วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

จุดอ่อนของกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)


จุดอ่อนของรูปขนาดย่อกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอ

กล้องจุลทรรศน์สเตอริโอที่เรียกว่าเป็นกล้องจุลทรรศน์ผ่าพื้นสองกล้องจุลทรรศน์สารประกอบที่

กล้องจุลทรรศน์สเตอริโอคล้ายกับกล้องจุลทรรศน์
บนจุดเดียวกันบนชิ้นงานจากมุมที่แตกต่างกันให้มุมมองสามมิติ พวกเขาแตกต่างกันในมุมมองจากกล้องจุลทรรศน์สารประกอบในการที่ภาพของชิ้นงานที่มีความตรงและด้านข้างแทนคว่ำและไปข้างหลัง

  1. ขยาย

    • กล้องจุลทรรศน์สเตอริโอถูกสร้างขึ้นเพื่อขยายวัตถุ 100-150 ครั้ง ข้อเสียที่จะขยายที่ต่ำกว่าคือกล้องจุลทรรศน์สารประกอบที่สามารถขยายวัตถุ 1000-1500 ครั้ง กล้องจุลทรรศน์สารประกอบจึงสามารถนำเสนอรายละเอียดของวัตถุที่เมื่อเทียบกับกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอ

    ไม่สามารถที่จะดูแบคทีเรีย

    • กล้องจุลทรรศน์สเตอริโอไม่สามารถที่จะดูมีชีวิตที่มีขนาดเล็กที่สุดแบคทีเรียเพื่อดูแบคทีเรียกล้องจุลทรรศน์ต้องเลนส์ที่เฉพาะเจาะจงเพื่อให้ได้ความคมชัดให้ความสำคัญกับพวกเขาเช่นเดียวกับที่วัดพวกเขา กล้องจุลทรรศน์สเตอริโอไม่ได้มีเลนส์ที่เฉพาะเจาะจงเพื่อให้บรรลุว่า
    • กล้องจุลทรรศน์สเตอริโอที่แตกต่างกันมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันแสงดังนั้นคุณอาจจะไม่สามารถที่จะใช้กล้องจุลทรรศน์สเตอริโอเดียวกันสำหรับทุกความต้องการของคุณ ข้อกำหนดแสงแตกต่างกันส่งผลให้ระยะการทำงานที่แตกต่างกันจากด้านล่างของเลนส์ใกล้วัตถุเข้ากับชิ้นงานเช่นเดียวกับข้อมูลที่แตกต่างกันในมุมมองของขนาด ตัวอย่างเช่นถ้าคุณต้องการดูรายละเอียดของชิ้นงานที่คุณจะต้องทำงานในระยะยาว ในขณะที่ถ้าคุณกำลังมองหาที่ตัวอย่างทั้งคุณต้องมีข้อมูลขนาดใหญ่ในมุมมองของ

    Keystone ผลกระทบ

    • กล้องจุลทรรศน์สเตอริโอที่คล้ายคลึงกันในการออกแบบเพื่อกล้องจุลทรรศน์ทำให้ง่ายต่อการใช้ อย่างไรก็ตามกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าผลกระทบหลักสำคัญ ผลกระทบหลักสำคัญคือความลาดเอียงเล็กน้อยในระนาบโฟกัสเป็นผลมาจากสองเลนส์ดูภาพเดียวกันในมุมที่แตกต่างกันเล็กน้อย


ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : http://www.ehow.com/info_8666351_weaknesses-stereo-microscopes.html

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

ไอโฟนดับเอง ไม่ยอมทำงาน (Black Screen) ปัญหานี้มีทางแก้ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)

