วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

15 เรื่องแปลกแต่จริงที่ไม่น่าเป็นไปได้ / Admin SD (Tonan Asia Autotech)

15 เรื่องแปลกแต่จริงที่ไม่น่าเป็นไปได้



 1. ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก 
ส่วนใหญ่เราต้องตอบว่า " ยอดเขาเอเวอเรสต์ " แต่ จริงๆ แล้วไม่ใช่ ที่ถูกต้องคือ "ยอดเขามัวนาเคีย ( Mauna Kea)" ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของหมู่เกาะฮาวาย ถ้าวัดจากตีนเขา ซึ่งอยู่ที่ระดับพื้นดินใต้ทะเลจะสูงถึง 10,200 เมตร ทั้งๆที่ยอดเขาเอเวอเรสต์สูงแค่ 8,848 เมตรนั่นเอง


2. สถานที่ใดแห้งแล้งที่สุดในโลก
ทวีป แอนตาร์กติกา ที่ขั้วโลกใต้ พื้นที่บางส่วนของทวีปนี้ ไม่มีฝนตกมาประมาณ 2 ล้านปีแล้ว พื้นที่บางส่วนของที่นี่ไม่มีหิมะ ปราศจากน้ำแข็งและไม่มีฝนตกมาเลย เรียกว่า หุบเขาแห้ง( Dry Valley )เรียกได้ว่าแห้งแล้งกว่าทะเลทรายซาฮาร่า 250 % เลยทีเดียว





3. อะไรคือสิ่งที่มีขนาดใหญ่สุดที่วาฬสีน้ำเงินจะกลืนได้
มันคือ ขนาดของ ส้มหนึ่งผล ส่วน สิ่งที่เล็กที่สุดที่วาฬจะกลืนได้ คือ ฝุ่นทรายใต้ทะเล




 4. สัตว์ชนิดใดอันตรายที่สุดตั้งแต่เคยมีมา 
ครึ่งหนึ่งของมนุษย์ที่เสียชีวิต ประมาณ 45,000 คน ถูกฆ่าด้วยน้ำมือของ ยุงเพศเมีย




 5. โลกมีดวงจันทร์เป็นบริวารกี่ดวง
อย่างน้อย 7 ดวงซึ่งมีอยู่ดวงเดียวที่เรามองเห็น




 6. แสงเดินทางด้วยความเร็วเท่าใด
คำตอบคือไม่แน่นอน มีแต่ในภาวะสุญญากาศเท่านั้นที่แสงจะเดินทาง ด้วยความเร็วเกือบ 300,000 กม. ต่อวินาทีได้ ในตัวกลางอื่นๆแสงจะเปลี่ยนความเร็วไปอย่างมาก



7. อูฐเก็บอะไรไว้ในโหนกของมัน 
ที่เก็บไว้คือ ไขมัน โหนกของอูฐไม่ได้เก็บน้ำไว้น้ำจะอยู่ตามร่างกายอูฐ




8. สิ่งที่ก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 
หาก ถ้าเราตอบว่า "พีระมิด หรือ กำแพงเมืองจีน" จริงๆ แล้วไม่ใช่ สิ่งที่ถูกต้องคือ เฟรชคิลล์ เกาะสำหรับทิ้งขยะในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเกาะที่ชาวอเมริการ่วมกันสร้าง สันนิษฐานว่าอีก 10 ปี ข้างหน้า จะใหญ่กว่าทวีปออสเตรเลียซะอีก เพราะรวมขยะทั่วโลกกองกันไว้ที่นั่น




