แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Santorini Water Fantasy / เรียบเรียงข้อมูลโดย ADMIN / SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

สวนน้ำซานโตรินี่อันน่าสะพรึงกลัว

เรียบเรียงข้อมูลโดย ADMIN / SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)


รีวิวแรกนะครับ สวนน้ำซานโตรินี่ หรือ Santorini Water Fantasy ที่เพิ่งเปิดใหม่ข้างๆ Santorini Park ที่ชะอำ
สำหรับราคาค่าตั๋วคือ ผู้ใหญ่ 700 บาท เด็กและผู้ที่มีบัตรนักเรียนนักศึกษา 585 บาท ราคานี้ครับ ไม่มีโปรส่วนลดอื่นใดนอกจากของทรูวิชันส์ ที่มีโปร ผู้ใหญ่สอง เด็กหนึ่ง แต่แก๊งผมมากันผู้ใหญ่ 8 ก็เลยเงิบกันไป ซื้อราคาเต็ม 700 นี่ล่ะครับ ถ้าใครคิดว่า 700 ราคาแพงไป ก็ลองอ่านรีวิวของผมดูก่อนก็ได้นะครับ เผื่อคุณๆจะเปลี่ยนใจ ส่วนตัวผมเคยเล่นสวนน้ำจังเกิ้ลที่ภูเก็ตมาด้วยในราคาใกล้ๆกัน ผมว่าของซานโตรินี่ สนุกกว่า เสียวกว่าจมเลยครับ


รูปหน้าทางเข้าสวนน้ำครับ ผมมาวันธรรมดา เวลาประมาณบ่ายสามครึ่ง แดดยังแรงอยู่เลย อย่าลืมครีมกันแดดนะ สำคัญมาก
ขอออกตัวก่อนนะครับว่าทริปนี้ไม่ค่อยมีรูป Original ที่ถ่ายเองเลย เพราะผมไม่ได้เอากล้องไปเล่นที่สวนน้ำด้วย ... จริงๆใครไปครั้งแรกก็คงจะคิดเหมือนผมแหล่ะครับ แต่พอไปเจอที่นั่นจริงๆ อูว มีคนเอากล้องไปถ่ายเยอะเหมือนกัน บางคนเอากล้องขึ้นไปถ่ายบนที่ปล่อยสไลเดอร์แล้วเดินกลับก็มี บางคนเอา GoPro คาดหน้าผากเลย บางคนเอากล้อง DSLR ใส่ housing แล้วอุ้มลงสไลเดอร์ไปเลยก็มีครับ น่าเสียดายที่ผมไม่ได้เตรียมตัวมา ยังไงถ้าใครอุปกรณ์พร้อมก็เตรียมไปด้วยนะครับ
นอกจากกล้องของตัวเองแล้ว ที่สวนน้ำยังมีระบบแชร์รูปที่ดีมากเลยอยู่ครับ โดยที่จะมีริสแบนด์ให้ยืม โดยมีค่ามัดจำ และจะได้ค่ามัดจำคืนตอนเอาริสแบนด์มาคืนครับ จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่ แต่ประมาณ 100-150 บาทได้ เพราะน้องในทีมเช่ามาอันเดียวแล้วกะแชร์กันหลายคนครับ แหะๆ ซึ่งไอ้ริสแบนด์นี้จะใช้เหมือนการ์ดของศูนย์อาหารเลยคือ เติมเงินเข้าไป เวลาไปซื้อน้ำซื้อขนมในสวนก็แค่เอาริสแบนด์นี้ไปปี๊ป แต่ที่เด็ดกว่าคือก่อนลงสไลเดอร์ เราสามารถปี๊บริสแบนด์กับแท่นถ่ายรูปได้ด้วย!! ซึ่งมันก็จะถ่ายรูปเราให้ 12 shots และเมื่อเราลงไปถึงข้างล่างก็จะมีตู้ให้ดูรูปของเรา และเรายังสามารถกดแชร์ขึ้น Facebook ของตัวเองได้ด้วย โอ้โห ไม่เอากล้องมาก็มีรูปครับ :)
ซึ่งรูปนี้เป็นรูปเดียวที่ผมได้กลับมาจากทริปนี้ครับ

