเด็กมาแล้ว และอาจจะเคยผ่านกิจกรรมในวันเด็กมาด้วย เชื่อว่าหากคุณมีความสุขในวันเด็กอย่างไร ลูกๆ หลานๆ ก็ต้องมีความสุขในวันเด็ก ของทุกๆปีแน่นอน ซึ่งแม้จะจัดเพียงปีละครั้ง แต่การที่เด็กๆ ได้มีวันหยุดแห่งความสุขของตัวเอง ย่อมทำให้เกิดผลดี และอาจเป็นแนวทางที่ชี้ให้พวกเขาเหล่านั้นเห็นสิ่งดีๆ และจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตต่อไปได้

ความหมายวันเด็ก

เด็ก หมายถึง คนที่มีอายุยังน้อย ตั้งแต่แรกเกิดจนกว่าจะถึงอายุ 14 ปี ซึ่งคำนำที่ใช้เรียกก็คือ เด็กชาย ,เด็กหญิง เป็นคำนำเรียกเด็กๆ ที่มีอายุไม่เกิน 14 ปีบริบูรณ์ แต่วันเด็กหมายถึง วันที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นเพื่อเด็กๆ ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ ได้มีกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้เกิดความสุข

วันเด็กของประเทศไทย

วันเด็กของประเทศไทยจะตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมทุก ซึ่งแต่ละปีเด็กๆ จะได้คำขวัญจากนายกรัฐมนตรีของไทย แต่ละปี คำขวัญวันเด็กก็จะแตกต่างกัน ก่อนหน้านั้นประเทศไทยมีการจัดงานวันเด็กครั้งแรกวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498
โดยใช้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม เป็นวันเด็กแห่งชาติ ของทุกๆปี ต่อมาในปี พ.ศ.2506 วันเด็กแห่งชาติ ได้เปลี่ยนมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม โดยเริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ.2508 จนถึงปัจจุบัน

วันเด็กต่างประเทศ

สมัยก่อนได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกี่ยวกับเด็กทำให้ องค์การสหประชาชาติทำให้ทั่วโลกเกิดความตื่นตัว และคิดว่าควรจะให้ความสำคัญแก่เด็ก ๆ มากขึ้น ซึ่งทำให้หลายประเทศต่างยอมรับและในปี 2498ทั่วโลกไม่น้อยกว่า 40 ประเทศต่างก็จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติของประเทศตนขึ้น โดยกำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ

วันที่ใช้จัดงานกิจกรรมวันเด็ก

วันเด็กแห่งชาติ ที่ใช้จัดกิจกรรม จะไม่มีวันที่ตายตัว แต่จะใช้ วันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมทุกๆปี ในการจัดงานและจัดกิจกรรมวันเด็ก เพื่อให้เด็กๆได้มีวันแห่งความสุขอีกหนึ่งวันเต็มๆ 

ปฏิทินวันเด็ก

วันเด็ก พ.ศ.2550 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ.2550 / วันเสาร์ แรม ๑๐ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีจอ
วันเด็ก พ.ศ.2551 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2551 / วันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีกุน
วันเด็ก พ.ศ.2552 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2552 / วันเสาร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีชวด
วันเด็ก พ.ศ.2553 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ.2553 / วันเสาร์ แรม ๙ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีฉลู
วันเด็ก พ.ศ.2554 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ.2554 / วันเสาร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีขาล
วันเด็ก พ.ศ.2555 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ.2555 / วันเสาร์ แรม ๖ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีเถาะ
วันเด็ก พ.ศ.2556 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2556 / วันเสาร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีมะโรง
วันเด็ก พ.ศ.2557 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ.2557 / วันเสาร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีมะเส็ง
วันเด็ก พ.ศ.2558 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2558 / วันเสาร์ แรม ๖ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีมะเมีย
วันเด็ก พ.ศ.2559 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ.2559 / วันเสาร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีมะแม
วันเด็ก พ.ศ.2560 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ.2560 / วันเสาร์ แรม ๒ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีวอก

ประวัติวันเด็ก

ทั่วโลกเริ่มฉลองงานวันเด็กแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.2498 ตามความเห็นขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งทางประเทศไทยก็ได้รับข้อเสนอให้มีส่วนร่วมในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของเด็กๆ มากขึ้น อย่างที่นานาประเทศกำลังทำอยู่ โดยนายวี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศได้ติดต่อผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย และประเทศไทยก็ได้รับข้อเสนอและเตรียมจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น

ในที่สุดที่ประชุมได้เห็นชอบเรื่องการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ จึงได้นำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2498 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีรับหลักการจากที่ประชุมให้มีจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาด ไทย และกระทรวงศึกษาธิการรับไปดำเนินการ ซึ่งกองสลากกินแบ่งรัฐบาลได้อนุมัติเงินส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจัดงาน จากการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม โดยคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ

ประเทศไทยมีงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ซึ่งต่อมาทางราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ และจัดติดต่อกันมาจนถึงปี พ.ศ.2506 เกิดปัญหาเกี่ยวกับการจัดงานวันเด็ก เพราะในประเทศไทยเดือนตุลาคมยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมากเด็ก ๆ ไม่สะดวกในการมาร่วมงาน อีกอย่าง วันจันทร์เป็นวันทำงานของผู้ปกครอง ทำให้ไม่สามารถพาเด็กๆไปร่วมงานได้ และวันจันทร์เป็นวันที่มีการจราจรก็ติดขัดมาก ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ซึ่งมีความเหมาะสมและสะดวกสบายขึ้น

ทางคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสนอ จึงได้ประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา งานวันเด็กแห่งชาติได้เริ่มจัดขึ้นมาใหม่อีกครั้งใน พ.ศ.2508 จนถึงปัจจุบัน

กิจกรรมที่นิยมทำในวันเด็ก

การจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติของแต่ละประเทศ ได้ยึดหลักการให้ความสำคัญแก่ โดยเปิดสถานที่ราชการที่สำคัญเช่น รัฐสภา พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ ให้เด็ก ๆได้เข้าชมและศึกษา บางแห่งจัดการการแสดงต่างๆ แสดงมหรสพ มีการแจกอาหาร แข่งขันเกม แจกของขวัญ ฯลฯ ซึ่งตามสถานศึกษาก็จะมีกิจกรรมให้เด็กๆได้ร่วมสนุกกันทั่วประเทศ รวมถึงการที่ผู้ปกครองได้พาเด็กๆท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กว้าง ซึ่งแต่ละที่จะกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสุขให้กับเด็กๆนั่นเอง

