แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Tonan Asia Autotech แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Tonan Asia Autotech แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

How to Store a Microscope / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

Microscopes are very sensitive scientific instruments that allow us to look at items using magnification. They must be handled and cared for carefully at all times, even when they are not being used, to ensure that they continue to perform at a high level. To extend the life of your microscope, store it wisely. Because dust can scratch the lens of a microscope and interfere with the magnification process, the main objective of storing a microscope is to keep it protected from dust and other elements.


Instructions

  1. Wash and dry your hands to be certain that you're not transferring any dirt or dust to the microscope.
  2. Turn the microscope off or at least be sure that it is operating on the lowest possible magnification setting.
  3. Clean the body and all surfaces except for the lenses using a can of compressed air. If necessary, the tube, arm, stage and base can also be wiped with a damp or dry lint-free cloth. Clean lenses thoroughly, using lens cleaning solution and lens cleaning papers. Lens cleaning papers and solution can be found at camera supply stores.
  4. Turn the lenses so that they are facing the stage, or the tray where slides are placed to view items through the lenses.
  5. Cover the microscope with a plastic microscope cover. If the cover has zippers or buttons to seal it shut, make sure these are buttoned or zipped correctly.
  6. Store the microscope on a flat table or surface where it will not be jostled or knocked over. Ensure that the storage area does not expose the microscope to prolonged periods of direct sunlight.

Tips & Warnings

  • For an added layer of protection, store the covered microscope in a plastic tub with a lid on it and store the tub on a flat surface.




ขอบคุณแหล่งที่มา:www.ehow.com

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

บุกเมืองหิมะตะลุยชิม 10 ร้านดัง ที่ Snow Town Bangkok / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

บุกเมืองหิมะตะลุยชิม 10 ร้านดัง ที่ Snow Town Bangkok

ยินดีต้อนรับสู่ฤดูหนาว กลางใจเมือง กับ เมืองหิมะแห่งใหม่ ที่บอกได้เลยว่ากำลังเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะ ไม่ว่าจะ กิน เที่ยว เล่น มีอยู่ใน Snow Town Bangkok หมดแล้ว และแน่นอน FoodMThai บุกเมืองหิมะทั้งที ไม่พลาดที่จะหาร้านเด็ดๆ มาแนะนำแน่นอน และต้องบอกตรงนี้เลยว่า Snow Restaurant นั้น คัดแต่ร้านเด็ดที่มีชื่อเสียงจาก ญี่ปุ่น มาเปิดสาขาแรกในใน Snow Town Bangkok อีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วเราไป บุกเมืองหิมะตะลุยชิม 10 ร้านดัง ที่ Snow Town Bangkok กันเลยครับ
001
1. Yamato Nadeshiko
0002
สำหรับผู้ชื่นชอบราเมน แบบญี่ปุ่น ต้องไปลอง ยามาโตะ นาเดชิโกะ ยามาโตะ ตัวแทนของความเร่าร้อนดั่งรสชาติของน้ำซุปกระดูกหมู นาเดชิโกะ ตัวแทนของความอ่อนโยน ดั่งรสชาติของซุปแบบเกลือและโชยุของราเมนเท็มปุระที่ทอดด้วยศิลปะการทอดแบบญี่ปุ่น จากสุดยอดเชฟที่มาเสิร์ฟรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆแบบไม่มีใครเหมือน และ ชาม ดงบุริ ที่บอกเล่าถึงประเพณีแสนงดงามของญี่ปุ่น และยังมีเท็มปุระที่ทอดด้วยศิลปะการทอดแบบญี่ปุ่น โดยสุดยอดเชฟที่มาเสิร์ฟรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆแบบไม่มีใครเหมือน นอกจากอาหารแล้วพนักงานยังสวมชุดยูกาตะในการให้บริการอีกด้วย
2. KOKUBO Rock Ice
0003
ไปลิ้มลองความหวานแบบดั้งเดิมที่มาจากฮอกไกโดกันที่ร้าน KOKUBO Rock Ice  ร้านขนมหวานรสชาติดั้งเดิมที่ผลิตด้วยส่วนผสมที่มาจากฮอกไกโด ไม่ว่าจะเป็นชูครีมรสละมุน และเครปเค้กที่ผลิตจากวัตถุดิบชั้นดี สดใหม่บอกได้เลยว่าร้าน KOKUBO Rock Ice คนรักขนมหวาน ไม่ควรพลาดครับ
3. Ice is jiro
d569bcd1e40695ca82d1f332cf0c1d0a
ร้านน้ำแข็งใสนุ่มลิ้นรสเลิศจากญี่ปุ่น เมนูแนะนำคือ น้ำแข็งใสราดน้ำเชื่อม รสมัทฉะ ที่ใช้ชาเขียวจากอำเภออุจิ เมืองโตเกียวน้ำแข็งใสอันนุ่มลิ้นยอดนิยมจากญี่ปุ่น มีมาให้ท่านลองลิ้มชิมรสถึงไทยแล้ว รสชาติมีให้เลือกทั้งรสมัทฉะ จากใบชาเขียวแท้ต้นตำรับจากอำเภออุจิ เมืองเกียวโต หรือ รสแป้งถั่วเหลือง ที่ทำจากถั่วเหลืองแท้แสนอร่อยจากญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังมีรสผลไม้ทั้งสตรอเบอรี่หรือมะม่วงที่ใช้ผลไม้สดเป็นแบบแฮนด์ เมดทั้งหมด อีกด้วย
4. SNOW MIKU Café
004