Apollo's Drop Screamer เมื่อเข้าไปอยู่ในตู้โทรศัพท์สีเหลืองที่อยู่สูงประมาณตึก 7 ชั้น ทีมงาน (เสื้อน้ำเงินด้านซ้าย) จะบอกให้เรามองกล้องที่อยู่ด้านบน ในจังหวะนั้นเอง ก็จะแอบกดปุ่มเปิดพื้น (รูปที่สองและสาม) หลังจากนั้น อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา สามวินาทีถึงพื้น ไม่แนะนำสำหรับคนกลัวความสูงนะครับ :)
ที่สวนน้ำซานโตรินี่นี้ จะมีสไลเดอร์ให้เล่นด้วยกัน 3 tower ครับ ไล่เรียงตามลำดับจาก เสียวน้อย --> เสียวมาก ได้ดังนี้ครับ
Slider #1 "เรียงหก"
ที่ Tower แรก เริ่มต้นเสียวน้อยสุด Tower แรกสุดเป็นสไลเดอร์เรียง 6 ที่สามารถเล่นได้พร้อมกันถึง 6 คนครับ จะมีเหมือนแผ่นสไลด์ให้หยิบขึ้นไป แล้วนอนทับแผ่นสไลด์นั้นโดยเอาหน้าลงพร้อมๆกันได้ 6 คนเลยครับ จากในรูปจะมีทางลงสีแดงสาม เหลืองสาม ให้ลงพร้อมๆกันเลยนะครับ แนะนำนิดว่าถีบตัวแรงๆหน่อยเพราะถ้าใครมีพุง จะติดพุงครับ เขิน

ที่มาของรูปนี้: iurban.in.th ขอขอบคุณครับ

ที่ Tower แรกสุดมี slider เดียวเลยครับ เล่นเสร็จแล้วมาต่อกันที่ Tower ที่สองกันนะครับ ที่ tower นี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 slider ครับ ให้เล่นเริ่มจากเตี้ยสุดไปอันสูงที่สุดเลยครับ คือ น้ำเงิน - เหลือง - แดง - ส้ม - ขาว
จริงๆแต่ละสไลเดอร์มันจะมีชื่อเรียกของมัน แต่ไม่จำหรอกครับ อิอิ จำเป็นสีๆ ง่ายกว่าเยอะนะ
Slider #2 "ล่องแก่ง"
Slider นี้บังคับให้นั่งบนห่วงยางครับ สองคน ลักษณะจะเหมือนล่องแก่ง โดยจะซิกแซกอยู่ในกลมๆสีน้ำเงินนั่นแหล่ะครับ ตื่นเต้น สนุกดี แต่มีเจ็บอยู่บ้างตรงที่ภายในสไลเดอร์นี้มียางสีดำๆอยู่บนพื้นสไลเดอร์เพื่อทำให้เกิดคลื่นในนั้น ถ้านั่งท่าไม่ดีหย่อนก้นลงไปลึกเกินจากห่วงยาง ก้นจะไปโดนห่วงยางได้ -_-' แต่ถ้านั่งยกก้นหน่อยก็จะไม่โดนครับ
Slider #3 "มืดตื๋อ"
ต่อกันด้วย สไลเดอร์สีเหลืองที่ Tower 2 ครับ เป็นอันที่เสียวขึ้นมาอีกขั้นนึง ดูจากในรูปนะครับ สไลเดอร์สีเหลืองนี้จะมีฝาปิดอยู่ทำให้เวลาอยู่ข้างในจะมืด มองอะไรไม่เห็นเลย จะตื่นเต้นมากไม่รู้ว่าต่อไปจะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา สนุกดีครับ อันนี้ยังต้องเล่นห่วงยางสองคนอยู่นะครับ

รูปภาพจาก Santorini Fanpage on Facebook

Slider #4 "ฟ้าใส"
ถัดมาเป็นสไลเดอร์สีแดงที่ Tower 2 ครับ ซึ่งจะชันกว่าสไลเดอร์สีเหลืองอยู่นิดหน่อย แต่ด้วยความที่เป็นสไลเดอร์แบบเปิดโล่ง เลยรู้สึกเสียวธรรมดา เฉยๆหลังจากเล่นสีเหลืองมาครับ อันนี้เป็นอันสุดท้ายที่ต้องเล่นห่วงยางสองคนครับ