9. สิ่งมีชีวิตใดที่มีโอกาสจะรอดชีวิตจากนิวเคลียร์มากที่สุด 
แมลงสาบเป็นคำตอบที่ผิด ประเด็นที่น่าสนใจคือทำไมพวกเราจึงเชื่อว่าแมลงสาบมีโอกาสรอดที่สุด  นักวิทยาศาสตร์ 2 คนนำแมลงหลากหลายชนิดไปทดสอบกับปริมาณรังสีนิวเคลียร์ในหน่วย แรด (rad) มนุษย์จะตายเมื่อมีรังสี 1000 แรด แมลงสาบ 20 000 แรด แมลงวันผลไม้อยู่ที่ 64000 ขณะที่ตัวต่อจะตายในปริมาณ 180000 แรด ส่วนผู้ที่ครองอันดับหนึ่งคือ แบคทีเรียชื่อไดโนคอดคัส เรดิโอ




 10. สิ่งใดที่ทำให้ตัวอสุจิของผู้ชายคึกคักได้
กลิ่นดอกลิลลี่แห่งหุบเขา ( lilly of the valley)



11. สัตว์อะไรขึ้นสู่อวกาศเป็นตัวแรก 
แมลงวันผลไม้ ขึ้นไปกับจรวด V2 ไม่ใช่สุนัขที่ชื่อ "ไลก้า"




12. คนที่ล่องเรือไปรอบโลกคนแรก
เฮนรี่ เดอะ แบล็ก แต่ไม่มีใครทราบเพราะไปอย่างลึกลับ แต่มีคนไปพบศพที่เกาะแห่งหนึ่งอยู่ที่แหลมของขั้วโลกใต้




13. สัตว์ชนิดใดมีความยาวที่สุดในโลก 
หลายคนตอบว่าต้องเป็นวาฬสีน้ำเงิน แต่จริงๆ ไม่ใช่ แต่เป็น หนอนริบบิ้น ซึ่งถ้ามาวัดขนาด จะยาวกว่าวาฬสีน้ำเงินถึง 11 เท่า



14. จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณตัดไส้เดือนออกเป็น 2 ท่อน
ก็ได้แค่ซากไส้เดือนตายนะสิ บางครั้งส่วนหัวอาจมีชีวิตอยู่ แต่คุณไม่ได้ไส้เดือน 2 ตัวจากการแบ่งหรอก





15. เสียงอะไรดังที่สุดในมหาสมุทร 
มันคือ ฝูงกุ้ง ซึ่งดังกว่าเสียงต่างๆ ในทะเลถึง 7 เท่า


ขอขอบคุณแหล่งที่มา : http://webboard.sanook.com/forum/?topic=3672185

ลา โทมาทินา ครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ปามะเขือเทศ/ ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ลา โทมาทินา ครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ปามะเขือเทศ

ลา โทมาทินา คืออะไร วันนี้มีโลโก้แปลกๆ อีกแล้ว มารู้จัก ลา โทมาทินา กันเถอะ
วันนี้เป็นวันครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล ลา โทมาทินา หรือ ลา โตมาตินา มันคือเทศกาลปามะเขือเทศของสเปน (La Tomatina en España) นั่นเอง
สำหรับงานนี้จะจัดเป็นประจำทุกปี ของทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม จัดที่หมู่บ้านบาเลนเซียน (Valencian) ของ Buñol ในจังหวัดบาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปน
La Tomatina

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด ที่คุณควรรู้ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด ที่คุณควรรู้

ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ไม่เพียงอาหารที่จะต้องเลือกรับประทานเท่านั้น การเลือกเครื่องดื่ม ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายกว่า ดังนั้น เราควรคัดสรรเครื่องดื่มที่มีคุณค่าและประโยชน์ ต่อร่างกาย แต่ถ้าจะดื่มให้ได้ประโยชน์กว่านั้น แนะนำให้ดื่มตามกรุ๊ปเลือดค่ะ เพราะมีข้อพิสูจน์ทั้งทางการแพทย์ แผนตะวันตกและตะวันออกแล้วว่า ส่วนผสมที่แตกต่างกันมีผลต่อกรุ๊ปเลือดนั้นๆ โดยตรง ซึ่งแต่ละกรุ๊ปเลือดก็มีความต้องการสารอาหารที่ต่างกัน