คอมมิวนิตี้คาเฟ่สำหรับคนรักมังกะ อะนิเมะแห่งแรกของเมืองไทย Snow Miku Sky Town เปิดให้บริการแล้ว! (ก.ค. 2558- มิ.ย. 2559) ที่นี่ที่เดียวที่มีทั้ง อาหาร และเครื่องดื่ม ที่มีเอกลักษณ์ของมิกุ นอกจากนั้นยังมีสินค้าอื่นๆ ทั้งภาพวาดมิกุ หุ่นปั้นมิกุขนาดยักษ์! คอนเทนส์อื่นๆนอกจากมิกุก็มีเช่นกัน ในแต่ละเดือน จะมีการคัดเลือก MVP จากการแข่งขัน แต่งคอสเพลย์ และวาดภาพ เพื่อไปท่องเที่ยว และถ่ายภาพ ลงนิตยสารญี่ปุ่น ซึ่งผลโหวตจะมาจาก “ลูกค้าในร้าน” เท่านั้น ภายในยังมีการ์ตูนโดจินญี่ปุ่นกว่า 500 เล่ม ให้อ่านแบบไม่อั้นอีก ในวันธรรมดา จะมีกิจกรรม เช่น การถ่ายภาพคอสเพลย์ งานขายผลงานวาดเอง เป็นต้น SNOW MIKU Café มังกะเนีย ผู้ที่ชื่นชอบเกม การ์ตูน มังกะ และการแต่งคอสเพลย์ ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด
5. HANA HANA
005สนุกสนานไปกับการรับประทานอาหารในบรรยากาศสุดแสนน่ารักที่ Snow Town Bangkok ไม่ว่าจะเป็นเมนู ซุปอุ่นๆ หรือมันฝรั่งทอดกรอบแสนอร่อย แวะมาดื่มด่ำบรรยากาศสุดน่ารักกันได้ที่นี่ HANA HANA
6. Meat Sapporo
0004 copy

ครั้งแรกในเมืองไทยกับร้านอาหารที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของเนื้อวัวเป็นพิเศษ เนื้อเจงกิสข่านชื่อดังจากฮอกไกโด ที่ประเทศญี่ปุ่น อาหารที่หมักรัมเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีชื่อเสียงมาก ด้วยการหมักที่มีคุณภาพ ทำให้เนื้อมีความอ่อนนุ่ม อร่อยติดลิ้นไม่รู้ลืม ใครอยากลองความอร่อยสุดฟินแบบต้นตำหรับ ฮอกไกโด ต้องมาลิ้มลองความอร่อย ที่ Meat Sapporo ได้เลยครับ
7. Nihonnichi Ekamai
0006 ร้านเหล้าอิซากานะสไตล์ญี่ปุ่น ที่ส่งตรงวัตถุดิบมาจากฮอกไกโด พร้อมให้ทุกท่านสัมผัสบรรยากาศแบบฮอกไกโดแท้ๆจากอาหารที่สดใหม่แสนน่ารับประทาน Nihonnichi Ekamai ยังมีความเชี่ยวชาญด้านปูเป็นพิเศษ โดยเฉพาะไข่ม้วนโรยเนื้อปู เมนูเด็ดของทางร้าน นอกจากนั้น ยังมีซาชิมิสดใหม่ ที่เก็บด้วยระบบเก็บความเย็นเฉพาะตัวที่ต้องมาลองให้ได้ครับ
8. AjiNo Tokeidai
0009
Aji no Tokeidai เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานที่ ฮอกไกโด ตัวแทนแห่งราเมนของซัปโปโร ที่มีประวัติศาสตร์แห่งมิโซะราเมน ซึ่งได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในประเทศญี่ปุ่น โดยปัจจุบันมีสาขากว่า 50 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น อยากให้มาลิ้มลองความอร่อยกับราเมนหลากหลายรสชาติ ทั้งมิโซะราเมนที่ขึ้นชื่อ และโชยุราเมนที่รับรองเลยว่าต้องติดใจหาเวลากลับมาทานซ้ำแน่นอนครับ
9. Steak No Don
0007
แล้วคุณจะลืมความอร่อยเดิมๆของเสต็กและแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อได้มาลองกินที่ Steak no Don
เมนูหลักเสต็กและเนื้อแฮมเบอร์เกอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากกว่า 71 สาขาในประเทศญี่ปุ่น ที่บินตรงมาเปิดสาขาที่ประเทศไทยเป็นที่แรก เพื่อเสิร์ฟความอร่อยให้คนไทยได้ลิ้มรสกันถึงที่ รวมไปถึงเมนูซีฟู๊ดสุดพิเศษที่ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถรับ ประทานได้ทุกคน ที่สำคัญยังสามารถเติมข้าว ขนมปัง และซุปเพิ่มได้อีกด้วย
10. Snow Mart
0005
ร้านอาหารไทยร้านเดียว ใน Snow Town Bangkok ที่มีครบรสทั้งอาหารคาว หวาน ให้เลือกอิ่มท้องและด้วยบรรยากาศเป็นกันเองในสไตล์ตลาดที่คุณคุ้นเคย Snow Mart มีอาหารให้เลือกหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น อาหารจานเดียว ของทานเล่นหรือของหวาน เป็นอีกหนึ่งร้าน ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมา Snow Town Bangkok
หลังจากอิ่มเอม ในบรรยากาศ เย็นสบาย ในเมืองหิมะกันแล้ว ที่ Snow Town Bangkok ยังมี กิจกรรม ในลานหิมะ Snow Play Ground หรือใครชอบขีดๆเขียน ก็ร่วมกิจกรรมกับทาง TeamLab IsLands Sketch Townได้ สถานที่ดีๆ มีกิจกรรมให้ทำทั้งครอบครัว แถมยังมีของอร่อยๆ ให้เลือกอิ่มอร่อย มากมายแบบนี้ สุดสัปดาห์นี้ ถ้าไม่ได้ไปไหน ชวนกันไปหาอะไรทานกันได้ที่ Snow Town Bangkok เลยครับ รับรอง อร่อยทุกร้านFoodMThai รับประกันความอร่อยตามเคย