รูปจาก Santorini Fanpage on Facebook
Slider #5 "ส้มเริ่มเสียว"
มาถึงขั้นนี้ก็จะอยู่ที่ชั้นที่สูงที่สุดของ tower 2 นี้แล้วครับ ในชั้นนี้จะมีสองอันให้เล่นคือ สีส้ม และสีขาว ซึ่งทั้งสองอันจะเล่นคนเดียวครับ ไม่มีห่วงยางแล้ว ความชันของสไลเดอร์อันนี้ค่อนข้างชันมากเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา เสียวจนหลายๆคนร้องจ๊ากเลยครับ เสียงดังจนได้ยินถึงข้างล่างเลย ฮ่าๆ


สีส้มครับ ให้ดูว่าลงมาเร็วกว่าอันก่อนหน้ามากเลยครับ ภาพจาก Facebook Santorini Water Fantasy
Slider #6 "กามิกาเซ่"
นี่คือสไลเดอร์ที่เสียวที่สุดของ Tower 2 อย่างไม่ต้องลังเลแล้วครับ กับสไลเดอร์สีขาวนี้ ซึ่งเจ้านี่จะเป็นคนตรงๆ ไม่พูดจาอ้อมค้อม ลงไปปุ๊บไม่ล้งไม่เลี้ยวอะไรทั้งนั้น ลงไปตรงๆนั่นแหล่ะครับ มีกันสองหยัก ซึ่งหยักแรกเอาไว้เร่งความเร็ว และหยักที่สอง ชันขนาดที่ว่า ตัวผมลอยออกจากสไลเดอร์เลยเชียว T_T รู้ตัวอีกทีก็ตกลงมาข้างล่างแล้วครับ เร็วมาก อ้อ สไลเดอร์นี้เขาแนะนำให้ไขว้ขากัน และเอามือทั้งสองข้างจับไหล่ไขว้กันนะครับ (ท่าเดียวกับที่ผมได้รูปถ่ายมาด้านบน) โดยเฉพาะคุณผู้ชายทั้งหลาย ต้องไขว้ขาไปจนกว่าจะเล่นเสร็จนะครับ!! แก๊งผมมีสองคนตกใจตอนตัวลอย ขาไม่ไขว้กัน พอลงไปที่น้ำด้านล่าง น้ำมันเข้าหว่างขา จุก ตัวงอ หน้าเขียวเลยครับ (ขอนินทาหน่อย ฮ่าๆๆๆ)

ขอบคุณรูปจาก edtguide.com ครับ

เวลาเล่นจะเป็นอย่างนี้ครับ ขอบคุณรูปจาก iurban.in.th อีกครั้ง
เมื่อเล่น slider สีขาวนี่เสร็จแล้ว ก็จบไป 2 tower แล้วนะครับ อุ่นเครื่องสำหรับ tower สุดท้าย ที่รวมสไลเดอร์ในระดับเสียวสุดๆ แบบเป็น Signature ของสวนน้ำซานโตรินี่ทั้งหมดเอาไว้ ซึ่ง Tower สุดท้าย ด่านหัวหน้าใหญ่นี้มีกันทั้งหมด 3 slider ครับ ให้เล่นจาก สีฟ้า --> งู --> แล้วค่อยตบท้ายด้วยตู้โทรศัพท์สีเหลือง!! ในด่านสุดท้ายนี้จะเล่นโดยใช้ตัวเพียวๆทั้งหมด ยกเว้นด่านงู ที่บังคับเล่น 2 คนด้วยห่วงยางครับ
Slider #7 "ชักโครก"
เป็นสไลเดอร์แรกสุดของ Tower สุดท้ายนี้นะครับ สีน้ำเงินสลับขาว ที่จะจำลองให้เราเป็น ...... เมื่อโดนกดชักโครกครับ เราจะถูกส่งออกมาด้วยความเร็วสูงก่อนที่จะหลุดเข้าไปในอ่างชักโครก ที่เราจะหมุนรอบมันหลายรอบเหมือนน้ำวน ก่อนที่จะหมดแรงเฉื่อยและถูกกดลงชักโครกไปในที่สุด ตรงนี้ให้เอาเท้าลงชักโครกก่อนนะครับ แก๊งผมมีคนนึงเอาหัวลงชักโครก สำลักน้ำเลยครับ ฮ่าๆ