รัฐสภา

เพราะรัฐสภาเป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง ทุกๆปี จะได้รับความสนใจจากผู้ปกครองและเด็กๆอย่างมาก เพราะจะเปิดให้เด็กๆ ได้เข้าไปนั่งเก้าอี้นายกทางสำนักงานเลขาธิการทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ร่วมมือจัด งานฉลองวันเด็กแห่งชาติ อย่างการเปิด หอแห่งความหวัง เพื่อให้เด็ก ๆ มีโอกาสได้แสดงความเห็นเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย พร้อมกิจกรรมเวทีดนตรีและการแสดง โดยมีศิลปิน ดารานักแสดงร่วมให้ความสุขแก่เด็ก มีการจัดซุ้มกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมของรางวัลจำนวนมากเพื่อให้เด็ก ๆ ที่มาร่วมงานได้ร่วมสนุกและรับของรางวัล

ท้องฟ้าจำลอง

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ที่มักจะมีเด็กๆ ไปเที่ยวเป็นประจำทุกปี เพราะเป็นสถานที่จำลอง โลก และดวงดาวต่างๆ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นที่ท้องฟ้าจำลอง โดยแต่ละปีจะเน้นธีมที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างความหลากหลาย ให้กับเด็กๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ปกครองและเด็กๆ ที่ไปร่วมงาน

สวนสัตว์

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ แม้จะไม่ได้มีการจัดงานเหมือนที่อื่นๆ หรือ แต่การที่ผู้ปกครองได้พาเด็กๆ มาเที่ยวสวนสัตว์เพื่อเปิดหูเปิดตา ได้ชมสารพัดสัตว์ในวันเด็ก ทำให้ได้เห็นโลกกว้างขึ้น ได้เห็นสัตว์ของจริง นอกจากนี้ยังมีการแสดงสัตว์แสนรู้ ที่จะสร้างความเพลิดเพลินให้กับเด็กๆอีกด้วย ซึ่ง

และสถานที่ต่างๆ จะมีกิจกรรมที่ทำเพื่อเด็กๆ ทุกๆปี อย่าง การประปานครหลวงภายในงานมีการละเล่นสนุกสนาน เกมชิงรางวัลมากมาย เปิดเวทีให้เด็ก ๆ แสดงความสามารถด้านการร้องเพลงกับวงดนตรี พร้อมบริการอาหาร และเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน ส่วนใครที่ชอบศิลปะหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ก็เชิญชวนเด็ก ๆ มาร่วมท่องโลกศิลปะไปกับกิจกรรมสร้างสรรค์วันเด็กสไตล์หอศิลปกรุงเทพฯ ส่วนพิพิธภัณฑ์เด็ก เป็นศูนย์กิจกรรมที่ใหญ่มากสำหรับเด็กๆ ภายในจะมีถ้ำไดโนเสาร์ให้เด็กๆได้เรียนรู้สัตว์ในดึกดำบรรพ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นทางด้านวิทยาศาสตร์ และความไฮเทค ต่างๆ ทำให้เด็กๆได้เพลิดเพลินกันในวันเด็กของทุกปี

การที่เด็กๆ ได้มีโอกาสออกไปร่วมกิจกรรมในงานวันเด็กกับเพื่อนๆ โดยมีผู้ปกครองพาไป ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะการทำกิจกรรมวันเด็ก เป็นการส่งเสริมให้เด็กๆได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ กับคนอื่นๆ ให้รู้จัก การให้อภัย การเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน และความรับผิดชอบ ซึ่งส่วนใหญ่พ่อแม่มักจะสอนลูกเสมอว่าอยากให้ลูกทุกคนเป็นเด็กดี แต่ก็ยังมีเด็กอีกหลายๆ คนที่เป็นเด็กดื้อและไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ หน้าที่ของเด็กดีมีอะไรบ้างและอะไรที่ไม่ควรทำบ้าง

แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมวันเด็ก

เพราะการให้ความสำคัญกับเด็กๆ เป็นสิ่งที่ดี การปลูกฝังให้เป็นคนดี ด้วยการนำเสนอและสนับสนุนให้ทำแต่สิ่งดีๆ ตั้งแต่เด็กๆ ทำให้พวกเขารักที่จะเรียนรู้ และจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดดี และทำดีต่อไป

ให้เด็กๆเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็ก

การที่เด็กๆได้เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็ก ที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้นทุกปี จะทำให้เด็กได้ตระหนักถึงคุณค่าบทบาท และความสำคัญของตนเอง แนวทางการดำเนินชีวิตที่ดี และมีผู้ปกครองที่ดีเป็นแบบอย่าง การได้ทำกิจกรรมร่วมกัน หรือพาเด็กๆ ไปทำกิจกรรมข้างนอก ได้เห็นมุมมองโลกที่กว้างขึ้น อาจจะทำให้เด็กๆ มีความคิดที่ดีขึ้น และมีความสุขที่ได้ทำอะไรดีๆ ในวันของพวกเขา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น ในโรงเรียน หมู่บ้าน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ควรจะสนับสนุน ให้ออกไปเจอเพื่อนๆ และร่วมทำกิจกรรม ดีกว่า

รู้ถึงความสำคัญของตน

การที่รัฐบาลได้จัดให้มี การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศ ได้รู้ถึงบทบาทและความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม และมีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งการได้ออกไปร่วมกิจกรรมต่างๆ จะทำให้เด็กๆ มีความกล้าแสดงออก และเข้าสังคมใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจ และรู้จักเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ซึ่งจะแสดงถึงการมีความรับผิดชอบต่อไปเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่

แนวทางสร้างเด็กดี

พ่อแม่ควรแสดงความรักต่อลูก เพื่อพัฒนาให้ลูกมองเห็นคุณค่าในตัวเอง เด็กทุกคนต้องการเป็นบุคคลสำคัญอยากให้พ่อแม่รัก พ่อแม่ชม การเริ่มจากทัศนคติของพ่อแม่ที่มีต่อตัวเองเป็นพื้นฐาน จะมีผลต่อการมองเห็นคุณค่าในตนเองของลูกด้วย เพราะพ่อแม่ที่เห็นคุณค่าในตนเองจะส่งผ่านความรู้สึกนี้ให้กับลูกๆของพวกเขา ทั้งพ่อและแม่มีความสำคัญต่อการพัฒนาสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นในชีวิตของลูก ให้ลูกๆมีส่วนร่วมรับผิดชอบ และควรกล่าวชมเชยเด็กเมื่อพวกเขาทำเสร็จเรียบร้อย แม้จะเป็นงานเพียงเล็กน้อยก็ตามคำชมเชยเป็นเสมือนสิ่งที่ช่วยผลักดันให้เขารู้จักพึ่งตนเองในเรื่องอื่นๆ ที่มีความสำคัญมากขึ้นและมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น