กรุ๊ป O

เป็น กรุ๊ปเลือดกลุ่มแรกของมนุษย์ ซึ่งยุคนั้นมนุษย์ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ ร่างกายมีน้ำย่อยที่มีความเป็นกรดสูง ดังนั้น สุขภาพของคนกรุ๊ปโอจะดีเมื่อได้รับอาหารประเภทโปรตีน ส่วนผักผลไม้ที่เหมาะสม ได้แก่ แครอท สาหร่ายสด บีทรูทต้มสุก มะเขือเทศ ฟักทอง งาสองสี

กรุ๊ป A

เกิด ขึ้นในยุคที่เริ่มทำเกษตรกรรม ทำให้มนุษย์กินอาหารประเภทโปรตีนลดลง คนกรุ๊ปเอจึงเหมาะกับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากกว่าโปรตีน ผลไม้ที่ไปได้ดีกับเลือดกรุ๊ปนี้คือ ถั่วแดง กล้วย ฯลฯ ส่วนผสมของเครื่องดื่มสุขภาพที่เหมาะ ได้แก่ ถั่วแดงหลวง แตงโม  แคนตาลูป  ลูกพรุน  กล้วย โยเกิร์ต น้ำผึ้งและน้ำมะนาว นำมาปั่นรวมกันปรุงรสตามชอบได้

กรุ๊ป B

เป็น กรุ๊ปเลือดที่เกิดขึ้นในยุคที่การล่าสัตว์และการเพาะปลูกมีอัตราสมดุลกันมาก ขึ้น กรุ๊ปนี้จึงกินได้หลากหลายทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ผักผลไม้ที่ควรเลือกคือ ถั่วเหลือ กล้วยหอม น้ำผึ้ง  น้ำราสพ์เบอร์รี่ กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่

กรุ๊ป AB

จะมีข้อจำกัดในการรับประทาน และดื่มมากกว่ากรุ๊ปอื่นๆ เพราะมีกรดในกระเพาะน้อยเหมือนกรุ๊ปเอ แต่ก็ต้องการโปรตีนเหมือนคนกรุ๊ปบีส่วนผักผลไม้ที่เหมาะ ได้แก่ เสาวรส กีวี่ และแอปเปิ้ล และผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ต่างๆ
นอกจากนี้ในวงการ แพทย์แผนไทย ได้มีการแนะนำน้ำสมุนไพรและประยุกต์นำเอาธรรมชาติมาใช้รักษาร่างกายจากโรค ภัยต่างๆ หรือการปรับสมดุลของร่างกายของธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ การดื่มน้ำสมุนไพรตามหลักทฤษฎีการแพทย์แผนไทยสามารถกระทำได้โดยการดื่มตาม เวลาใน 1 วัน ที่ธาตุในร่างกายของคนเราเปลี่ยนแปลงไป (กาลสมุฏฐาน)โดยมีการแบ่งเวลาดังนี้

เวลา 06.00 – 10.00 น. และ 8.00 – 22.00 น.

ร่างกาย มักเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุน้ำ ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำมะนาว

เวลา 10.00 – 14.00 น. และ 22.00 – 02.00 น.

ร่างกายมักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุไฟ ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสขม เช่น น้ำบัวบก น้ำลูกเดือย

เวลา 14.00 – 18.00 น. และ 02.00 – 06.00 น.

ร่างกายมักเจ็บป่วยด้วยธาตุลม น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุลม ได้แก่ น้ำสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น น้ำขิง น้ำตะไคร้