มุมมองชักโครกจากยอด Tower สุดท้าย ภาพจาก Santorini Fanpage on Facebook

ในอ่างชักโครก ภาพจาก Santorini Water Fantasy on Facebook

มุมมองด้านล่างเมื่อถูกกดชักโครกลงมาเรียบร้อยแล้วครับ ภาพจาก Santorini Water Fantasy on Facebook

Slider #8 "งูคู่ ฟ่อๆ"
เป็น slider ที่ถือเป็น signature ของสวนน้ำซานโตรินี่แห่งนี้เลยครับ ต้องใช้ห่วงยางลงแบบนั่งสองคนนะ ปกติถ้าเล่นชาย-หญิง จะให้หญิงนั่งหน้าครับ ลักษณะของมันคือจะเป็นรางคู่ เล่นพร้อมกันสองคู่ สี่คนได้เลย และขอบรางมันจะเตี้ยๆหน่อย พร้อมที่จะหลุดออกจากรางได้ทุกเมื่อ ถ้าใครเคยเล่นรถทามิย่าสมัยเด็กๆ ที่เซ็ตไม่ดีแล้วมันจะแหกโค้งตกราง นั่นล่ะฟีลลิ่งนั้นเลยครับ เมื่อเล่นสไลเดอร์งูนี้ หัวใจจะวายตั้งแต่ตอนนั้นล่ะ แต่ที่โหดกว่านั้นคือ สไลเดอร์งูนี้จะมีหลังคาปิดบางช่วงทำให้ข้างในค่อนข้างมืด และที่ปลายสไลเดอร์ อยู่ดีๆหลังคาก็จะเปิดทันที มองไปขาวโพลนไปหมด ไม่มีแม้แต่สไลเดอร์!!! มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับ เวลาออกจากถ้ำแล้วเจอน้ำตกยังไงยังงั้นเลยครับ ตกวูบบบบบบบบบบ จบไหลไปถึงปากงูอีกฝั่งนึง หัวใจจะวายครับ ยิ่งคุณผู้หญิงที่นั่งหน้าแล้วไม่เคยชินกับเรื่องแบบนี้ ฮาๆๆๆ (โหดสลัด) ที่ปลายทางอีกด้านหนึ่งจะเจอกับหัวงู ที่พ่นน้ำออกมาจากเขี้ยวทั้งสองข้าง ตรงนี้ถ้ายิ่งมาแรงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งตกเร็ว และย้อนกลับขึ้นไปสูงเท่านั้นครับ แก๊งผมเล่นหลายรอบจนรู้ว่า ต้องใช้ผู้ชายสองคน ให้คนหนักกว่าอยู่หน้า และนอนเหยียดตัวตรง 180 องศาทั้งคู่ จะลงด้วยความเร็ว x2 และขึ้นไปในปากงูได้สูงมากๆๆๆครับ T_T

ขอบคุณรูปจาก sadoodta.com ครับ

แท่นปล่อยตัวของสไลเดอร์งูคู่นี้ครับ ภาพจาก Santorini Water Fantasy on Facebook

มาจนถึงตรงนี้แล้วขอบอกว่าเป็นจุดจบ Ending Point สำหรับผู้ที่ไม่ชอบความเร็วและความสูงแล้วครับ นี่คือ Slider รองสุดท้าย ที่ Tower สุดท้ายแล้ว ซึ่งถ้าคุณมาถึงตรงนี้ได้ก็ถือว่าโอเคมากๆแล้วครับ แต่สำหรับใครที่อยากลองของจริง ที่เสียวสุดๆนั้น ก็แนะนำให้เล่น slider สุดท้ายกันเลยครับ

Last Boss Slider #9 "ตู้โทรศัพท์"
ถ้าใครเคยดู Super man ที่เวลาได้ยินเสียงกรี๊ดขอความช่วยเหลือ แล้วต้องวิ่งเข้าไปเปลี่ยนชุดในตู้โทรศํพท์ นี่แหล่ะครับ คือสิ่งเดียวกันเลย!! และผมเองก็มาเล่นอันนี้โดยที่ไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ก่อน คือโดนเพื่อนในแก๊งหลอกนั่นเอง T_T ตอนแรกให้มาช่วยกันโบกมือบ๊ายบายส่งเพื่อนคนนึงลงไป แล้วที่เหลือจะลงไปเล่นงูกันต่อ ที่ไหนได้ครับ ใครขึ้นมาส่ง โดนจับยัดตู้โทรศัพท์นี้หมดเลย ลักษณะคือตู้โทรศํพท์นี้จะเอียงประมาณ 80-85 องศา เกือบตั้งฉากกับพื้น แล้ให้เราเข้าไปยืนในตู้โทรศัพท์นี้ พนักงานก็จะปิดประตูตู้และบอกให้เงยหน้ามองกล้องด้านบน จากนั้นพนักงานก็จะแอบกดปุ่มเปิดพื้นของเรา!!! จ๊ากกกกกกกก อีกสามวินาทีถึงพื้นแล้วยังไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นเลยครับ อันนี้ถ้าใครใจไม่แข็งพอแนะนำว่าอย่าเล่นเลยนะครับ แต่ถ้าใครชอบเนี่ย จะเป็นอะไรที่ฟินสุดๆเลยเชียว