ไอโฟนดับเอง ไม่ยอมทำงาน (Black Screen) ปัญหานี้มีทางแก้




สำหรับผู้ใช้ไอโฟนหลายๆคนน่าจะเคยประสบพบเจอกับปัญหาไอโฟนดับเองหรือหน้าจอมืด (Black Screen) ไปเฉยๆทั้งที่ตัวเครื่องก็ยังทำงานอยู่ ส่วนใครไม่เคยเจออันนี้ก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าจู่ๆเครื่องไอโฟนดับเองขึ้นมาก็อย่าเพิ่งวิตกหรือตกอกตกใจกันไปก่อนนะคะ เพราะปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ (ซึ่งถ้าเราแก้ไขเองไม่ได้ก็จัดการส่งให้ศูนย์ซ่อมให้เสียเลย) ฉะนั้นไปดูกันเลยดีกว่าว่าถ้าเกิดไอโฟนดับเองขึ้นมาจะมีวิธีเยียวยาในเบื้องต้นได้อย่างไรบ้าง
วิธีที่ 1: ทำ Hard Reset
สามารถทำได้ง่ายๆด้วยการกดปุ่ม Home + ปุ่ม Sleep/Wake (ที่อยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง) ค้างไว้พร้อมกันเพื่อให้เครื่อง Restart ตัวเอง
วิธีที่ 2: ทำการ Restore ใน iTunes
ถ้าหากว่าลองทำ Hard Reset แล้วยังไม่ได้ผล ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่อยากจะขอแนะนำนั่นก็คือการ Restore เครรื่องให้กลับไปเป็นค่าเริ่มต้นเหมือนเพิ่งออกมาจากโรงงาน (Factory Reset) แต่ก่อนจะทำการ Restore ก็อย่าลืม Back up ข้อมูลเก็บไว้ก่อนนะคะ
แต่…
ทำ Hard Reset ก็แล้ว Restore เครื่องก็แล้วแต่ปัญหาเรื่องไอโฟนดับเองก็ยังไม่หายไป เรามีวิธีที่ดีที่สุดมานำเสนอนั่นก็คือให้รีบไปยัง Apple Store ที่ใกล้บ้านที่สุดโดยไวเลยค่ะ อาการค่อนข้างน่าเป็นห่วงแล้ว เอาไปให้คนที่เชี่ยวชาญในด้านนี้ตรวจอาการดูจะได้แก้ไขได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะบางทีปัญหาอาจจะเกิดจากซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องขัดข้องก็เป็นได้ ซึ่งถ้าอาการหนักจริงๆและยังอยู่ในประกันทางศูนย์น่าจะยอมรับเคลมแล้วเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่มาให้นะคะ
ที่มา: http://www.ifixyouri.com/blog/?tag=fix-iphone-black-screen

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

ทำไมคนโบราณถึงห้ามใส่แหวนนิ้วกลาง / Admin SD (Tonan Asia Autotech)




ภาษาอังกฤษ

Translate by: Vicky

Middle finger is the third finger of human. It is in between index finger and ring finger. According to our Thai traditional belief, middle finger is Saturn finger. If a middle finger is long, that means you are a peaceful person and like to learn. If your middle finger is quite thick and square, that means you have deep thoughts. If your middle finger is short, or have flaw, that means you do not take any interest in anything. If your middle finger is longer than you palm, that means you are a thorough person. If your middle finger is shorter than you palm, that means you are short-tempered, and usually make blunt decision.
Middle finger is important because the luck line lies upon it, which means career path and way of life. It is the finger that represents our direct personality. In other book, it said that if the middle finger is too long, it means you are a mope, if too long means you are restless. The straighter the better, if it is crooked, that means you see yourself more superior than other. If middle finger bends back too much, it means you are in poverty, or you are an orphan from a very young age.
However, if you have a line runs around you middle finger, no matter how happy you are, you will always sad inside. If you have a cross close to the knuckle of your middle finger, it is not good. If it is a flaw or crooked, it means you have to be far away from your mother. Therefore, if we put a ring there, it is like putting an obstacle to it. That is why they said we should wear no ring on our middle finger.