เด็กต้องการความรัก การที่พ่อแม่แสดงออกถึงความรักที่มีต่อลูก เช่น การสัมผัส การโอบกอด การบอกรักลูกๆทำให้เด็กๆ มีความมั่นคงในชีวิต และจะสอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะรัก ห่วงใยในผู้อื่นเช่นเดียวกัน ธรรมชาติส่วนลึกที่สุดของมนุษย์คือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นยอมรับ พ่อแม่ควรกล่าวชมเชยเด็ก หรือเมื่อเขาทำความดีและแสดงความมีน้ำใจ หรือเมื่อพวกเขาริเริ่มทำสิ่งที่มีคุณค่าด้วยตนเอง


ขอขอบคุณแหล่งที่มา http://www.myhora.com/ปฎิทิน/วันเด็ก.aspx

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

วันมหิดล (24 กันยายน) ของทุกปี / Admin SD (Tonan Asia Autotech)


ความหมาย

                   24 กันยายน วันมหิดล เป็น วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมราชชนกที่ทรงมีคุณูปการต่อการแพทย์สมัยใหม่ของไทย

ความเป็นมา

                       สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวสาอัยยิกาเจ้า พระราชสมภพ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2434 และเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472 มีพระนามเดิมว่าสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช ในเบื้องต้น ได้ทรงศึกษาวิชาทหารเรือ ณ ประเทศเยอรมนี จากนั้นเสด็จกลับมารับราชการทหารเรือ ต่อมาทรงมีอาการประชวรเรื้อรัง ไม่สามารถรับราชการหนักได้ ประกอบกับทรงสนพระทัยในกิจการทางด้านการแพทย์ จึงทรงอุตสาหะเสด็จไปศึกษาวิชาการสาธารณสุข และวิชาแพทย์ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทรงสอบได้ประกาศนียบัตรการสาธารณสุข และปริญญาแพทย์ศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตเกียรตินิยม จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลังจากเสด็จกลับมาเมืองไทย พระองค์ได้ทรงประกอบพระกรณียกิจทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างมากมาย

ด้วยความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผู้ที่เคยได้รับพระกรุณาในด้านต่างๆ จากพระองค์ จึงได้รวบรวมเงินจัดสร้างพระรูปประดิษฐานไว้ ณ โรงพยาบาลศิริราช โดยมอบให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการสร้างมีศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เป็นผู้ควบคุม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงกระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2493 และในวันที่ 24 กันยายนปีเดียวกันนี้เอง นักศึกษาแพทย์ได้ริเริ่มจัดงานขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ โดยมีพิธีวางพวงมาลา ถวายบังคมพระรูป อ่านคำสดุดีพระเกียรติเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และทางคณะแพทย์ศาสตร์ และศิริราชพยาบาล ได้มีความเห็นพร้อมต้องกันว่าให้ยึดถือเอาวันที่ 24 กันยายนของทุกปี เป็นวันที่น้อมรำลึกถึงพระองค์โดยให้ชื่อว่า วันมหิดล และงานวันมหิดลได้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในวันที่ 24 กันยายน 2494 โดยจัดให้มีพิธีสงฆ์ ทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเช้า และการนำพวงมาลาไปสักการะที่พระรูป

พระราชกรณียกิจมากมายที่พระองค์ได้ทรงประกอบไว้มีดังนี้

ทรงเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์
ทรงช่วยเหลือในการขยายกิจการของโรงพยาบาลศิริราช
ประทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ และจัดสร้างตึกคนไข้ และจัดหาที่พักสำหรับพยาบาลให้ได้อยู่อาศัย
ทรงบริจาคทรัพย์เป็นทุนสำหรับส่งนักศึกษาแพทย์ และนักเรียนพยาบาลไปศึกษาต่อต่างประเทศ
ประทานเงินเพื่อใช้ในการจัดหาเครื่องมือ สำหรับปฏิบัติการให้แก่โรงพยาบาล
ทรงเป็นผู้แทนรัฐบาลติดต่อกับมูลนิธิรอคกีเฟลเลอร์ สาขาเอเซียบูรพา ในการปรับปรุง และวางมาตรฐานการศึกษา
ทรงอุทิศเวลาส่วนใหญ่ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยด้วยพระองค์เอง
วัตถุประสงค์โดยสรุป

เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณและผลงานของผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับโลก ให้ปรากฏแก่ มวลสมาชิกทั่วโลก
เพื่อเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง     ร่วมกับ ประเทศที่มีผู้ได้รับการยกย่อมเชิดชูเกียรติ ในการนี้ รัฐบาลไทย     โดยคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นผู้สืบค้นบรรพบุรุษไทยผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมเพื่อให้ยูเนสโก ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและได้ประกาศ ยกย่องสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับโลก ในวาระครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2535

ที่มา :

ศิริวรรณ คุ้มโห้ ; วันและประเพณีสำคัญ , บริษัท สำนักพิมพ์เดอะบุคส์ จำกัด, กทม. 245 น.
ธวัชชัย  พืชผล; วันสำคัญของไทย. บริษัท สารสาร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด, กทม.(หน้า 67-69).