ขอบคุณรูปจาก zuatnight.com ครับ ในเครื่องเล่นนี้ลองเลื่อนขึ้นไปดูบนสุดจะเห็นมุมกล้องจากภายในตู้ด้วย โอย ยังเสียวไม่หายเลยครับ

หมดจาก slider เจ๋งๆทั้งเก้าอันแล้ว ที่สวนน้ำ Santorini แห่งนี้ก็ยังมีเครื่องเล่นอื่นๆอีกบ้าง ที่พอเล่นขำๆได้ครับ เช่น คลื่นยักษ์.... ที่แบบว่า ยักษ์ตัวเล็กไปหน่อยนะ คลื่นสูงประมาณครึ่งเมตรได้ครับ ไม่สนุกเลย แถมในน้ำก็คลอรีนแรงมากจนแก๊งผมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ผิดหวังกับคลื่นจริงๆ" ผมเคยอ่านรีวิวว่าที่สวนน้ำ Black Mountain มีคลื่นที่สนุกกว่านี้มาก (แต่ก็แพ้ซานโตรินี่ในส่วนของสไลเดอร์) ผมก็ไม่เคยเล่น Black Mountain นะครับ แต่ถ้าได้ลองไปดูแล้วจะเอามารีวิวอีกทีนะ
นอกจากนี้ยังมีวงล้อ Hamster  ให้เรามาวิ่งเล่นปั่นไฟกัน โดยเจ้าวงล้อนี้จะเล่นได้พร้อมกัน 2 คน และหมุนด้วยความเร็วพอสมควร ในนั้นจะมีน้ำใส่ไว้อยู่ครับ เมื่อหมุนแล้วเราต้องวิ่งตามมันให้ทันเพื่อไม่ให้ล้ม ถ้าล้มคนนึง คนที่ล้มก็จะกลิ้งไปกลิ้งมาจนกว่าอีกคนจะล้มตาม ถ้าเราล้มทั้งสองคนเมื่อไหร่เขาก็จะหยุดวงล้อนี้และจบเกมส์ เปลี่ยนตัวออกให้คน/คู่ต่อไปมาเล่นแทน ก่อนหน้าผมเป็นเด็กฝรั่งอายุสิบขวบได้ เล่นนานมากจนทำให้ไฟในใจผมฮึกเหิมว่าเราต้องวิ่งให้นานกว่าเด็กฝรั่งนั่นให้ได้ แต่พอถึงตาผมปุ๊บ มายืนข้างในเนี่ยถึงได้รู้เลยว่ามันลื่นเอามากๆ และผมกับคู่เองก็ล้มภายใน 10 วินาทีเท่านั้นเอง T_T ฮ่าๆ

ขอบคุณภาพจาก pantip.com
ผมมารู้ตัวอีกทีตอนเล่นเสร็จแล้วว่า วงล้อนี้คนดูสนุกกว่าคนเล่นมากนัก เพราะว่าข้อแรก น้ำในนั้นไม่เคยเปลี่ยนเลย ตั้งแต่เช้าเป็นยังไง ตอนปิดสวนน้ำก็ยังเป็นน้ำชุดเดิมยังงั้น อันนั้นไม่ว่ากัน ข้อสอง จะมีคอมบิเนชั่นสุดยอดเกิดขึ้นเมื่อคุณผู้หญิงเล่นพร้อมคุณผู้ชาย และคุณผู้ชายแข็งแรง คุณผู้หญิงใส่บิกินี่เมื่อไหร่ เมื่อนั้นความหื่นจะบังเกิดขึ้นทันที เมื่อคุณผู้หญิงล้มก่อนและกลิ้งระเนระนาด ยิ่งนานเข้าๆ บิกินี่ชิ้นบนมันจะยิ่งเลิกจนหลุดออกในที่สุดครับ แหะๆ ถ้าใครมีกล้อง HD ล่ะก็ มายืนถ่ายตรงนี้ได้เลยครับ แล้วแชร์ด้วยนะ อิอิ