ไม่มีกำหนดช่วงเวลา

สำหรับ ธาตุดินนั้นการเจ็บป่วยไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา แต่จะเกิดผลของการผิดปกติของธาตุอื่น ดังนั้นการดื่นน้ำสมุนไพร เพื่อบำรุงธาตุดินสามารถ ทำในเวลาใดก็ได้ น้ำสมุนไพรที่ช่วยบำรุง และปรับสมดุลธาตุดิน เช่น น้ำมะพร้าว น้ำแห้ว
อย่างไร ก็ดี ไม่ได้มีรายงานการวิจัยเรื่องการดื่มเครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือดและตามธาตุ อย่างชัดเจน แต่การรับประทานผักผลไม้ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรต่อร่างกาย ก็ไม่ผิดที่จะทดลองทำดู ถ้าคุณกำลังควบคุมน้ำหนักก็ระมัดระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลไว้เป็นพอ และควรเดินทางสายกลาง ไม่ควรทำแบบสุดโต่ง ใครแนะนำว่าดีก็ทำอยู่อย่างนั้น จงใช้สติในการเลือกปฏิบัติ ตามสภาพร่างกายและการใช้ชีวิตของเราจะดีกว่า
ขอบคุณที่มา 

Credit: นิตยสาร เปรียว, EDU Zones

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ผื่นบอกโรค / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ผื่นบอกโรค 


เวลาที่เป็นไข้อย่างเดียว เรามักจะไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ อาจจะแค่ดื่มน้ำ พักผ่อนให้มากขึ้น หรือรับประทานยาแก้ไขแล้วก็แล้วกัน แต่เมื่อไหร่ที่เป็นไข้ออกผื่นนีสิ ชักจะสร้างความกังวลอยู่ไม่น้อยเพราะอาการไข้ร่วมกับผื่นบ่งบอกได้ถึงหลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคหัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส แต่บางทีอาจเป็นแค่ส่าไข้เท่านั้น

ถ้าเช่นนั้นเราลองมาดูกันหน่อยดีไหมครับ ว่าไข้หรือผื่นของแต่ละโรคมีข้อสังเกตอย่างไร จะได้พอเป็นแนวทางว่าโรคใดควรปฏิบัติตัวอย่างไร หรือโรคใดบ้างที่ควรรีบไปพบแพทย์

หากผื่นมีลักษณะเป็นตุ่มนูนใสกระจายทั่วตัว มีอาการคัน และขึ้นพร้อม ๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือหลังจากมีไข้หนึ่งวันและขึ้นไม่พร้อมกันทั้งตัว บริเวณที่ขึ้นใหม่เห็นเป็นผื่นแดงราบหรือตุ่มใส ขณะที่บางที่ซึ่งเป็นก่อนเริ่มกลัดหนองหรือตกสะเก็ดให้นึกถึง โรคอีสุกอีใส เห็นไหมครับ ชื่อโรคออกจะตรงตัว คือมีทั้งตุ่มสุกและตุ่มใสอยู่ที่ตัวคนป่วยในเวลาเดียวกัน

โดยทั่วไปเมื่อเป็นโรคอีสุกอีใส ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์นะครับ เพียงรับประทานยาลดไข้ ทาคาลาไมน์โลชั่นบริเวณที่เป็นผื่น และพยายามอย่าเกา เพราะจะทำให้ตุ่มติดเชื้อแบคทีเรียกลายเป็นหนอง พักผ่อนให้มาก ๆ และถ้ามีไข้สูงห้ามอาบน้ำเย็น แค่นี้ก็พอแล้วครับ เพราะโรคนี้หายได้เอง ยกเว้นถ้าเป็นรุนแรง มีอาการหอบ ชัก หรือซึมไม่รู้ตัว ให้รีบส่งโรงพยาบาลด่วน

ที่สำคัญโรคนี้เป็นโรคติดต่อครับ แค่ไอจาม หายใจรดกัน หรือสัมผัสกับตุ่มแผลก็มีโอกาสที่จะติดโรคได้ โดยเฉพาะในระยะหนึ่งวันก่อนผื่นขึ้น ไปจนถึง 6 วันหลังตุ่มใสขึ้น ฉะนั้นควรแยกผู้ป่วยและของใช้จำพวกผ้าของผู้ป่วยจากคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคนี้ครับ ยกเว้นแต่ว่าอยากเป็น เพื่อให้มีภูมิต้านทานหรือต้องการประหยัดค่าวัคซีน