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.tlcthai.com/education/history-of-thailand/4513.html

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ลา โทมาทินา ครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ปามะเขือเทศ/ ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ลา โทมาทินา ครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ปามะเขือเทศ

ลา โทมาทินา คืออะไร วันนี้มีโลโก้แปลกๆ อีกแล้ว มารู้จัก ลา โทมาทินา กันเถอะ
วันนี้เป็นวันครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ลา โทมาทินา หรือ ลา โตมาตินา มันคือเทศกาลปามะเขือเทศของสเปน (La Tomatina en España) นั่นเอง
สำหรับงานนี้จะจัดเป็นประจำทุกปี ของทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม จัดที่หมู่บ้านบาเลนเซียน (Valencian) ของ Buñol ในจังหวัดบาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปน
La Tomatina

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด ที่คุณควรรู้ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด ที่คุณควรรู้

ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ไม่เพียงอาหารที่จะต้องเลือกรับประทานเท่านั้น การเลือกเครื่องดื่ม ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายกว่า ดังนั้น เราควรคัดสรรเครื่องดื่มที่มีคุณค่าและประโยชน์ ต่อร่างกาย แต่ถ้าจะดื่มให้ได้ประโยชน์กว่านั้น แนะนำให้ดื่มตามกรุ๊ปเลือดค่ะ เพราะมีข้อพิสูจน์ทั้งทางการแพทย์ แผนตะวันตกและตะวันออกแล้วว่า ส่วนผสมที่แตกต่างกันมีผลต่อกรุ๊ปเลือดนั้นๆ โดยตรง ซึ่งแต่ละกรุ๊ปเลือดก็มีความต้องการสารอาหารที่ต่างกัน

กรุ๊ป O

เป็น กรุ๊ปเลือดกลุ่มแรกของมนุษย์ ซึ่งยุคนั้นมนุษย์ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ ร่างกายมีน้ำย่อยที่มีความเป็นกรดสูง ดังนั้น สุขภาพของคนกรุ๊ปโอจะดีเมื่อได้รับอาหารประเภทโปรตีน ส่วนผักผลไม้ที่เหมาะสม ได้แก่ แครอท สาหร่ายสด บีทรูทต้มสุก มะเขือเทศ ฟักทอง งาสองสี

กรุ๊ป A

เกิด ขึ้นในยุคที่เริ่มทำเกษตรกรรม ทำให้มนุษย์กินอาหารประเภทโปรตีนลดลง คนกรุ๊ปเอจึงเหมาะกับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากกว่าโปรตีน ผลไม้ที่ไปได้ดีกับเลือดกรุ๊ปนี้คือ ถั่วแดง กล้วย ฯลฯ ส่วนผสมของเครื่องดื่มสุขภาพที่เหมาะ ได้แก่ ถั่วแดงหลวง แตงโม  แคนตาลูป  ลูกพรุน  กล้วย โยเกิร์ต น้ำผึ้งและน้ำมะนาว นำมาปั่นรวมกันปรุงรสตามชอบได้

กรุ๊ป B

เป็น กรุ๊ปเลือดที่เกิดขึ้นในยุคที่การล่าสัตว์และการเพาะปลูกมีอัตราสมดุลกันมาก ขึ้น กรุ๊ปนี้จึงกินได้หลากหลายทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ผักผลไม้ที่ควรเลือกคือ ถั่วเหลือ กล้วยหอม น้ำผึ้ง  น้ำราสพ์เบอร์รี่ กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่

กรุ๊ป AB

จะมีข้อจำกัดในการรับประทาน และดื่มมากกว่ากรุ๊ปอื่นๆ เพราะมีกรดในกระเพาะน้อยเหมือนกรุ๊ปเอ แต่ก็ต้องการโปรตีนเหมือนคนกรุ๊ปบีส่วนผักผลไม้ที่เหมาะ ได้แก่ เสาวรส กีวี่ และแอปเปิ้ล และผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ต่างๆ
นอกจากนี้ในวงการ แพทย์แผนไทย ได้มีการแนะนำน้ำสมุนไพรและประยุกต์นำเอาธรรมชาติมาใช้รักษาร่างกายจากโรค ภัยต่างๆ หรือการปรับสมดุลของร่างกายของธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ การดื่มน้ำสมุนไพรตามหลักทฤษฎีการแพทย์แผนไทยสามารถกระทำได้โดยการดื่มตาม เวลาใน 1 วัน ที่ธาตุในร่างกายของคนเราเปลี่ยนแปลงไป (กาลสมุฏฐาน)โดยมีการแบ่งเวลาดังนี้

เวลา 06.00 – 10.00 น. และ 8.00 – 22.00 น.

ร่างกาย มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุน้ำ ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำมะนาว

เวลา 10.00 – 14.00 น. และ 22.00 – 02.00 น.

ร่างกายมักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุไฟ ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสขม เช่น น้ำบัวบก น้ำลูกเดือย

เวลา 14.00 – 18.00 น. และ 02.00 – 06.00 น.

ร่างกายมักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุลม ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น น้ำขิง น้ำตะไคร้

ไม่มีกำหนดช่วงเวลา

สำหรับ ธาตุดินนั้นการเจ็บป่วยไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา แต่จะเกิดผลของการผิดปกติของธาตุอื่น ดังนั้นการดื่นน้ำสมุนไพร เพื่อบำรุงธาตุดินสามารถ ทำในเวลาใดก็ได้ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุดิน เช่น น้ำมะพร้าว น้ำแห้ว
อย่างไร ก็ดี ไม่ได้มีรายงานการวิจัยเรื่องการดื่มเครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือดและตามธาตุ อย่างชัดเจน แต่การรับประทานผักผลไม้ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรต่อร่างกาย ก็ไม่ผิดที่จะทดลองทำดู ถ้าคุณกำลังควบคุมน้ำหนักก็ระมัดระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลไว้เป็นพอ และควรเดินทางสายกลาง ไม่ควรทำแบบสุดโต่ง ใครแนะนำว่าดีก็ทำอยู่อย่างนั้น จงใช้สติในการเลือกปฏิบัติ ตามสภาพร่างกายและการใช้ชีวิตของเราจะดีกว่า
ขอบคุณที่มา 

Credit: นิตยสาร เปรียว, EDU Zones

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ผื่นบอกโรค / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ผื่นบอกโรค 


เวลาที่เป็นไข้อย่างเดียว เรามักจะไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ อาจจะแค่ดื่มน้ำ พักผ่อนให้มากขึ้น หรือรับประทานยาแก้ไขแล้วก็แล้วกัน แต่เมื่อไหร่ที่เป็นไข้ออกผื่นนีสิ ชักจะสร้างความกังวลอยู่ไม่น้อยเพราะอาการไข้ร่วมกับผื่นบ่งบอกได้ถึงหลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคหัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส แต่บางทีอาจเป็นแค่ส่าไข้เท่านั้น

ถ้าเช่นนั้นเราลองมาดูกันหน่อยดีไหมครับ ว่าไข้หรือผื่นของแต่ละโรคมีข้อสังเกตอย่างไร จะได้พอเป็นแนวทางว่าโรคใดควรปฏิบัติตัวอย่างไร หรือโรคใดบ้างที่ควรรีบไปพบแพทย์