หนึ่งภาพบรรยายได้ดีกว่าตัวอักษรสิบหน้าครับ ภาพจาก Facebook

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดครับ คูลดาว์นด้วยการนั่งเล่นในน้ำวนของที่นี่ ซึ่งขอบอกเลยว่าน้ำวนได้แรงมาก ยืนแทบไม่อยู่ ต้องไหลตามน้ำไปครับ จะอยู่ในน้ำตัวเปล่าๆหรือนั่งบนห่วงยางก็ได้ แต่นั่งบนห่วงยางสบายกว่ามากครับ อิอิ

ขอบคุณภาพจาก pantip.com อีกครั้ง

สามารถนั่งห่วงยางวนในน้ำได้เลยครับ สบายดี ภาพจาก Facebook Santorini Water Fantasy

หมดจากตรงนี้ก็เป็นสวนน้ำของเด็กแล้ว ซึ่งผมได้ไปนอนแช่เล่นๆเหมือน Adam Sandler ในเรื่อง Grown Ups ครับ (แต่ผมไม่ได้ฉี่เหมือนในหนังนะ) ซึ่งก็มีผู้ปกครองพาเด็กมาเล่นเยอะเหมือนกันครับ ในช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคมนี้

ขอบคุณภาพจาก imdb.com

เมื่อเล่นเสร็จแล้วที่นี่ก็มีห้องน้ำรวมไว้บริการ และมีตู้ล้อกเกอร์ให้ด้วยครับ ซึ่งหลายๆอย่างค่อนข้างจะแพงจนตกใจเลยทีเดียว  อย่างล้อกเกอร์ตู้ละ 100-150 บาท (ไม่รวมมัดจำ) ผ้าเช็ดตัวผืนละ 150 บาท แต่ทางแก๊งผมค้นหาข้อมูลก่อนและเตรียมตัวมาดีครับจึงมีผ้าเช็ดตัวมาครบๆอยู่แล้ว และมาหลายคนจึงได้เปิดบ้านพักคาบาน่าเอาไว้ด้วย เลยไม่ต้องจ่ายค่าล้อกเกอร์อีกทีครับ
เกือบลืมอย่างนึงที่ทางแก๊งผมพลาดไปจริงๆครับ คือเรื่องการแชร์ริสแบนด์ ทางผมคิดไปเองว่าเราสามารถทำอย่างนั้นได้ แล้วจะได้รูถ่ายกันทุกคน โดยการที่ปี๊บริสแบนด์แล้วยื่นให้คนถัดไปปี๊บต่อ ที่ไหนได้ครับ พอลงไปถึงข้างล่างจะมีเพียงปี๊บล่าสุดเท่านั้น คนก่อนหน้าจะโดนเซฟรูปทับหมด และเราต้องไปที่ตู้เพื่อแชร์ "ก่อนการปี๊บครั้งถัดไป" เท่านั้น จึงจะสามารถแชร์รูปนั้นได้ครับ ไม่เป็นไร ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสอีกจะมีริสแบนด์กันคนละอันเลยครับ ยังไงก็เหมือนกับได้ฟรีอยู่แล้ว (มีคืนมัดจำ) นะครับ

เวลาเปิด-ปิด ของสวนน้ำ Santorini ครับ
จันทร์-พฤหัสบดี เปิด 10.00 น. ปิด 18.30 น.
ศุกร์-อาทิตย์ เปิด 9.30 น. ปิด 21.00 น.
แผนที่สวนน้ำ Santorini
ขอบคุณที่มาจาก:http://www.thetrippacker.com/en/review/id/4371


เรียบเรียงโดย : SJ (Tonan Asia Autotech)

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ /เรียบเรียงข้อมูลโดย ADMIN / SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)


เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ แหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่ของคนกรุง