แต่โรคนี้ดีอยู่อย่างคับ คือเมื่อหายแล้วจะมีภูมิต้านทานไปตลอดชีวิต หรือถ้าเป็นสมัยนี้สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไว้ได้ตั้งแต่อายุ 4-6 ขวบ

มีผื่นอีกโรคที่ต้องระวัง คือผื่นจาก โรคไข้เลือดออก ซึ่งจะคล้ายกับตุ่มยุงกัดทั่วตัว และใกล้เคียงกับผื่นจากโรคหัดแต่ก็พอจะแยกกันได้ครับ โดยสังเกตว่าถ้าเป็นไขเลือดออกจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกไหล และจุดเลือดออกของโรคไข้เลือดออกจะไม่รู้สึกสากมือเหมือนโรคหัด และเวลากดดึงผิวหนังให้ตึงจะไม่จางหายไปเหมือนจุดถูกยุงกัดธรรมดา ซึ่งถ้ามีอาการตามนี้ร่วมกับมีไข้สูงตลอดเวลา ก็ควรดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานยาลดไข้ และรีบไปพบแพทย์ครับ

แต่ถ้าเป็น โรคหัด นอกจากจะมีน้ำมูกและไอแล้ว จะมีอาการหน้าแดง ตาแดง ไม่สู้แสง และผื่นสีน้ำตาลแดงนูนเล็กน้อย จะเริ่มขึ้นจากหลังหูแล้วลามไปทั่วตัวหลังมีไข้แล้ว 3-4 วัน จุดเด่นที่สังเกตได้อีกอย่างคือ หากมีจุดสีขาว ๆ เหลือง ๆ เล็กขนาดเม็ดงาที่กระพุ้งแก้มใกล้ฟันกรามล่าง (หรือถ้าเป็นมากก็จะมีอยู่เต็มกระพุ้งแก้ม) แสดงว่าเป็นโรคหัดอย่างแน่นอนครับ

หากเป็นหัดให้ดูแลเหมือนคนเป็นไข้หวัดคือ พักผ่อน รับประทานยาลดไข้ และเช็ดตัวเวลามีไข้สูง และยืนยันว่าไม่มีของแสลงครับ และไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะเป็นโรคจากเชื้อไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย

เพื่อนสนิทอีกโรคของหัดคือ โรคหัดเยอรมัน ผื่นจากโรคนี้จะเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีชมพู แต่อาการอื่น ๆ จะไม่รุนแรงเหมือนโรคหัด และจุดสังเกตที่สำคัญคือ คลำพบก้อนที่หลังหูและท้ายทอย เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองโต

โรคนี้เป็นโรคติดเชื้อที่ไม่รุนแรง เพียงรับประทานยาลดไข้ พักผ่อนอยู่กับบ้านสัก 4 วันหลังจากมีผื่นเพื่อไม่ให้ไปติดต่อคนอื่น และควรไปพบแพทย์ก็ต่อเมื่อปวดข้อรุนแรง มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือหากเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรกควรพบแพทย์ทันที แต่ทางที่ดีหญิงสาวควรฉีดวัคซีนหัดเยอรมันอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ครับส่วนเด็ก ๆ เดี๋ยวนี้เขามีวัคซีนรวมกับวัคซีนโรคหัด ซึ่งแนะนำให้ฉีดตั้งแต่เด็กอายุ 9 เดือนครับ

จะไข้ออกผื่นหรือโรคไหน ๆ หากเราเข้าใจและรู้เท่าทัน ก็คงไม่ยากที่จะรับมือ จริงไหมครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจากชีวจิต

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เกียร์ CVT คืออะไร ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT มีอะไรบ้าง / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

เกียร์ CVT คืออะไร ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT มีอะไรบ้าง