ข้อมูลร้าน
ที่อยู่
ชั้น 5 ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย 982/22 ถนนสุขุมวิท พระโขนง
คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์
095-5476870
ย่าน
เอกมัย
จังหวัด
-
เว็บไซต์
www.snowtown.co.th
เวลาเปิด,ปิด
10.00-22.00
บัตรเครดิต
ไม่รับบัตรเครดิต
โปรโมชั่น
ไม่มี
ประเภทอาหาร
ไม่ระบุ
ที่จอดรถ
มีที่จอดรถ
คะแนน
star

           ขอขอบคุณที่มา

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ลา โทมาทินา ครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ปามะเขือเทศ/ ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ลา โทมาทินา ครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ปามะเขือเทศ

ลา โทมาทินา คืออะไร วันนี้มีโลโก้แปลกๆ อีกแล้ว มารู้จัก ลา โทมาทินา กันเถอะ
วันนี้เป็นวันครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ลา โทมาทินา หรือ ลา โตมาตินา มันคือเทศกาลปามะเขือเทศของสเปน (La Tomatina en España) นั่นเอง
สำหรับงานนี้จะจัดเป็นประจำทุกปี ของทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม จัดที่หมู่บ้านบาเลนเซียน (Valencian) ของ Buñol ในจังหวัดบาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปน
La Tomatina

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด ที่คุณควรรู้ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด ที่คุณควรรู้

ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ไม่เพียงอาหารที่จะต้องเลือกรับประทานเท่านั้น การเลือกเครื่องดื่ม ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายกว่า ดังนั้น เราควรคัดสรรเครื่องดื่มที่มีคุณค่าและประโยชน์ ต่อร่างกาย แต่ถ้าจะดื่มให้ได้ประโยชน์กว่านั้น แนะนำให้ดื่มตามกรุ๊ปเลือดค่ะ เพราะมีข้อพิสูจน์ทั้งทางการแพทย์ แผนตะวันตกและตะวันออกแล้วว่า ส่วนผสมที่แตกต่างกันมีผลต่อกรุ๊ปเลือดนั้นๆ โดยตรง ซึ่งแต่ละกรุ๊ปเลือดก็มีความต้องการสารอาหารที่ต่างกัน

กรุ๊ป O

เป็น กรุ๊ปเลือดกลุ่มแรกของมนุษย์ ซึ่งยุคนั้นมนุษย์ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ ร่างกายมีน้ำย่อยที่มีความเป็นกรดสูง ดังนั้น สุขภาพของคนกรุ๊ปโอจะดีเมื่อได้รับอาหารประเภทโปรตีน ส่วนผักผลไม้ที่เหมาะสม ได้แก่ แครอท สาหร่ายสด บีทรูทต้มสุก มะเขือเทศ ฟักทอง งาสองสี

กรุ๊ป A

เกิด ขึ้นในยุคที่เริ่มทำเกษตรกรรม ทำให้มนุษย์กินอาหารประเภทโปรตีนลดลง คนกรุ๊ปเอจึงเหมาะกับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากกว่าโปรตีน ผลไม้ที่ไปได้ดีกับเลือดกรุ๊ปนี้คือ ถั่วแดง กล้วย ฯลฯ ส่วนผสมของเครื่องดื่มสุขภาพที่เหมาะ ได้แก่ ถั่วแดงหลวง แตงโม  แคนตาลูป  ลูกพรุน  กล้วย โยเกิร์ต น้ำผึ้งและน้ำมะนาว นำมาปั่นรวมกันปรุงรสตามชอบได้

กรุ๊ป B

เป็น กรุ๊ปเลือดที่เกิดขึ้นในยุคที่การล่าสัตว์และการเพาะปลูกมีอัตราสมดุลกันมาก ขึ้น กรุ๊ปนี้จึงกินได้หลากหลายทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ผักผลไม้ที่ควรเลือกคือ ถั่วเหลือ กล้วยหอม น้ำผึ้ง  น้ำราสพ์เบอร์รี่ กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่

กรุ๊ป AB

จะมีข้อจำกัดในการรับประทาน และดื่มมากกว่ากรุ๊ปอื่นๆ เพราะมีกรดในกระเพาะน้อยเหมือนกรุ๊ปเอ แต่ก็ต้องการโปรตีนเหมือนคนกรุ๊ปบีส่วนผักผลไม้ที่เหมาะ ได้แก่ เสาวรส กีวี่ และแอปเปิ้ล และผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ต่างๆ
นอกจากนี้ในวงการ แพทย์แผนไทย ได้มีการแนะนำน้ำสมุนไพรและประยุกต์นำเอาธรรมชาติมาใช้รักษาร่างกายจากโรค ภัยต่างๆ หรือการปรับสมดุลของร่างกายของธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ การดื่มน้ำสมุนไพรตามหลักทฤษฎีการแพทย์แผนไทยสามารถกระทำได้โดยการดื่มตาม เวลาใน 1 วัน ที่ธาตุในร่างกายของคนเราเปลี่ยนแปลงไป (กาลสมุฏฐาน)โดยมีการแบ่งเวลาดังนี้

เวลา 06.00 – 10.00 น. และ 8.00 – 22.00 น.

ร่างกาย มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุน้ำ ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำมะนาว

เวลา 10.00 – 14.00 น. และ 22.00 – 02.00 น.