หากผื่นมีลักษณะเป็นตุ่มนูนใสกระจายทั่วตัว มีอาการคัน และขึ้นพร้อม ๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือหลังจากมีไข้หนึ่งวันและขึ้นไม่พร้อมกันทั้งตัว บริเวณที่ขึ้นใหม่เห็นเป็นผื่นแดงราบหรือตุ่มใส ขณะที่บางที่ซึ่งเป็นก่อนเริ่มกลัดหนองหรือตกสะเก็ดให้นึกถึง โรคอีสุกอีใส เห็นไหมครับ ชื่อโรคออกจะตรงตัว คือมีทั้งตุ่มสุกและตุ่มใสอยู่ที่ตัวคนป่วยในเวลาเดียวกัน

โดยทั่วไปเมื่อเป็นโรคอีสุกอีใส ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์นะครับ เพียงรับประทานยาลดไข้ ทาคาลาไมน์โลชั่นบริเวณที่เป็นผื่น และพยายามอย่าเกา เพราะจะทำให้ตุ่มติดเชื้อแบคทีเรียกลายเป็นหนอง พักผ่อนให้มาก ๆ และถ้ามีไข้สูงห้ามอาบน้ำเย็น แค่นี้ก็พอแล้วครับ เพราะโรคนี้หายได้เอง ยกเว้นถ้าเป็นรุนแรง มีอาการหอบ ชัก หรือซึมไม่รู้ตัว ให้รีบส่งโรงพยาบาลด่วน

ที่สำคัญโรคนี้เป็นโรคติดต่อครับ แค่ไอจาม หายใจรดกัน หรือสัมผัสกับตุ่มแผลก็มีโอกาสที่จะติดโรคได้ โดยเฉพาะในระยะหนึ่งวันก่อนผื่นขึ้น ไปจนถึง 6 วันหลังตุ่มใสขึ้น ฉะนั้นควรแยกผู้ป่วยและของใช้จำพวกผ้าของผู้ป่วยจากคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคนี้ครับ ยกเว้นแต่ว่าอยากเป็น เพื่อให้มีภูมิต้านทานหรือต้องการประหยัดค่าวัคซีน

แต่โรคนี้ดีอยู่อย่างคับ คือเมื่อหายแล้วจะมีภูมิต้านทานไปตลอดชีวิต หรือถ้าเป็นสมัยนี้สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไว้ได้ตั้งแต่อายุ 4-6 ขวบ

มีผื่นอีกโรคที่ต้องระวัง คือผื่นจาก โรคไข้เลือดออก ซึ่งจะคล้ายกับตุ่มยุงกัดทั่วตัว และใกล้เคียงกับผื่นจากโรคหัดแต่ก็พอจะแยกกันได้ครับ โดยสังเกตว่าถ้าเป็นไขเลือดออกจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกไหล และจุดเลือดออกของโรคไข้เลือดออกจะไม่รู้สึกสากมือเหมือนโรคหัด และเวลากดดึงผิวหนังให้ตึงจะไม่จางหายไปเหมือนจุดถูกยุงกัดธรรมดา ซึ่งถ้ามีอาการตามนี้ร่วมกับมีไข้สูงตลอดเวลา ก็ควรดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานยาลดไข้ และรีบไปพบแพทย์ครับ

แต่ถ้าเป็น โรคหัด นอกจากจะมีน้ำมูกและไอแล้ว จะมีอาการหน้าแดง ตาแดง ไม่สู้แสง และผื่นสีน้ำตาลแดงนูนเล็กน้อย จะเริ่มขึ้นจากหลังหูแล้วลามไปทั่วตัวหลังมีไข้แล้ว 3-4 วัน จุดเด่นที่สังเกตได้อีกอย่างคือ หากมีจุดสีขาว ๆ เหลือง ๆ เล็กขนาดเม็ดงาที่กระพุ้งแก้มใกล้ฟันกรามล่าง (หรือถ้าเป็นมากก็จะมีอยู่เต็มกระพุ้งแก้ม) แสดงว่าเป็นโรคหัดอย่างแน่นอนครับ

หากเป็นหัดให้ดูแลเหมือนคนเป็นไข้หวัดคือ พักผ่อน รับประทานยาลดไข้ และเช็ดตัวเวลามีไข้สูง และยืนยันว่าไม่มีของแสลงครับ และไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะเป็นโรคจากเชื้อไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย

เพื่อนสนิทอีกโรคของหัดคือ โรคหัดเยอรมัน ผื่นจากโรคนี้จะเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีชมพู แต่อาการอื่น ๆ จะไม่รุนแรงเหมือนโรคหัด และจุดสังเกตที่สำคัญคือ คลำพบก้อนที่หลังหูและท้ายทอย เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองโต

โรคนี้เป็นโรคติดเชื้อที่ไม่รุนแรง เพียงรับประทานยาลดไข้ พักผ่อนอยู่กับบ้านสัก 4 วันหลังจากมีผื่นเพื่อไม่ให้ไปติดต่อคนอื่น และควรไปพบแพทย์ก็ต่อเมื่อปวดข้อรุนแรง มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือหากเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรกควรพบแพทย์ทันที แต่ทางที่ดีหญิงสาวควรฉีดวัคซีนหัดเยอรมันอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ครับส่วนเด็ก ๆ เดี๋ยวนี้เขามีวัคซีนรวมกับวัคซีนโรคหัด ซึ่งแนะนำให้ฉีดตั้งแต่เด็กอายุ 9 เดือนครับ

จะไข้ออกผื่นหรือโรคไหน ๆ หากเราเข้าใจและรู้เท่าทัน ก็คงไม่ยากที่จะรับมือ จริงไหมครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจากชีวจิต

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เกียร์ CVT คืออะไร ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT มีอะไรบ้าง / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

เกียร์ CVT คืออะไร ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT มีอะไรบ้าง