เกียร์ CVT คืออะไร
CVT ย่อมาจาก Continuously Variable Transmission คือระบบส่งกำลังแปรผันต่อเนื่อง หรือระบบเกียร์แบบอัตโนมัติรูปแบบหนึ่งที่ถูกออกแบบโดยใช้สายพานในการเคลื่อนระหว่างพูเล่ 2 ตัว ทำให้มีความสามารถพิเศษแปรผันอัตราทดได้ตลอดเวลา ทั้งยังนุ่มนวลและแม่นยำกว่าระบบเกียร์อัตโนมัติแบบดั้งเดิมที่ใช้ชุดเฟืองเป็นอัตราทด
เกียร์ CVT
ระบบเกียร์ CVT
ระบบเกียร์ CVT มีที่มาจากไหน…?
ระบบเกียร์ CVT มีต้นแบบมาจากผลงานของ “Leonardo da Vinci” กวีที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลก ซึ่งเขาเคยออกแบบโครงสร้างระบบส่งกำลังที่คล้ายกับระบบเกียร์ CVT ไว้เมื่อประมาณ 500 ปีก่อน หลังจากผ่านไปเป็นเวลา 400 ปี “Milton Reeves” จึงเป็นผู้นำระบบส่งกำลังนั้นมาพัฒนา รวมทั้งทดสอบใช้กับรถยนต์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1896
ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบเกียร์ CVT
เกียร์ CVT ขึ้นชื่อในเรื่องของ “ความเงียบ นุ่มนวล แม่นยำ และประหยัดน้ำมัน” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่คู่ควรของรถที่หลายคนต่างก็ต้องการ ดังนั้นบริษัทผลิตรถส่วนใหญ่จึงนำระบบเกียร์ CVT ไปใช้กับรุ่นยนต์รุ่นใหม่
ดูเหมือนว่าเกียร์ CVT จะเป็นเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่เนื่องจาก ความทนทานของสายพานมีอายุการใช้งานที่จำกัด แต่ถ้าใช้งานอย่างถูกวิธีและดูแลรักษาอย่างดีก็สามารถยืดอายุการใช้งานไปได้เล็กน้อย
ดังนั้นระบบเกียร์ CVT จึงเป็นระบบส่งกำลังที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ ทั้งเงียบ นุ่มนวล แม่นยำ และประหยัดน้ำมัน จึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่เนื่องจากมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างจำกัดจึงต้องดูแลรักษาและใช้งานอย่างถูกวิธี…
      ขอบคุณแหล่งที่มา

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อาหารคลีน /ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