คำศัพท์ที่น่าสนใจ

Middle finger –  นิ้วกลาง
Index Finger – นิ้วชี้
Ring Finger – นิ้วนาง
Ancient – โบราณ
Traditional – ดั้งเดิม
Flaw – ตำหนิ
Palm – ฝ่ามือ
Thorough – ถีถ้วน ละเอียด
Short-Tempered – อารามณ์ฉุนเฉียว ใจร้อน
Blunt – ทื่อ ห้วน ทำแบบไม่คิด
Mope – เซื่องซึม
Restless – อยู่ไม่สุข
Superior – เหนือกว่า ยิ่งใหญ่กว่า
Poverty – ขัดสน ยากจน 
Orphan – ลูกกำพร้า
Cross – กากบาท
Knuckle – ขอนิ้ว
Crooked – หงิกงอ
Obstacle – สิ่งขัดขวาง อุปสรรค

ภาษาไทย

นิ้วกลาง คือนิ้วที่สามบนมือของมนุษย์ อยู่ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วนาง ตามความเชื่อโบราณของไทย เราเชื่อกันว่า นิ้วกลางเป็นนิ้วของดาวเสาร์ ถ้านิ้วยาวแสดงว่าเป็นคนรักความสงบ ชอบการศึกษาและถ้าเป็นสี่เหลี่ยมและหนา แสดงว่ามีความคิดลึกซึ้ง ถ้านิ้วสั้นหรือมีตำหนิ จะไม่เอาใจใส่เรื่องใด ถ้านิ้วนี้ยาวกว่าฝ่ามือ เป็นผู้รอบคอบดี ถ้าสั้นกว่าฝ่ามือ เป็นคนใจร้อน มักตกลงใจเร็ว
นิ้วกลางสำคัญเพราะเป็นนิ้วที่รับเส้นโชคอันหมายถึงอาชีพและวิถีทางแห่งชีวิต และเป็นนิ้วที่แสดงถึงนิสัยโดยตรง อีกตำราบอกถ้านิ้วกลางยาวเกินไปเป็นคนเซื่องซึม สั้นเกินไปเป็นคนรุกราน อยู่ไม่สุข ตรงจึงจะดี ถ้าไม่ตรงคือถือตนเป็นใหญ่ ถ้าแอ่นหงายไปข้างหลังมาก มักขัดสนหรือกำพร้าบิดามารดามาแต่น้อย
แต่ถ้ามีเส้นคาดรอบวงนิ้ว แม้สุขแต่ก็ทุกข์ทางใจ มีรอยก่ายไขว้กันตรงข้อหรือเป็นกากบาท ไม่ดี มีตำหนิหรือพิการ มักอยู่ห่างจากมารดาดังนั้นการที่เราสวมใส่แหวนก็เหมือนเอาอะไรมารัดตรงนิ้วกลาง ท่านว่าไม่เหมาะไม่ควร

ขอบคุณข้อมูลจาก FW Mail
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

วิธีการเลือกกล้องไมโครสโคปคอนเดนเซอร์ / ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)


วิธีการเลือกกล้องไมโครสโคปคอนเดนเซอร์



เลนส์คอนเดนเซอร์กล้องจุลทรรศน์รวบรวมแสงจากแหล่งกำเนิดแสงกล้องจุลทรรศน์และมุ่งเน้นแสงให้เป็นแสงรูปทรงกรวยที่มุ่งเน้นไปที่ชิ้นงาน เลนส์คอนเดนเซอร์ที่มีประโยชน์มากขึ้นภายใต้อำนาจสูงเช่น 400X และเหนือ กล้องจุลทรรศน์ที่มีเลนส์คอนเดนเซอร์สร้างไว้ในขั้นตอนที่ให้ภาพคมชัดกว่ากล้องจุลทรรศน์โดยไม่ต้องเลนส์คอนเดนเซอร์ ไฟคอนเดนเซอร์ต้องปรับอย่างถูกต้องขึ้นไปบนเวทีกล้องจุลทรรศน์เพื่อให้ได้มุมของแสงที่เข้ามาในเลนส์ใกล้วัตถุกล้องจุลทรรศน์ที่จะรุนแรงขึ้น การเลือกเลนส์คอนเดนเซอร์สำหรับกล้องจุลทรรศน์ขึ้นอยู่กับอำนาจสูงสุดในกล้องจุลทรรศน์