เกียร์ CVT คืออะไร
CVT ย่อมาจาก Continuously Variable Transmission คือระบบส่งกำลังแปรผันต่อเนื่อง หรือระบบเกียร์แบบอัตโนมัติรูปแบบหนึ่งที่ถูกออกแบบโดยใช้สายพานในการเคลื่อนระหว่างพูเล่ 2 ตัว ทำให้มีความสามารถพิเศษแปรผันอัตราทดได้ตลอดเวลา ทั้งยังนุ่มนวลและแม่นยำกว่าระบบเกียร์อัตโนมัติแบบดั้งเดิมที่ใช้ชุดเฟืองเป็นอัตราทด
เกียร์ CVT
ระบบเกียร์ CVT
ระบบเกียร์ CVT มีที่มาจากไหน…?
ระบบเกียร์ CVT มีต้นแบบมาจากผลงานของ “Leonardo da Vinci” กวีที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลก ซึ่งเขาเคยออกแบบโครงสร้างระบบส่งกำลังที่คล้ายกับระบบเกียร์ CVT ไว้เมื่อประมาณ 500 ปีก่อน หลังจากผ่านไปเป็นเวลา 400 ปี “Milton Reeves” จึงเป็นผู้นำระบบส่งกำลังนั้นมาพัฒนา รวมทั้งทดสอบใช้กับรถยนต์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1896
ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT
เกียร์ CVT ขึ้นชื่อในเรื่องของ “ความเงียบ นุ่มนวล แม่นยำ และประหยัดน้ำมัน” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่คู่ควรของรถที่หลายคนต่างก็ต้องการ ดังนั้นบริษัทผลิตรถส่วนใหญ่จึงนำระบบเกียร์ CVT ไปใช้กับรุ่นยนต์รุ่นใหม่
ดูเหมือนว่าเกียร์ CVT จะเป็นเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่เนื่องจาก ความทนทานของสายพานมีอายุการใช้งานที่จำกัด แต่ถ้าใช้งานอย่างถูกวิธีและดูแลรักษาอย่างดีก็สามารถยืดอายุการใช้งานไปได้เล็กน้อย
ดังนั้นระบบเกียร์ CVT จึงเป็นระบบส่งกำลังที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ ทั้งเงียบ นุ่มนวล แม่นยำ และประหยัดน้ำมัน จึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่เนื่องจากมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างจำกัดจึงต้องดูแลรักษาและใช้งานอย่างถูกวิธี…
      ขอบคุณแหล่งที่มา

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อาหารคลีน /ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

อาหารคลีน คืออะไร มีอะไรบ้าง กินคลีนดีต่อสุขภาพอย่างไร


อาหารคลีน คืออะไร
อาหารคลีน (Clean Food) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า กินคลีน (Eat Clean, Clean Eating) คือ การทานอาหารที่สด สะอาด โดยเน้นการทานอาหารแบบธรรมชาติไม่ผ่านการปรุงแต่งและขัดสีด้วยสารเคมีต่างๆ หรือกระบวนการหมักดอง รวมถึงอาหารขยะและอาหารสำเร็จรูป ที่จะมีปริมาณแป้ง ผงชูรสและโซเดียมในปริมาณสูง
อาหารคลีน - ผักสด
หรืออาจพูดให้เข้าใจได้ง่ายว่า การทานอาหารคลีนนั้นเป็นการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยทานอาหารอย่างพอเพียงครบสัดส่วนทั้ง 5 หมู่ และอาหารเหล่านั้นต้องไม่มีสารปนเปื้อนนั่นเอง ซึ่งอาหารคลีนนั้นอาจผ่านการปรุงแต่งบ้างเล็กน้อยหรืออาจจะไม่ผ่านการปรุงแต่งเลยก็เป็นได้ เช่นใช้เกลือในการปรุงอาหารรสเพียงเล็กน้อยแทนน้ำปลา หรืออาจจะเป็นซีอิ๊วขาวชนิดที่ไม่มีผงชูรสเจือปน และจะไม่ใช้ผงชูรสในการปรุงอาหาร เป็นต้น
ตัวอย่างของวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารคลีน
  • ผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ
  • เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆที่สดและสะอาด
  • ข้าวกล้องไม่ขัดสี และ ธัญพืชต่าง ๆ
  • น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นน้ำมันชนิดที่มีกรดไขมันชนิดดี ใช้แทนน้ำมันปาล์มได้เลย (แต่แอบราคาสูงกว่าพอควรเลย) และควรใช้ในปริมาณที่น้อย
อีกทั้งในการปรุงอาหารไม่ควรปรุงให้อาหารคลีนของเรานั้นมีรสจัดจนเกินไป และ ในทุกๆมื้อควรจะมีสารอาหารในอาหารคลีนของเราให้ครบ 5 หมู่อีกด้วย
กินคลีน กินอย่างไร
การทานอาหารคลีนนั้นคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า เป็นการเน้นทานอาหารจำพวกผักในปริมาณเยอะๆ แต่แท้จริงแล้วนั้น การกินอาหารคลีนเป็นการทานอาหารให้ครบสัดส่วน 5 หมู่ โดยเน้นทานอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ ให้มีปริมาณที่พอเหมาะพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย
อาหารคลีน - ซูชิ
อาหารคลีนนั้นส่วนใหญ่จะไม่ยึดติดกับรสชาติ แต่จะเน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่า ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารใหม่ทั้งหมด โดยค่อยๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ ในขั้นแรกนั้นควรเลือกทานอาหารที่คงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด เช่น จากเดิมเคยทานข้าวขาวก็เปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง หรือเคยทานผลไม้กระป๋องเป็นประจำก็หันมาเลือกทานผลไม้สดแทน จากที่เคยดื่มชากาแฟก็เปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทน เป็นต้น
นอกจากนี้การทานอาหารคลีนนั้นเวลาจะเลือกซื้อวัตถุดิบหรืออาหาร ควรเลือกที่ปลอดสารเคมี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย สารกันบูด วัตถุปรุงแต่ง หรืออาจจะเลือกซื้อวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคก็ได้ เพราะเป็นของที่ปลอดสารเคมีนั่นเอง อีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเช่น น้ำอัดลม เบเกอรี่ เป็นต้น รวมทั้งอาหารมันอีกด้วย
อาหารคลีน - เนื้อหมูอนามัย
ประโยชน์ของอาหารคลีน
การทานอาหารคลีนแตกต่างจากอาหารทั่วไป เพราะต้องเลือกอาหารที่หลากหลายแต่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งมากนัก ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงได้รับสารอาหาร และคุณค่าทางอาหารครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าอาหารทั่วไปที่ผ่านการปรุงแต่งมาก อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายไม่ได้รับสารปนเปื้อนจากอาหารอีกด้วย ดังนั้นอาหารคลีนจึงส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
อาหารคลีน - ข้าวกล้อง
อาหารคลีนเหมาะกับใคร
อาหารคลีนเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ และได้คุณค่าจากสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผัก และผลไม้ ในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และยังเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดหรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย จึงทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารเต็มที่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ อาหารคลีนจึงเหมาะสำหรับคนที่ลดน้ำหนักและรักสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง
อาหารคลีนกับการลดน้ำหนัก
อาหารคลีนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนอยากผอม เพราะนอกจากจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเลือกทานอาหารคลีนในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายไปด้วย นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย นอกจากนี้อาหารคลีนยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารที่พบมากในอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี โดยมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้ดีนั่นเอง
อาหารคลีนช่วยลดน้ำหนัก
ตัวอย่างอาหารคลีน
อาหารคลีนนั้น ผู้ที่ทานสามารถเลือกทานอาหารได้หลากหลาย โดยสามารถเลือกวัตุดิบต่างๆ มาประยุกต์กับเมนูสุดโปรดได้ตามใจชอบ แต่วัตถุดิบนั้นต้องปราศจากการปรุงแต่ง และปลอดสารปนเปื้อน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เหมือนกับตัวอย่างเมนูอาหารต่อไปนี้
1. บาร์บีคิวไก่แบบไม่เสียบไม้ ทานคู่กับผักสลัด หรือผลไม้ที่ชอบ เช่น สับปะรด กีวี่ เป็นต้น
ตัวอย่างอาหารคลีน
2. ไข่เจียวฟักทอง หรืออาจจะใช้ผักอื่นๆ ตามความชอบก็ได้
ตัวอย่างอาหารคลีน
3. สเต็กอกไก่กับล็อคโคลี่ลวก และแกงบวชฟักทอง
ตัวอย่างอาหารคลีน
จะเห็นได้ว่าอาหารคลีนนั้นเป็นการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เน้นประโยชน์มากกว่ารสชาติ ดังนั้นผู้ที่จะเริ่มต้นทานจึงไม่ควรยึดติดกับรสชาติอาหาร และควรให้ความใส่ใจกับการทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการคัดเลือกวัตถุดิบในอาหารนั้นต้องปลอดสาร ไม่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติ และวัตถุดิบแต่ละอย่างต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งต้องแบ่งสัดส่วนในอาหารให้พอดี โดยต้องมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และผัก ผลไม้ในปริมาณที่มีความสมดุลกัน ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้เต็มที่ พอดีกับความต้องการของร่างกายและมีพลังงานไว้ใช้ในกิจกรรมต่างๆระหว่างวันนั่นเอง
ดังนั้นอาหารคลีนจึงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับวิถีชีวิตของคนในเมือง ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่สุขภาพเป็นอย่างมาก รวมถึงผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักด้วย เพราะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนตรงตามความต้องการของร่างกาย แต่การที่ร่างกายจะมีสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากควบคุมเรื่องการทานอาหารแล้ว ยังต้องหมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ถึงจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น
       ขอบคุณแหล่งที่มา


วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ดอกไม้ประจําชาติอาเซียน 10 ประเทศ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ดอกไม้ประจําชาติอาเซียน 10 ประเทศ


ดอกไม้ประจําชาติอาเซียน มีดังนี้
1. ดอกไม้ประจำชาติไทย – ดอกราชพฤกษ์ (Ratchaphruek) หรือ ดอกคูน
ดอกราชพฤกษ์
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติของไทย
ดอกไม้ประจำชาติของไทยคือดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูน (ภาษาอีสาน) และ ดอกลมแล้ง (ภาษาเหนือ) โดยที่ดอกราชพฤกษ์นั้นมีลักษณะดอกเป็นช่อหรือเป็นพวง มีสีเหลืองสดใสสวยงาม ดอกราชพฤกษ์ของไทยบานเหลืองสะพรั่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมของทุกปี โดยเราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ทั้งตามแนวถนนหลวง ตามสวนสาธารณะ ตามวัดวาอาราม อีกทั้งเราจะพบว่าคนไทยนิยมนำดอกราชพฤกษ์มาประดับพระเจดีย์ทรายที่นิยมก่อกันในช่วงวันสงกรานต์อีกด้วย
2. ดอกไม้ประจำชาติกัมพูชา – ดอกลำดวน (Rumdul)
ดอกลำดวน
ดอกลำดวน ดอกไม้ประจำชาติกัมพูชา
ดอกไม้ประจำชาติของกัมพูชาคือดอกลำดวน โดยที่ดอกลำดวนเป็นดอกไม้สีขาวปนเหลืองนวล (เหลืองนวลอ่อนๆ) มีกลีบดอกหนาและค่อนข้างแข็ง มีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ โดยจะส่งกลิ่นแรงในช่วงเวลากลางคืน ชาวกัมพูชาถือว่าดอกลำดวนเป็นดอกไม้มงคล นิยมปลูกกันทั่วประเทศ เป็นดอกไม้ประจำชาติอาเซียนที่มีลักษณะแปลกตา แต่มีเอกลักษณ์และสวยงามมาก
3. ดอกไม้ประจำชาติลาว – ดอกจำปาลาว (Dok Champa) หรือ ดอกลีลาวดี
ดอกลีลาวดี
ดอกลีลาวดี หรือ ดอกจำปาลาว ดอกไม้ประจำชาติลาว
ดอกไม้ประจำชาติอาเซียนอีกประเทศหนึ่งคือดอกลีลาวดีของประเทศลาว ดอกลีลาวดีมีชื่อในภาษาลาวว่าดอกจำปาลาว หรือที่คนไทยโบราณนิยมเรียกว่าดอกลั่นทม ซึ่งมาเปลี่ยนชื่อเป็นดอกลีลาวดีในภายหลัง (นัยว่าเพื่อความเป็นสิริมงคล) ดอกลีลาวดีนั้นเป็นดอกไม้ที่มีหลากหลายสีสัน ทั้งสีขาว สีส้ม สีแดง สีชมพู และสีเหลืองเป็นต้น คนลาวถือว่าดอกลีลาวดีซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติของตนนั้นเป็นตัวแทนของความสดชื่น ความจริงใจ และความสุข ดังนั้นคนลาวจึงนิยมใช้ดอกลีลาวดีในงานมงคลทุกชนิด ทั้งงานบวช งานแต่ง งานทำบุญต่างๆ รวมถึงทำเป็นพวงมาลัยถวายพระและต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วย
4. ดอกไม้ประจำชาติพม่า – ดอกประดู่ (Padauk)
ดอกประดู่
ดอกประดู่ ดอกไม้ประจำชาติพม่า
ดอกไม้ประจำชาติพม่าคือดอกประดู่ ดอกประดู่เป็นดอกไม้สีเหลืองทอง สีสันสวยงาม พบได้มากทั้งในประเทศพม่าและประเทศไทยของเรา เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม โดยจะเริ่มออกดอกพร้อมกับฤดูฝน ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับประเทศเกษตรกรรม คนพม่านิยมใช้ดอกประดู่สำหรับงานเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่ของตน รวมถึงงานมงคลต่างๆ นิยมใช้เป็นดอกไม้บูชาพระและงานสำคัญทางศาสนาด้วย
5. ดอกไม้ประจำชาติเวียดนาม – ดอกบัว (Lotus)
ดอกบัว
ดอกบัว ดอกไม้ประจำชาติเวียดนาม
ดอกไม้ประจำชาติเวียดนามคือดอกบัว คนเวียดนามมีความเชื่อว่าดอกบัวคือสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความรัก ความผูกพัน และการมองโลกในแง่ดี รวมถึงความเชื่อที่ว่าดอกบัวเป็นตัวแทนแห่งรุ่งอรุณ เนื่องจากดอกบัวจะคลี่บานพร้อมกับแสงตะวัน ซึ่งหมายถึงการเริ่มต้นวันที่แจ่มใส เราจึงสามารถพบคำว่าดอกบัวอยู่ในบทเพลงพื้นบ้านและบทกลอนในภาษาเวียดนามอยู่เสมอ นับได้ว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติอาเซียนที่ไม่ได้เป็นดอกไม้ประจำถิ่น แต่เป็นดอกไม้ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในทุกประเทศอาเซียน
6. ดอกไม้ประจำชาติสิงคโปร์ – ดอกกล้วยไม้แวนด้า (Vanda Miss Joaquim)
Vanda 'Miss Joaquim'
Vanda ‘Miss Joaquim’ ดอกไม้ประจำชาติสิงคโปร์
ดอกไม้ประจำชาติของสิงค์โปร์คือดอกกล้วยไม้แวนด้า (Vanda Miss Joaquim ) ซึ่งดอกกล้วยไม้แวนด้านี้จะมีสีม่วงแดงสดใส สามารถออกดอกบานสะพรั่งได้ตลอดทั้งปี โดยชื่อ Vanda Miss Joaquim มาจากชื่อของผู้ที่สามารถผสมพันธุ์กล้วยไม้สายพันธุ์แวนด้าชนิดนี้ได้สำเร็จ ซึ่งก็คือ Miss Joaquim นั่นเอง ดอก Vanda Miss Joaquim ถูกประกาศให้เป็นดอกไม้ประจำชาติเมื่อปี ค.ศ. 1981
7. ดอกไม้ประจำชาติมาเลเซีย – ดอกพู่ระหง (Bunga Raya) หรือ ดอกชบาแดง
ดอกพู่ระหง
ดอกพู่ระหง ดอกไม้ประจำชาติมาเลเซีย
ดอไม้ประจำชาติอาเซียนที่มีความสวยงามมากอีกประเทศหนึ่ง ก็คือดอกไม้ประจำชาติมาเลเซีย ซึ่งคือดอกพู่ระหง หรือ ดอกบุหงารอยอในภาษามาเลย์ หรือดอกชบาแดงในภาษาไทย พู่ระหงเป็นดอกไม้ที่มีสีแดงสดใส มีกลีบดอก 5 กลีบ มีแกนเกสรอยู่ตรงกลาง เป็นไม้ดอกประเภทล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีความสูงประมาณ 1 เมตรเท่านั้น ชาวมาเลย์เชื่อว่าดอกพู่ระหงเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแรง ความสามัคคีของคนในชาติ และยังรวมถึงความสูงส่งและความสง่างามอีกด้วย
8. ดอกไม้ประจำชาติบรูไน – ดอกส้านชะวา (Dillenia) หรือดอกซิมปอร์ (Simpor)
ดอกส้านชะวา
ดอกส้านชะวา ดอกไม้ประจำชาติบรูไน
ดอกไม้ประชาติของบรูไนคือดอกซ้านชวาหรือดอกซิมปอร์ ซึ่งเป็นดอกไม้สีเหลืองสดใสสวยงาม มีดอกขนาดใหญ่คล้ายร่ม ในหนึ่งดอกจะประกอบไปด้วยกลีบดอกจำนวน 5 กลีบ ดอกซ้านชวาถือว่าเป็นดอกไม้ประจำถิ่นของบรูไน สามารถพบเห็นได้ทั่วไป รวมถึงในธนบัตรหรือเงินของบรูไนและงานศิลปะประเภทต่างๆอีกด้วย
9. ดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซีย – ดอกกล้วยไม้ราตรี (Moon Orchid)
ดอกกล้วยไม้ราตรี
ดอกกล้วยไม้ราตรี ดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซีย
ดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซียคือดอกกล้วยไม้ราตรี หรือ Moon Orchid ซึ่งเป็นกล้วยไม้สายพันธุ์พิเศษที่มีลักษณะสวยงามและออกดอกตลอดทั้งปี รวมถึงสามารถบานอยู่ได้หลายเดือน สามารถขึ้นได้ดีในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นซึ่งเป็นลักษณะอากาศประจำถิ่นของอินโดนีเซีย นับได้ว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติอาเซียนที่มีงดงามไม่แพ้ใครเลยทีเดียว
10. ดอกไม้ประจำชาติฟิลิปปินส์ – ดอกพุดแก้ว (Sampaguita Jasmine)
ดอกพุดแก้ว
ดอกพุดแก้ว ดอกไม้ประจำชาติฟิลิปปินส์
ดอกไม้ประจำชาติฟิลิปปินส์คือดอกพุดแก้ว ซึ่งเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ มีลักษณะของดอกเป็นแฉกจำนวน 5 กลีบคล้ายรูปดาว มีกลิ่นหอมสดชื่นโดยเฉพาะในเวลากลางคืน ต้นพุดแก้วจะออกดอกได้ทั้งปี โดยชาวฟิลิปปินส์เชื่อว่าดอกพุดแก้วเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ ความเรียบง่าย ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความเข้มแข็ง จึงนิยมใช้ดอกพุดแก้วในงานรื่นเริงและงานเฉลิมฉลองทุกชนิด
           ขอบคุณแหล่งที่มา