ร่างกายมักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุไฟ ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสขม เช่น น้ำบัวบก น้ำลูกเดือย

เวลา 14.00 – 18.00 น. และ 02.00 – 06.00 น.

ร่างกายมักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุลม ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น น้ำขิง น้ำตะไคร้

ไม่มีกำหนดช่วงเวลา

สำหรับ ธาตุดินนั้นการเจ็บป่วยไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา แต่จะเกิดผลของการผิดปกติของธาตุอื่น ดังนั้นการดื่นน้ำสมุนไพร เพื่อบำรุงธาตุดินสามารถ ทำในเวลาใดก็ได้ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุดิน เช่น น้ำมะพร้าว น้ำแห้ว
อย่างไร ก็ดี ไม่ได้มีรายงานการวิจัยเรื่องการดื่มเครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือดและตามธาตุ อย่างชัดเจน แต่การรับประทานผักผลไม้ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรต่อร่างกาย ก็ไม่ผิดที่จะทดลองทำดู ถ้าคุณกำลังควบคุมน้ำหนักก็ระมัดระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลไว้เป็นพอ และควรเดินทางสายกลาง ไม่ควรทำแบบสุดโต่ง ใครแนะนำว่าดีก็ทำอยู่อย่างนั้น จงใช้สติในการเลือกปฏิบัติ ตามสภาพร่างกายและการใช้ชีวิตของเราจะดีกว่า
ขอบคุณที่มา 

Credit: นิตยสาร เปรียว, EDU Zones

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ผื่นบอกโรค / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ผื่นบอกโรค 


เวลาที่เป็นไข้อย่างเดียว เรามักจะไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ อาจจะแค่ดื่มน้ำ พักผ่อนให้มากขึ้น หรือรับประทานยาแก้ไขแล้วก็แล้วกัน แต่เมื่อไหร่ที่เป็นไข้ออกผื่นนีสิ ชักจะสร้างความกังวลอยู่ไม่น้อยเพราะอาการไข้ร่วมกับผื่นบ่งบอกได้ถึงหลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคหัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส แต่บางทีอาจเป็นแค่ส่าไข้เท่านั้น

ถ้าเช่นนั้นเราลองมาดูกันหน่อยดีไหมครับ ว่าไข้หรือผื่นของแต่ละโรคมีข้อสังเกตอย่างไร จะได้พอเป็นแนวทางว่าโรคใดควรปฏิบัติตัวอย่างไร หรือโรคใดบ้างที่ควรรีบไปพบแพทย์

หากผื่นมีลักษณะเป็นตุ่มนูนใสกระจายทั่วตัว มีอาการคัน และขึ้นพร้อม ๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือหลังจากมีไข้หนึ่งวันและขึ้นไม่พร้อมกันทั้งตัว บริเวณที่ขึ้นใหม่เห็นเป็นผื่นแดงราบหรือตุ่มใส ขณะที่บางที่ซึ่งเป็นก่อนเริ่มกลัดหนองหรือตกสะเก็ดให้นึกถึง โรคอีสุกอีใส เห็นไหมครับ ชื่อโรคออกจะตรงตัว คือมีทั้งตุ่มสุกและตุ่มใสอยู่ที่ตัวคนป่วยในเวลาเดียวกัน

โดยทั่วไปเมื่อเป็นโรคอีสุกอีใส ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์นะครับ เพียงรับประทานยาลดไข้ ทาคาลาไมน์โลชั่นบริเวณที่เป็นผื่น และพยายามอย่าเกา เพราะจะทำให้ตุ่มติดเชื้อแบคทีเรียกลายเป็นหนอง พักผ่อนให้มาก ๆ และถ้ามีไข้สูงห้ามอาบน้ำเย็น แค่นี้ก็พอแล้วครับ เพราะโรคนี้หายได้เอง ยกเว้นถ้าเป็นรุนแรง มีอาการหอบ ชัก หรือซึมไม่รู้ตัว ให้รีบส่งโรงพยาบาลด่วน

ที่สำคัญโรคนี้เป็นโรคติดต่อครับ แค่ไอจาม หายใจรดกัน หรือสัมผัสกับตุ่มแผลก็มีโอกาสที่จะติดโรคได้ โดยเฉพาะในระยะหนึ่งวันก่อนผื่นขึ้น ไปจนถึง 6 วันหลังตุ่มใสขึ้น ฉะนั้นควรแยกผู้ป่วยและของใช้จำพวกผ้าของผู้ป่วยจากคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคนี้ครับ ยกเว้นแต่ว่าอยากเป็น เพื่อให้มีภูมิต้านทานหรือต้องการประหยัดค่าวัคซีน

แต่โรคนี้ดีอยู่อย่างคับ คือเมื่อหายแล้วจะมีภูมิต้านทานไปตลอดชีวิต หรือถ้าเป็นสมัยนี้สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไว้ได้ตั้งแต่อายุ 4-6 ขวบ

มีผื่นอีกโรคที่ต้องระวัง คือผื่นจาก โรคไข้เลือดออก ซึ่งจะคล้ายกับตุ่มยุงกัดทั่วตัว และใกล้เคียงกับผื่นจากโรคหัดแต่ก็พอจะแยกกันได้ครับ โดยสังเกตว่าถ้าเป็นไขเลือดออกจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกไหล และจุดเลือดออกของโรคไข้เลือดออกจะไม่รู้สึกสากมือเหมือนโรคหัด และเวลากดดึงผิวหนังให้ตึงจะไม่จางหายไปเหมือนจุดถูกยุงกัดธรรมดา ซึ่งถ้ามีอาการตามนี้ร่วมกับมีไข้สูงตลอดเวลา ก็ควรดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานยาลดไข้ และรีบไปพบแพทย์ครับ