คำแนะนำ



    • 1
      กำหนดอำนาจสูงสุดของกล้องจุลทรรศน์ มองไปที่เลนส์วัตถุประสงค์ในกล้องจุลทรรศน์ กล้องจุลทรรศน์สารประกอบพื้นฐานได้สแกนอำนาจ (4X), พลังงานต่ำ (10X) และพลังงานที่สูง (40X) บางกล้องจุลทรรศน์สารประกอบยังมีวัตถุประสงค์แช่น้ำมัน (100X) เมื่อใช้กับเลนส์ช่องมองภาพ (10X) ขยายทั้งหมดคูณด้วยเลนส์ใกล้วัตถุ ตัวอย่างเช่นครั้ง 4X 10X เท่ากับ 40X เป็นกำลังขยายรวม เลนส์คอนเดนเซอร์มีประโยชน์มากที่สุดที่มีอำนาจสูงเช่น 400X ขึ้นไป ดังนั้นกล้องจุลทรรศน์ที่มีทั้ง 40X และ 100X จะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นด้วยเลนส์คอนเดนเซอร์
    • 2
      เลือกเลนส์คอนเดนเซอร์ที่มีอัตราที่ 0.65 ช่องตัวเลขหรือมากขึ้นสำหรับกล้องจุลทรรศน์ที่มีอำนาจสูงสุดของ 400X ประเภทของเลนส์ตัวนี้สามารถติดตั้งในขั้นตอนกล้องจุลทรรศน์เพื่อให้ภาพที่คมชัดโดยใช้กล้องจุลทรรศน์กำลัง 400X นอกจากนี้หากคุณติดเลนส์ไปยังเวทีที่คุณไม่จำเป็นต้องเน้นเลนส์
    • 3
      เลือกเลนส์คอนเดนเซอร์ focusable สำหรับกล้องจุลทรรศน์ที่มีอำนาจสูงสุดใน 1000X ประเภทของเลนส์นี้ควรจะมีรูรับแสงตัวเลขของ 1.25 หรือมากกว่า เลนส์คอนเดนเซอร์พระจะแนะนำสำหรับการ 1000X กล้องจุลทรรศน์อำนาจเพราะมันสามารถเคลื่อนย้ายขึ้นและลงจากเวทีกล้องจุลทรรศน์และตั้งใกล้กับสไลด์บนเวทีที่ 1000X นอกจากนี้คอนเดนเซอร์ที่สามารถย้ายออกไปจากเวทีในขณะที่ดูตัวอย่างภายใต้วัตถุประสงค์พลังงานต่ำซึ่งไม่จำเป็นต้องคอนเดนเซอร์
    • 4
      เลือกคอนเดนเซอร์ตามระดับของการแก้ไขแสง มีสี่ชนิดของคอนเดนเซอร์คือพระ, Aplanatic, ไม่มีสีและไม่มีสี Aplanatic- ที่ง่ายและมีราคาแพงอย่างน้อยคอนเดนเซอร์เช่นเดียวกับที่อยู่ในระดับน้อยที่สุดของการแก้ไขแสงเป็นคอนเดนเซอร์พระ พระคอนเดนเซอร์มีรูรับแสงตัวเลขประมาณ 1.25 Aplanatic-ach​​romatic มีระดับสูงสุดของการแก้ไขแสงและมีรูรับแสงตัวเลขของ 1.38

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : http://www.ehow.com/how_8764133_choose-microscope-condenser.html

วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

ศูนย์การประชุม และนิทรรศการ ฮ่องกง / Admin SD (Tonan Asia Autotech)



ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (และโกลเด้น โบฮิเนีย สแควร์)