เรียบเรียงข้อมูลโดย ADMIN / SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ถือกำเนิดขึ้น ภายใต้แนวคิด Festival Market and Living Museum แหล่งท่องเที่ยวและไลฟไสตล์ช้อปปิงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นพื้นที่ซึ่งได้ออกแบบให้พร้อมด้วยองค์ประกอบหลากหลาย เพื่อรองรับและเติมเต็มความต้องการของนักท่องเที่ยวและคนหลากหลายกลุ่มได้อย่างครบครัน
ย่านทั้ง 4 ของ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
ย่านเจริญกรุง ประกอบไปด้วย ร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว และสินค้าของตกแต่งบ้าน ที่สวยงามหลากหลาย อีกทั้งยังมีโรงละคร ที่รองรับผู้ชมได้กว่า 400 ที่นั่ง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปวัฒนธรรมไทย กับหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ หรือโชว์สุดอลังการจากคาลิปโซ่ รวมถึงร้านอาหารชั้นนำ




ย่าน เจริญกรุง อยู่ด้านหน้าติดถนนเจริญกรุงสามารถนั่งรถเมล์มาลงที่ด้านหน้าย่านเจริญกรุง ได้ พอเดินเข้ามาก็จะย่านเจริญกรุงเลยเป็นย่านคนจีนสมัยก่อนมีรูปหล่อเป็นหนุ่ม ชาวจีนกำลังลากสองล้อให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกในจุดแรกทำให้ย้อนคิดถึงอากง อาม่ากันเลยที่เดียว สินค้าในย่านนี้ก็จะเป็นของพวกตกแต่งบ้าน ของที่ระลึก กระเป๋า เสื้อผ้าที่ระลึกสามารถเดินเข้าไปชมตามตรอกซอกซอยได้มีร้านค้ามากกว่า 1,000 ร้านค้า และยังมีโรงละคร ธนาคารอีกด้วย ประกอบไปด้วย โกดัง 1, 2, 3, 4
โกดัง 1 มีร้าน ร้านนารายา/ร้านอาหารสุคิยะ/ร้านเฟอรนิเจอร์และของตกแต่งบ้าน
โกดัง 2 มีร้าน ร้านยำแซบ S 04/ร้านอาหารยาโยอิ S 05/ร้านไอศกรีมเจลาเต้ S 06
โกดัง 3 มีร้าน โรงละครคาลิปโซ่ /ร้านสปารักสมุนไพร 3191/ร้านสปาสมดลย์ 3192
โกดัง 4 มีร้าน โรงละครหุ่นละครเล็กโจหลุยส์
โซนร้านค้าด้านริมถนนเจริญกรุงร้านเคเอฟซี S08/ร้านอาหารเดอะพิชซ่าคอมพานี S09/ร้านอาหารเอ็มเค S10/ร้านอาหารกิมจูS11/ร้านอาหารโอบองแปงS12/ร้านดังกิ้น โดนัท S12A/ร้นอาหารโจหลุยส์ S13/ร้านอาหารนิกุยะ S 15
ปิดท้ายด้วยรถ รางเป็นการจำลองรถรางในสมัยก่อนให้เราได้นั่งชมโรงงานกันรถรางจะพาคุณไปยัง ทุกย่านหากท่านใดสนใจก็ลองขึ้นดูได้อีกหนึ่งบรรยากาศการเยี่ยมชมโรงงานแห่ง นี้  เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

ย่านกลางเมือง เป็นลานจัดกิจกรรมกลางแจ้ง และโซนอาหารนานาชาติ ที่รวบรวมอาหารขึ้นชื่อจากประเทศต่างๆ ในบรรยากาศง่ายๆ สบายๆ พร้อมรื่นเริงไปกับ เครื่องดื่มและเบียร์เย็นๆ ที่ Asia House