แต่ถ้าเป็น โรคหัด นอกจากจะมีน้ำมูกและไอแล้ว จะมีอาการหน้าแดง ตาแดง ไม่สู้แสง และผื่นสีน้ำตาลแดงนูนเล็กน้อย จะเริ่มขึ้นจากหลังหูแล้วลามไปทั่วตัวหลังมีไข้แล้ว 3-4 วัน จุดเด่นที่สังเกตได้อีกอย่างคือ หากมีจุดสีขาว ๆ เหลือง ๆ เล็กขนาดเม็ดงาที่กระพุ้งแก้มใกล้ฟันกรามล่าง (หรือถ้าเป็นมากก็จะมีอยู่เต็มกระพุ้งแก้ม) แสดงว่าเป็นโรคหัดอย่างแน่นอนครับ

หากเป็นหัดให้ดูแลเหมือนคนเป็นไข้หวัดคือ พักผ่อน รับประทานยาลดไข้ และเช็ดตัวเวลามีไข้สูง และยืนยันว่าไม่มีของแสลงครับ และไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะเป็นโรคจากเชื้อไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย

เพื่อนสนิทอีกโรคของหัดคือ โรคหัดเยอรมัน ผื่นจากโรคนี้จะเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีชมพู แต่อาการอื่น ๆ จะไม่รุนแรงเหมือนโรคหัด และจุดสังเกตที่สำคัญคือ คลำพบก้อนที่หลังหูและท้ายทอย เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองโต

โรคนี้เป็นโรคติดเชื้อที่ไม่รุนแรง เพียงรับประทานยาลดไข้ พักผ่อนอยู่กับบ้านสัก 4 วันหลังจากมีผื่นเพื่อไม่ให้ไปติดต่อคนอื่น และควรไปพบแพทย์ก็ต่อเมื่อปวดข้อรุนแรง มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือหากเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรกควรพบแพทย์ทันที แต่ทางที่ดีหญิงสาวควรฉีดวัคซีนหัดเยอรมันอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ครับส่วนเด็ก ๆ เดี๋ยวนี้เขามีวัคซีนรวมกับวัคซีนโรคหัด ซึ่งแนะนำให้ฉีดตั้งแต่เด็กอายุ 9 เดือนครับ

จะไข้ออกผื่นหรือโรคไหน ๆ หากเราเข้าใจและรู้เท่าทัน ก็คงไม่ยากที่จะรับมือ จริงไหมครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจากชีวจิต

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เกียร์ CVT คืออะไร ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT มีอะไรบ้าง / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

เกียร์ CVT คืออะไร ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT มีอะไรบ้าง

เกียร์ CVT คืออะไร
CVT ย่อมาจาก Continuously Variable Transmission คือระบบส่งกำลังแปรผันต่อเนื่อง หรือระบบเกียร์แบบอัตโนมัติรูปแบบหนึ่งที่ถูกออกแบบโดยใช้สายพานในการเคลื่อนระหว่างพูเล่ 2 ตัว ทำให้มีความสามารถพิเศษแปรผันอัตราทดได้ตลอดเวลา ทั้งยังนุ่มนวลและแม่นยำกว่าระบบเกียร์อัตโนมัติแบบดั้งเดิมที่ใช้ชุดเฟืองเป็นอัตราทด
เกียร์ CVT
ระบบเกียร์ CVT
ระบบเกียร์ CVT มีที่มาจากไหน…?
ระบบเกียร์ CVT มีต้นแบบมาจากผลงานของ “Leonardo da Vinci” กวีที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลก ซึ่งเขาเคยออกแบบโครงสร้างระบบส่งกำลังที่คล้ายกับระบบเกียร์ CVT ไว้เมื่อประมาณ 500 ปีก่อน หลังจากผ่านไปเป็นเวลา 400 ปี “Milton Reeves” จึงเป็นผู้นำระบบส่งกำลังนั้นมาพัฒนา รวมทั้งทดสอบใช้กับรถยนต์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1896
ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT
เกียร์ CVT ขึ้นชื่อในเรื่องของ “ความเงียบ นุ่มนวล แม่นยำ และประหยัดน้ำมัน” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่คู่ควรของรถที่หลายคนต่างก็ต้องการ ดังนั้นบริษัทผลิตรถส่วนใหญ่จึงนำระบบเกียร์ CVT ไปใช้กับรุ่นยนต์รุ่นใหม่
ดูเหมือนว่าเกียร์ CVT จะเป็นเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่เนื่องจาก ความทนทานของสายพานมีอายุการใช้งานที่จำกัด แต่ถ้าใช้งานอย่างถูกวิธีและดูแลรักษาอย่างดีก็สามารถยืดอายุการใช้งานไปได้เล็กน้อย
ดังนั้นระบบเกียร์ CVT จึงเป็นระบบส่งกำลังที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ ทั้งเงียบ นุ่มนวล แม่นยำ และประหยัดน้ำมัน จึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่เนื่องจากมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างจำกัดจึงต้องดูแลรักษาและใช้งานอย่างถูกวิธี…
      ขอบคุณแหล่งที่มา

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อาหารคลีน /ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