ศูนย์ การประชุมและนิทรรศการฮ่องกงที่โดดเด่นด้วยม่านกระจกขนาดใหญ่และหลังคา อะลูมิเนียมขนาด 40,000 ตารางเมตรที่ก่อสร้างอย่างแม่นยำเพื่อสะท้อนเสียงนกทะเลที่บินขึ้นสู่ฟ้า ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญบนเส้นขอบฟ้าของเกาะฮ่องกง อาคารนี้เป็นที่รู้จักทั่วโลกในชื่อ HKCEC ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าอ่าว ใช้เทคนิคการก่อสร้างจากบนลงล่างเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายเรื่องที่ดินอัน จำกัด เทคนิคนี้จัดเป็นความก้าวหน้าขั้นสูงจนได้รับรางวัลจากหลายอุตสาหกรรม
แฟนภาพยนตร์ของแจ็คกี้ ชาน อาจจดจำได้ว่าอาคารนี้เป็นฉากสุดท้ายอันยิ่งใหญ่ในภาพยนตร์เรื่อง New Police Story แต่อาคารนี้ยังใช้สำหรับประกอบงานพิธีที่ตราตรึงใจมากว่าในภาพยนตร์เรื่อง นั้นมากมายนัก นั่นคือ งานพิธีการส่งมอบคืนเกาะฮ่องกง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 1997 ซึ่งบันทึกช่วงเวลาที่เจ้าอาณานิคมอังกฤษได้ส่งมอบเกาะคืนแก่สาธารณะรัฐ ประชาชนจีนและเขตปกครองพิเศษฮ่องกงไว้ในประวัติศาสตร์

HKCEC มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์การจัดประชุมและนิทรรศการในระดับโลก และได้รับการจัดอันดับให้เป็นศูนย์การจัดประชุมและนิทรรศการที่ดีที่สุดใน เอเชียเป็นครั้งที่ 9 โดยสมาคมอุตสาหกรรมในปี 2012

โกลเด้น โบฮิเนีย สแควร์
โบฮิเนียเป็นสัญลักษณะประจำฮ่องกง รูปปั้นโบฮิเนียที่เจริญรุ่งเรืองชั่วนิรันดร์ที่ตั้งอยู่บริเวณเอ็กซ์โป  พรอมเมอนาดทำให้คนทั่วไปเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าโกลเด้น โบฮิเนีย สแควร์ เป็นรูปปั้นซึ่งรัฐบาลกลางได้ส่งให้เป็นของขวัญแก่ฮ่องกง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ ของ การส่งมอบคืนในปี 1997 อันเป็นวโรกาสที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับประเทศซึ่งมี ประชากรมากที่สุดในโลกแห่งนี้ และยังเป็นเหตุการณ์ใประวัติศาสตร์ที่สำคัญของศตวรรษที่ 20 ด้วย

ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนแวะเวียนมาเป็นจำนวนมาก โดยเข้ามาถ่ายภาพอนุสาวรีย์การรวมประเทศที่มีแผ่นจารึกลายมือของท่าน ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ผู้เป็นตัวแทนประเทศจีนในพิธีการส่งมอบเกาะ นักท่องเที่ยวยังมีโอกาสได้ชื่นชมพิธีการเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา ซึ่งจัดขึ้นทุกวันอย่างเอิกเกริกและเพื่อเป็นสัญลักษณ์รำลึกถึงเหตุการณ์นี้ โดยมี อ่าววิคตอเรียเป็นฉากหลังพิธีการเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสาในแต่ละวัน จัดขึ้นทุกวันยกเว้นวันแรกของแต่ละเดือน 7:50 น. ถึง 8:03 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงเป็นผู้ประกอบพิธี โดยแต่งกายในชุดงานพิธี และมีการบรรเลงเพลงชาติในวันอาทิตย์ที่สองของแต่ละเดือนกลุ่มเยาวชนในชุด เครื่องแบบต่างๆ จะเป็นผู้ประกอบพิธี
พิธีการเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสาตอนต้นเดือน จัดขึ้นในวันแรกของแต่ละเดือน 7:45 น. ถึง 8:13 น.