อาหารคลีน คืออะไร มีอะไรบ้าง กินคลีนดีต่อสุขภาพอย่างไร


อาหารคลีน คืออะไร
อาหารคลีน (Clean Food) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า กินคลีน (Eat Clean, Clean Eating) คือ การทานอาหารที่สด สะอาด โดยเน้นการทานอาหารแบบธรรมชาติไม่ผ่านการปรุงแต่งและขัดสีด้วยสารเคมีต่างๆ หรือกระบวนการหมักดอง รวมถึงอาหารขยะและอาหารสำเร็จรูป ที่จะมีปริมาณแป้ง ผงชูรสและโซเดียมในปริมาณสูง
อาหารคลีน - ผักสด
หรืออาจพูดให้เข้าใจได้ง่ายว่า การทานอาหารคลีนนั้นเป็นการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยทานอาหารอย่างพอเพียงครบสัดส่วนทั้ง 5 หมู่ และอาหารเหล่านั้นต้องไม่มีสารปนเปื้อนนั่นเอง ซึ่งอาหารคลีนนั้นอาจผ่านการปรุงแต่งบ้างเล็กน้อยหรืออาจจะไม่ผ่านการปรุงแต่งเลยก็เป็นได้ เช่นใช้เกลือในการปรุงอาหารรสเพียงเล็กน้อยแทนน้ำปลา หรืออาจจะเป็นซีอิ๊วขาวชนิดที่ไม่มีผงชูรสเจือปน และจะไม่ใช้ผงชูรสในการปรุงอาหาร เป็นต้น
ตัวอย่างของวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารคลีน
  • ผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ
  • เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆที่สดและสะอาด
  • ข้าวกล้องไม่ขัดสี และ ธัญพืชต่าง ๆ
  • น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นน้ำมันชนิดที่มีกรดไขมันชนิดดี ใช้แทนน้ำมันปาล์มได้เลย (แต่แอบราคาสูงกว่าพอควรเลย) และควรใช้ในปริมาณที่น้อย
อีกทั้งในการปรุงอาหารไม่ควรปรุงให้อาหารคลีนของเรานั้นมีรสจัดจนเกินไป และ ในทุกๆมื้อควรจะมีสารอาหารในอาหารคลีนของเราให้ครบ 5 หมู่อีกด้วย
กินคลีน กินอย่างไร
การทานอาหารคลีนนั้นคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า เป็นการเน้นทานอาหารจำพวกผักในปริมาณเยอะๆ แต่แท้จริงแล้วนั้น การกินอาหารคลีนเป็นการทานอาหารให้ครบสัดส่วน 5 หมู่ โดยเน้นทานอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ ให้มีปริมาณที่พอเหมาะพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย
อาหารคลีน - ซูชิ
อาหารคลีนนั้นส่วนใหญ่จะไม่ยึดติดกับรสชาติ แต่จะเน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่า ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารใหม่ทั้งหมด โดยค่อยๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ ในขั้นแรกนั้นควรเลือกทานอาหารที่คงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด เช่น จากเดิมเคยทานข้าวขาวก็เปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง หรือเคยทานผลไม้กระป๋องเป็นประจำก็หันมาเลือกทานผลไม้สดแทน จากที่เคยดื่มชากาแฟก็เปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทน เป็นต้น
นอกจากนี้การทานอาหารคลีนนั้นเวลาจะเลือกซื้อวัตถุดิบหรืออาหาร ควรเลือกที่ปลอดสารเคมี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย สารกันบูด วัตถุปรุงแต่ง หรืออาจจะเลือกซื้อวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคก็ได้ เพราะเป็นของที่ปลอดสารเคมีนั่นเอง อีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเช่น น้ำอัดลม เบเกอรี่ เป็นต้น รวมทั้งอาหารมันอีกด้วย
อาหารคลีน - เนื้อหมูอนามัย
ประโยชน์ของอาหารคลีน
การทานอาหารคลีนแตกต่างจากอาหารทั่วไป เพราะต้องเลือกอาหารที่หลากหลายแต่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งมากนัก ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงได้รับสารอาหาร และคุณค่าทางอาหารครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าอาหารทั่วไปที่ผ่านการปรุงแต่งมาก อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายไม่ได้รับสารปนเปื้อนจากอาหารอีกด้วย ดังนั้นอาหารคลีนจึงส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
อาหารคลีน - ข้าวกล้อง
อาหารคลีนเหมาะกับใคร
อาหารคลีนเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ และได้คุณค่าจากสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผัก และผลไม้ ในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และยังเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดหรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย จึงทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารเต็มที่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ อาหารคลีนจึงเหมาะสำหรับคนที่ลดน้ำหนักและรักสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง
อาหารคลีนกับการลดน้ำหนัก
อาหารคลีนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนอยากผอม เพราะนอกจากจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเลือกทานอาหารคลีนในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายไปด้วย นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย นอกจากนี้อาหารคลีนยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารที่พบมากในอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี โดยมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้ดีนั่นเอง
อาหารคลีนช่วยลดน้ำหนัก
ตัวอย่างอาหารคลีน
อาหารคลีนนั้น ผู้ที่ทานสามารถเลือกทานอาหารได้หลากหลาย โดยสามารถเลือกวัตุดิบต่างๆ มาประยุกต์กับเมนูสุดโปรดได้ตามใจชอบ แต่วัตถุดิบนั้นต้องปราศจากการปรุงแต่ง และปลอดสารปนเปื้อน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เหมือนกับตัวอย่างเมนูอาหารต่อไปนี้
1. บาร์บีคิวไก่แบบไม่เสียบไม้ ทานคู่กับผักสลัด หรือผลไม้ที่ชอบ เช่น สับปะรด กีวี่ เป็นต้น
ตัวอย่างอาหารคลีน
2. ไข่เจียวฟักทอง หรืออาจจะใช้ผักอื่นๆ ตามความชอบก็ได้
ตัวอย่างอาหารคลีน
3. สเต็กอกไก่กับล็อคโคลี่ลวก และแกงบวชฟักทอง
ตัวอย่างอาหารคลีน
จะเห็นได้ว่าอาหารคลีนนั้นเป็นการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เน้นประโยชน์มากกว่ารสชาติ ดังนั้นผู้ที่จะเริ่มต้นทานจึงไม่ควรยึดติดกับรสชาติอาหาร และควรให้ความใส่ใจกับการทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการคัดเลือกวัตถุดิบในอาหารนั้นต้องปลอดสาร ไม่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติ และวัตถุดิบแต่ละอย่างต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งต้องแบ่งสัดส่วนในอาหารให้พอดี โดยต้องมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และผัก ผลไม้ในปริมาณที่มีความสมดุลกัน ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้เต็มที่ พอดีกับความต้องการของร่างกายและมีพลังงานไว้ใช้ในกิจกรรมต่างๆระหว่างวันนั่นเอง
ดังนั้นอาหารคลีนจึงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับวิถีชีวิตของคนในเมือง ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่สุขภาพเป็นอย่างมาก รวมถึงผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักด้วย เพราะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนตรงตามความต้องการของร่างกาย แต่การที่ร่างกายจะมีสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากควบคุมเรื่องการทานอาหารแล้ว ยังต้องหมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ถึงจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น
       ขอบคุณแหล่งที่มา


คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2558 / Admin SD (Tonan Asia Autotech)

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2558 คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติล่าสุด




คําขวัญวันวิทยาศาสตร์

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2558
     จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรม

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2557
     จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2556
     ทันโลก ทันวิทย์ จุดประกายความคิดสู่อาเซียน

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2555
     จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2554
     จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2553
     จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2552
     วิทยาศาสตร์ก้าวไกล นำไทยก้าวหน้า

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2551
     วิทยาศาสตร์สร้างชาติ สร้างอนาคต

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2550
     วิทยาศาสตร์สร้างปัญญาในสังคม

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2549
     เศรษฐกิจพอเพียง เคียงคู่ไทย ก้าวไกลด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2548
     วิทยาศาสตร์คือความรู้สู่ความสำเร็จ

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2547
     เศรษฐกิจของชาติมีปัญหา วิทยาศาสตร์มีคำตอบ

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2546
     เส้นทางแห่งการค้นพบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณค่าแห่งภูมิปัญญา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2545
     วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เพื่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2544
     วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เพื่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2543
     พัฒนาคน พัฒนาชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2542
     วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไกล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตไทยที่ยั่งยื่น

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2541
     พัฒนาเศรษฐกิจด้วยวิทยาศาสตร์ พัฒนาชาติด้วยภูมิปัญญาไทย

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2540
     พัฒนาคน พัฒนาชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2539
     วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาชาติไทยให้ก้าวหน้า

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2538
     เทคโนโลยีสารสนเทศก้าวไกล เศรษฐกิจไทยมั่นคง

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2537
     ขจัดปัญหาน้ำของชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2536
     วิทยาศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มคุณค่าชีวิต พิทักษ์สิ่งแวดล้อม

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2534
     ขจัดมลพิษทุกชีวิตจะปลอดภัย

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2533
     เพิ่มคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คําขวัญวันวิทยาศาสตร์ 2532
     พิทักษ์สิ่งแวดล้อมของชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


ขอขอบคุณแหล่งที่มา : www.dmc.tv/pages/ความรู้รอบตัว/คำขวัญวันวิทยาศาสตร์.html