อาหารคลีน คืออะไร มีอะไรบ้าง กินคลีนดีต่อสุขภาพอย่างไร


อาหารคลีน คืออะไร
อาหารคลีน (Clean Food) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า กินคลีน (Eat Clean, Clean Eating) คือ การทานอาหารที่สด สะอาด โดยเน้นการทานอาหารแบบธรรมชาติไม่ผ่านการปรุงแต่งและขัดสีด้วยสารเคมีต่างๆ หรือกระบวนการหมักดอง รวมถึงอาหารขยะและอาหารสำเร็จรูป ที่จะมีปริมาณแป้ง ผงชูรสและโซเดียมในปริมาณสูง
อาหารคลีน - ผักสด
หรืออาจพูดให้เข้าใจได้ง่ายว่า การทานอาหารคลีนนั้นเป็นการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยทานอาหารอย่างพอเพียงครบสัดส่วนทั้ง 5 หมู่ และอาหารเหล่านั้นต้องไม่มีสารปนเปื้อนนั่นเอง ซึ่งอาหารคลีนนั้นอาจผ่านการปรุงแต่งบ้างเล็กน้อยหรืออาจจะไม่ผ่านการปรุงแต่งเลยก็เป็นได้ เช่นใช้เกลือในการปรุงอาหารรสเพียงเล็กน้อยแทนน้ำปลา หรืออาจจะเป็นซีอิ๊วขาวชนิดที่ไม่มีผงชูรสเจือปน และจะไม่ใช้ผงชูรสในการปรุงอาหาร เป็นต้น
ตัวอย่างของวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารคลีน
  • ผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ
  • เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆที่สดและสะอาด
  • ข้าวกล้องไม่ขัดสี และ ธัญพืชต่าง ๆ
  • น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นน้ำมันชนิดที่มีกรดไขมันชนิดดี ใช้แทนน้ำมันปาล์มได้เลย (แต่แอบราคาสูงกว่าพอควรเลย) และควรใช้ในปริมาณที่น้อย
อีกทั้งในการปรุงอาหารไม่ควรปรุงให้อาหารคลีนของเรานั้นมีรสจัดจนเกินไป และ ในทุกๆมื้อควรจะมีสารอาหารในอาหารคลีนของเราให้ครบ 5 หมู่อีกด้วย
กินคลีน กินอย่างไร
การทานอาหารคลีนนั้นคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า เป็นการเน้นทานอาหารจำพวกผักในปริมาณเยอะๆ แต่แท้จริงแล้วนั้น การกินอาหารคลีนเป็นการทานอาหารให้ครบสัดส่วน 5 หมู่ โดยเน้นทานอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ ให้มีปริมาณที่พอเหมาะพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย
อาหารคลีน - ซูชิ
อาหารคลีนนั้นส่วนใหญ่จะไม่ยึดติดกับรสชาติ แต่จะเน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่า ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารใหม่ทั้งหมด โดยค่อยๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ ในขั้นแรกนั้นควรเลือกทานอาหารที่คงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด เช่น จากเดิมเคยทานข้าวขาวก็เปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง หรือเคยทานผลไม้กระป๋องเป็นประจำก็หันมาเลือกทานผลไม้สดแทน จากที่เคยดื่มชากาแฟก็เปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทน เป็นต้น
นอกจากนี้การทานอาหารคลีนนั้นเวลาจะเลือกซื้อวัตถุดิบหรืออาหาร ควรเลือกที่ปลอดสารเคมี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย สารกันบูด วัตถุปรุงแต่ง หรืออาจจะเลือกซื้อวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคก็ได้ เพราะเป็นของที่ปลอดสารเคมีนั่นเอง อีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเช่น น้ำอัดลม เบเกอรี่ เป็นต้น รวมทั้งอาหารมันอีกด้วย
อาหารคลีน - เนื้อหมูอนามัย
ประโยชน์ของอาหารคลีน
การทานอาหารคลีนแตกต่างจากอาหารทั่วไป เพราะต้องเลือกอาหารที่หลากหลายแต่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งมากนัก ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงได้รับสารอาหาร และคุณค่าทางอาหารครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าอาหารทั่วไปที่ผ่านการปรุงแต่งมาก อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายไม่ได้รับสารปนเปื้อนจากอาหารอีกด้วย ดังนั้นอาหารคลีนจึงส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
อาหารคลีน - ข้าวกล้อง
อาหารคลีนเหมาะกับใคร
อาหารคลีนเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ และได้คุณค่าจากสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผัก และผลไม้ ในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และยังเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดหรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย จึงทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารเต็มที่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ อาหารคลีนจึงเหมาะสำหรับคนที่ลดน้ำหนักและรักสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง
อาหารคลีนกับการลดน้ำหนัก
อาหารคลีนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนอยากผอม เพราะนอกจากจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเลือกทานอาหารคลีนในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายไปด้วย นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย นอกจากนี้อาหารคลีนยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารที่พบมากในอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี โดยมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้ดีนั่นเอง
อาหารคลีนช่วยลดน้ำหนัก
ตัวอย่างอาหารคลีน
อาหารคลีนนั้น ผู้ที่ทานสามารถเลือกทานอาหารได้หลากหลาย โดยสามารถเลือกวัตุดิบต่างๆ มาประยุกต์กับเมนูสุดโปรดได้ตามใจชอบ แต่วัตถุดิบนั้นต้องปราศจากการปรุงแต่ง และปลอดสารปนเปื้อน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เหมือนกับตัวอย่างเมนูอาหารต่อไปนี้
1. บาร์บีคิวไก่แบบไม่เสียบไม้ ทานคู่กับผักสลัด หรือผลไม้ที่ชอบ เช่น สับปะรด กีวี่ เป็นต้น
ตัวอย่างอาหารคลีน
2. ไข่เจียวฟักทอง หรืออาจจะใช้ผักอื่นๆ ตามความชอบก็ได้
ตัวอย่างอาหารคลีน
3. สเต็กอกไก่กับล็อคโคลี่ลวก และแกงบวชฟักทอง
ตัวอย่างอาหารคลีน
จะเห็นได้ว่าอาหารคลีนนั้นเป็นการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เน้นประโยชน์มากกว่ารสชาติ ดังนั้นผู้ที่จะเริ่มต้นทานจึงไม่ควรยึดติดกับรสชาติอาหาร และควรให้ความใส่ใจกับการทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการคัดเลือกวัตถุดิบในอาหารนั้นต้องปลอดสาร ไม่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติ และวัตถุดิบแต่ละอย่างต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งต้องแบ่งสัดส่วนในอาหารให้พอดี โดยต้องมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และผัก ผลไม้ในปริมาณที่มีความสมดุลกัน ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้เต็มที่ พอดีกับความต้องการของร่างกายและมีพลังงานไว้ใช้ในกิจกรรมต่างๆระหว่างวันนั่นเอง
ดังนั้นอาหารคลีนจึงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับวิถีชีวิตของคนในเมือง ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่สุขภาพเป็นอย่างมาก รวมถึงผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักด้วย เพราะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนตรงตามความต้องการของร่างกาย แต่การที่ร่างกายจะมีสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากควบคุมเรื่องการทานอาหารแล้ว ยังต้องหมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ถึงจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น
       ขอบคุณแหล่งที่มา


วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ดอกไม้ประจําชาติอาเซียน 10 ประเทศ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ดอกไม้ประจําชาติอาเซียน 10 ประเทศ


ดอกไม้ประจําชาติอาเซียน มีดังนี้
1. ดอกไม้ประจำชาติไทย – ดอกราชพฤกษ์ (Ratchaphruek) หรือ ดอกคูน
ดอกราชพฤกษ์
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติของไทย
ดอกไม้ประจำชาติของไทยคือดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูน (ภาษาอีสาน) และ ดอกลมแล้ง (ภาษาเหนือ) โดยที่ดอกราชพฤกษ์นั้นมีลักษณะดอกเป็นช่อหรือเป็นพวง มีสีเหลืองสดใสสวยงาม ดอกราชพฤกษ์ของไทยบานเหลืองสะพรั่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมของทุกปี โดยเราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ทั้งตามแนวถนนหลวง ตามสวนสาธารณะ ตามวัดวาอาราม อีกทั้งเราจะพบว่าคนไทยนิยมนำดอกราชพฤกษ์มาประดับพระเจดีย์ทรายที่นิยมก่อกันในช่วงวันสงกรานต์อีกด้วย
2. ดอกไม้ประจำชาติกัมพูชา – ดอกลำดวน (Rumdul)
ดอกลำดวน
ดอกลำดวน ดอกไม้ประจำชาติกัมพูชา
ดอกไม้ประจำชาติของกัมพูชาคือดอกลำดวน โดยที่ดอกลำดวนเป็นดอกไม้สีขาวปนเหลืองนวล (เหลืองนวลอ่อนๆ) มีกลีบดอกหนาและค่อนข้างแข็ง มีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ โดยจะส่งกลิ่นแรงในช่วงเวลากลางคืน ชาวกัมพูชาถือว่าดอกลำดวนเป็นดอกไม้มงคล นิยมปลูกกันทั่วประเทศ เป็นดอกไม้ประจำชาติอาเซียนที่มีลักษณะแปลกตา แต่มีเอกลักษณ์และสวยงามมาก
3. ดอกไม้ประจำชาติลาว – ดอกจำปาลาว (Dok Champa) หรือ ดอกลีลาวดี
ดอกลีลาวดี
ดอกลีลาวดี หรือ ดอกจำปาลาว ดอกไม้ประจำชาติลาว
ดอกไม้ประจำชาติอาเซียนอีกประเทศหนึ่งคือดอกลีลาวดีของประเทศลาว ดอกลีลาวดีมีชื่อในภาษาลาวว่าดอกจำปาลาว หรือที่คนไทยโบราณนิยมเรียกว่าดอกลั่นทม ซึ่งมาเปลี่ยนชื่อเป็นดอกลีลาวดีในภายหลัง (นัยว่าเพื่อความเป็นสิริมงคล) ดอกลีลาวดีนั้นเป็นดอกไม้ที่มีหลากหลายสีสัน ทั้งสีขาว สีส้ม สีแดง สีชมพู และสีเหลืองเป็นต้น คนลาวถือว่าดอกลีลาวดีซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติของตนนั้นเป็นตัวแทนของความสดชื่น ความจริงใจ และความสุข ดังนั้นคนลาวจึงนิยมใช้ดอกลีลาวดีในงานมงคลทุกชนิด ทั้งงานบวช งานแต่ง งานทำบุญต่างๆ รวมถึงทำเป็นพวงมาลัยถวายพระและต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วย
4. ดอกไม้ประจำชาติพม่า – ดอกประดู่ (Padauk)
ดอกประดู่
ดอกประดู่ ดอกไม้ประจำชาติพม่า
ดอกไม้ประจำชาติพม่าคือดอกประดู่ ดอกประดู่เป็นดอกไม้สีเหลืองทอง สีสันสวยงาม พบได้มากทั้งในประเทศพม่าและประเทศไทยของเรา เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม โดยจะเริ่มออกดอกพร้อมกับฤดูฝน ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับประเทศเกษตรกรรม คนพม่านิยมใช้ดอกประดู่สำหรับงานเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่ของตน รวมถึงงานมงคลต่างๆ นิยมใช้เป็นดอกไม้บูชาพระและงานสำคัญทางศาสนาด้วย
5. ดอกไม้ประจำชาติเวียดนาม – ดอกบัว (Lotus)
ดอกบัว
ดอกบัว ดอกไม้ประจำชาติเวียดนาม
ดอกไม้ประจำชาติเวียดนามคือดอกบัว คนเวียดนามมีความเชื่อว่าดอกบัวคือสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความรัก ความผูกพัน และการมองโลกในแง่ดี รวมถึงความเชื่อที่ว่าดอกบัวเป็นตัวแทนแห่งรุ่งอรุณ เนื่องจากดอกบัวจะคลี่บานพร้อมกับแสงตะวัน ซึ่งหมายถึงการเริ่มต้นวันที่แจ่มใส เราจึงสามารถพบคำว่าดอกบัวอยู่ในบทเพลงพื้นบ้านและบทกลอนในภาษาเวียดนามอยู่เสมอ นับได้ว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติอาเซียนที่ไม่ได้เป็นดอกไม้ประจำถิ่น แต่เป็นดอกไม้ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในทุกประเทศอาเซียน
6. ดอกไม้ประจำชาติสิงคโปร์ – ดอกกล้วยไม้แวนด้า (Vanda Miss Joaquim)
Vanda 'Miss Joaquim'
Vanda ‘Miss Joaquim’ ดอกไม้ประจำชาติสิงคโปร์
ดอกไม้ประจำชาติของสิงค์โปร์คือดอกกล้วยไม้แวนด้า (Vanda Miss Joaquim ) ซึ่งดอกกล้วยไม้แวนด้านี้จะมีสีม่วงแดงสดใส สามารถออกดอกบานสะพรั่งได้ตลอดทั้งปี โดยชื่อ Vanda Miss Joaquim มาจากชื่อของผู้ที่สามารถผสมพันธุ์กล้วยไม้สายพันธุ์แวนด้าชนิดนี้ได้สำเร็จ ซึ่งก็คือ Miss Joaquim นั่นเอง ดอก Vanda Miss Joaquim ถูกประกาศให้เป็นดอกไม้ประจำชาติเมื่อปี ค.ศ. 1981
7. ดอกไม้ประจำชาติมาเลเซีย – ดอกพู่ระหง (Bunga Raya) หรือ ดอกชบาแดง
ดอกพู่ระหง
ดอกพู่ระหง ดอกไม้ประจำชาติมาเลเซีย
ดอไม้ประจำชาติอาเซียนที่มีความสวยงามมากอีกประเทศหนึ่ง ก็คือดอกไม้ประจำชาติมาเลเซีย ซึ่งคือดอกพู่ระหง หรือ ดอกบุหงารอยอในภาษามาเลย์ หรือดอกชบาแดงในภาษาไทย พู่ระหงเป็นดอกไม้ที่มีสีแดงสดใส มีกลีบดอก 5 กลีบ มีแกนเกสรอยู่ตรงกลาง เป็นไม้ดอกประเภทล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีความสูงประมาณ 1 เมตรเท่านั้น ชาวมาเลย์เชื่อว่าดอกพู่ระหงเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแรง ความสามัคคีของคนในชาติ และยังรวมถึงความสูงส่งและความสง่างามอีกด้วย
8. ดอกไม้ประจำชาติบรูไน – ดอกส้านชะวา (Dillenia) หรือดอกซิมปอร์ (Simpor)
ดอกส้านชะวา
ดอกส้านชะวา ดอกไม้ประจำชาติบรูไน
ดอกไม้ประชาติของบรูไนคือดอกซ้านชวาหรือดอกซิมปอร์ ซึ่งเป็นดอกไม้สีเหลืองสดใสสวยงาม มีดอกขนาดใหญ่คล้ายร่ม ในหนึ่งดอกจะประกอบไปด้วยกลีบดอกจำนวน 5 กลีบ ดอกซ้านชวาถือว่าเป็นดอกไม้ประจำถิ่นของบรูไน สามารถพบเห็นได้ทั่วไป รวมถึงในธนบัตรหรือเงินของบรูไนและงานศิลปะประเภทต่างๆอีกด้วย
9. ดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซีย – ดอกกล้วยไม้ราตรี (Moon Orchid)
ดอกกล้วยไม้ราตรี
ดอกกล้วยไม้ราตรี ดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซีย
ดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซียคือดอกกล้วยไม้ราตรี หรือ Moon Orchid ซึ่งเป็นกล้วยไม้สายพันธุ์พิเศษที่มีลักษณะสวยงามและออกดอกตลอดทั้งปี รวมถึงสามารถบานอยู่ได้หลายเดือน สามารถขึ้นได้ดีในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นซึ่งเป็นลักษณะอากาศประจำถิ่นของอินโดนีเซีย นับได้ว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติอาเซียนที่มีงดงามไม่แพ้ใครเลยทีเดียว
10. ดอกไม้ประจำชาติฟิลิปปินส์ – ดอกพุดแก้ว (Sampaguita Jasmine)
ดอกพุดแก้ว
ดอกพุดแก้ว ดอกไม้ประจำชาติฟิลิปปินส์
ดอกไม้ประจำชาติฟิลิปปินส์คือดอกพุดแก้ว ซึ่งเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ มีลักษณะของดอกเป็นแฉกจำนวน 5 กลีบคล้ายรูปดาว มีกลิ่นหอมสดชื่นโดยเฉพาะในเวลากลางคืน ต้นพุดแก้วจะออกดอกได้ทั้งปี โดยชาวฟิลิปปินส์เชื่อว่าดอกพุดแก้วเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ ความเรียบง่าย ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความเข้มแข็ง จึงนิยมใช้ดอกพุดแก้วในงานรื่นเริงและงานเฉลิมฉลองทุกชนิด
           ขอบคุณแหล่งที่มา