ย่านกลางเมือง พอผ่านย่านเจริญกรุงหรือผ่านย่านโรงงานเข้ามาด้านในอีกหน่อยก็จะถึงย่านกลางเมือง จะเป็นย่านของร้านอาหารมีลานแสดง มีการแสดงร้องเพลงสด ๆ ให้เราได้นั่งฟังเพลงชิว ๆ จนไม่อยากกลับกันเลยทีเดียวเป็นที่นั่งพักเมื่อยได้ดีอีกด้วย ที่ลานกลางแจ้งยังจำหน่ายเบียร์เครื่องดื่มเย็น ๆ ให้เราซื้อมานั่งฟังเพลงได้อีกด้วย ย่านกลางเมืองยังมีร้านอาหารอร่อย ๆ ให้เราได้เลือกกันมากกว่า 40 ร้าน มีทั้งอาหารไทย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และอาหารอื่นๆ อีกมากมาย รับรองไม่ผิดหวัง ประกอบไปด้วย โกดัง 5, 6 โกดัง 5 จะเป็นร้านแฟร์ชั่น ส่วนโกดัง 6 จะเป็น ฟู้ดเซอร์คัส มีร้านอาหารดังนี้
CoCo Fresh Tea & Juice T06/Taif Bird’s Nest T06A/Sweet Lips T07/Gasy Bake T07A/AISHI YAKINKU T08/Rocking Doll T08A/Ajisen Ramen T09/รสนิยม T09A/หนานหยวน T10/Ipho T10A/Kamlangsib Chicken Rice T11/The steak by TN Steak House T11A/Crosstini Italian Cusine T12/Siam India T13/Chic Grill (Seafood Lever) T13A/เอเชียเฮาส์ T05/ฮาร์เบอร์ มาร์เก็ต T06
ย่านโรงงาน เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์แห่งใหม่บนถนนเจริญกรุง ที่รวบรวมร้านอาหาร ผับ และร้านค้ามีสไตล์มากมาย ให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจหลังเลิกงาน พรั่งพร้อมไปด้วยสินค้าแฟชั่น และของประดับตกแต่ง ให้เลือกซื้ออย่างจุใจ ในบรรยากาศสนุกสนานยามค่ำคืน

ย่านโรงงาน ย่านนี้ถูกออกแบบให้เราได้ย้อนนึกถึงบรรยากาศโรงงานในสมัยก่อนมีทั้งเครื่องจักสมัยโบราณยุคที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคอุสาหกรรมมีอาคารโรงเลื่อยเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีตกแต่งให้เข้ากับยุคสมัยใหม่แต่ยังคงกลิ่นอายสมัยเก่าไว้ ที่ย่านนี้มีร้านค้าขายเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ให้คุณได้เลือกซื้อเลือกชอปกัน ซึ่งโรงงานจะอยู่ทางด้านหน้า ๆ ฝั่งริเว่อร์ฟรอน ประกอบด้วย โกดัง 7, 8, 9, 10 ทางท่าเรือพอลงจากเรือเดินเข้ามาก็จะรู้สึกถึงบรรยากาศความเป็นโกดังโรงงานเลย
- See more at: 
ย่านริมน้ำ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศแบบพาโนราม่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยทางเดินริมแม่น้ำที่ยาวกว่า 300 เมตร พบกับร้านอาหารมีระดับ มากมาย ทั้งอาหารญี่ปุ่น อิตาเลี่ยน ไทย จีน และซีฟู้ด
ด้านหน้าของย่านริมน้ำจะติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาเลยพอลงจากเรือก็จะเจอกับย่านริมน้ำเลยย่านนี้เหมาะสำหรับการถ่ายรูปมาก ๆ เพราะท่านได้เห็นวิวแบบพาโนรามารวมทั้งวิวแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วยยังมีร้านอาหารนานาชาติให้ได้นั่งชมวิวชิว ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งร้านอาหาร ก็มีดังนี้ ร้านอาหารโกดังทะเล R02 / ร้านอาหารแอปปี้ฟิช R04 /ร้านอาหารคาปรี Ro6 / ร้านอหารบราสเชอร์รี่ไนน์ R07/ ร้านอาหารบ้านขนิษฐา R08
นอกจากนี้ ภายในโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ได้สอดแทรกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อเป็นการให้ความรู้ในลักษณะจดหมายเหตุ เกี่ยวกับความสำคัญในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา การค้าขายกับต่างประเทศในยุคล่าอาณานิคม พร้อมบอกเล่าถึงความเจริญของสถาปัตยกรรมในยุคนั้น ด้วยการปรับปรุงอาคารเก่า และรักษาโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมในสภาพเดิมไว้เกือบทั้งหมด


เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ แผนที่

ทั้งนี้ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ตั้งอยู่ตรงข้าม เจริญกรุง 93 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 17.00 น.- 24.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-2108-4487

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Macrter, คุณ เด็กวัดช้าง, คุณ yakdon และ thaiasiatique.com

      เรียบเรียงโดย : SJ (Tonan Asia Autotech)