ในระหว่างพิธีการ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงผู้เชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา โดยมีพลปืนในชุดเครื่องแบบเต็มยกให้การอารักขา มีการบรรเลงเพลงชาติโดยวงดุริยางค์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามด้วยการแสดงดนตรีจากวงเครื่องเป่าของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกเป็นเวลา10 นาที พิธีการเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสาอาจถูกยกเลิกได้ทุกเมื่อ หากสภาพอากาศไม่อำนวย ในกรณีที่มีการยกเลิก จะมีการประกาศให้ทราบผ่านช่องทางสื่อสารมวลชนในท้องถิ่นระหว่างเวลา 7:00 น. และ 8:00 น.

ขอขอบคุณแหล่งที่มาhttp://www.discoverhongkong.com/th/see-do/highlight-attractions/top-10/hong-kong-convention-and-exhibition-centre.jsp



วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

ทักษะการใช้และการเก็บรักษา เครื่องมือประเภทวัด /ADMIN - SJ (TONAN ASIA AUTOTECH)


ทักษะในการใช้และเก็บรักษาเครื่องมือวัด
        เครื่องมือวัด (Measuring Tool) คือ เครื่องมือสำหรับใช้ในการวัดเพื่อบ่งชี้บอกระยะหรือขนาดในการกำหนดตำแหน่ง ตรวจสอบระยะหรือขนาดความกว้าง ความยาว ความสูงหรือความหนาของวัสดุชิ้นงาน ฯลฯ เครื่องมือวัดมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะ รูปร่างที่แตกต่างกันตามประโยชน์ใช้สอบในทางช่างนั้น ๆ สำหรับเครื่องมือวัดที่ใช้ในทางช่าง  ที่ตัวเครื่องมือวัดมีหน่วยมาตรฐานการวัดมีหน่วยเป็นนิ้ว ฟุตและหน่วยเมตริกกำกับไว้ในเครื่องมือวัดชนิดเดียวกันเพื่อสะดวกในการใช้ งาน ดังนั้น ช่างไม้หรือช่างก่อสร้างควรเรียนรู้เรื่องหน่วยมาตรฐานการวัดและเครื่องมือ วัดที่สำคัญ ดังนี้
        • บรรทัดเหล็กหรือฟุตเหล็ก (Steel Rule)
        • ตลับเมตร (Tape Rule)
        • ฉาก (Squares)
        • ระดับน้ำ (Level)
หน่วยการวัด
        ก่อนการใช้เครื่องมือวัด ผู้ใช้ต้องแน่ใจว่าสามารถอ่านค่าหน่วยต่าง ๆ ที่กำหนดไว้บนเครื่องมือวัดได้อย่างถูกต้อง สำหรับหน่วยการวัดที่ระบุไว้ในเครื่องมือวัดที่ใช้ในงานช่างไม้ก่อสร้าง มีหน่วยการวัดแบ่งได้ 2 ระบบ ดังนี้
• ระบบเมตริก (Metric System of Measurement)
• ระบบอังกฤษ (English System of Measurement)
ระบบเมตริก มีหน่วยการวัด ดังนี้
มิลลิเมตร ใช้อักษรย่อ มม. (mm.) ตัวอย่างเช่น 2 มม. อ่านว่า   ความยาวสองมิลลิเมตร
เซนติเมตร ใช้อักษรย่อ ซม.(cm.) ตัวอย่างเช่น 10 ซม. อ่านว่า   ความยาวสิบเซนติเมตร
เมตร ใช้อักษรย่อ ม. (m.) ตัวอย่างเช่น10 เมตร อ่านว่า  ความยาวสิบเมตร
หน่วยของการวัดในระยะความยาว 1 เซนติเมตร (10 มม.)  และ (25.4 มิลลิเมตร = 1 นิ้ว)
ระบบอังกฤษ มีหน่วยการวัด ดังนี้
        1. นิ้ว ใช้เครื่องหมาย ( ” ) ตัวอย่างเช่น 1 ” อ่านว่า ความยาวหนึ่งนิ้ว
        2. ฟุต ใช้เครื่องหมาย ( ’ ) ตัวอย่างเช่น 4 ’ อ่านว่า ความยาวสี่ฟุต
การอ่านค่าระบบนิ้ว
http://www.igetweb.com/www/kwuan/private_folder/untitled111.gif

หลักการแบ่งสเกลของระบบอังกฤษ มี 4 แบบคือ
http://www.igetweb.com/www/kwuan/private_folder/untitled2.gif
1 นิ้วแบ่งเป็น 8 ช่อง
1 ช่องเท่ากับ เศษ 1 ส่วน  8 นิ้ว
ระยะ ก อ่านได้ เศษ 13 ส่วน 16 นิ้ว
ระยะ ข อ่านได้ 1 เศษ 1 ส่วน 16  = 1 นิ้ว ครึ่งหุน
ระยะ ค อ่านได้ 1 เศษ 7 ส่วน 16  = 1 นิ้ว 3 หุนครึ่ง              
ระยะ ง อ่านได้ 2 เศษ 5 ส่วน 8 นิ้ว = 2 นิ้ว 5 หุน              

http://www.igetweb.com/www/kwuan/private_folder/untitled3.gif

1 นิ้วแบ่งเป็น 32 ช่อง
1 ช่องเท่ากับ 1 ส่วน 32 นิ้ว
ระยะ ก อ่านได้ 3 ส่วน 32 นิ้ว
ระยะ ข อ่านได้ 9 ส่วน 32 นิ้ว
ระยะ ค อ่านได้ 1 เศษ 11 ส่วน 32 นิ้ว
ระยะ ค อ่านได้ 1 เศษ 11 ส่วน 32 นิ้ว
ระยะ ง อ่านได้  2 เศษ 4 ส่วน 32 นิ้ว เท่ากับ 2 เศษ 1 ส่วน 8 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว 1 หุน

ตัวอย่างการอ่านสเกลการวัดจากเครื่องมือวัด

การวัดความยาวเป็นนิ้วเป็นระบบอังกฤษ
ปัจจุบันบ้านเราใช้ระบบ Metric หรือระบบ SI ที่วัดความยาวเป็นเมตร (มิลลิเมตร-เซนติเมตร) ผสมกันไป
หนึ่งนิ้วก็แบ่งเป็นแปดส่วน ..... 1/8 นิ้ว
ภาษาช่างบ้านเรา ... เรียก 1 หุน        = 0.125 นิ้ว         = 3.175 มิลลิเมตร
1/4 นิ้ว ก็คือ 2/8 ... เรียก 2 หุน
3/8 นิ้ว ................ เรียก 3 หุน
1/2 นิ้ว ...............  เรียก 4 หุนบ้าง ครึ่งนิ้วบ้าง
จากนั้น ก็ไปถึง 5 หุน 6 หุน 7 หุน
ไม่มี 8 หุน เพราะ 8/8 = 1 นิ้ว ก็เรียก 1 นิ้ว

ย่อยครึ่งของ 1/8 ไปที่ 1/16 ก็เรียก.................. ครึ่งหุน
ถ้าย่อยครึ่งของ 1/16 ไปที่ 1/32 เรียก ............. หลี
ครึ่งหุนหลี ก็คือ 3/32 นิ้ว

1.  ไม้บรรทัดเหล็กหรือฟุตเหล็ก  ใช้สำหรับวัดระยะสั้น ๆ และขีดเส้น
https://lh5.googleusercontent.com/-VI-MB_6d3Jk/UeZB5o8oXnI/AAAAAAAAEFw/yfbj1Vca_64/s710/DSC_1911b.JPG

2.  ตลับเมตร  ใช้สำหรับวัดระยะ  ลักษณะเป็นตลับสี่เหลี่ยมขนาดพอจับมือ  ตัวตลับทำด้วยโลหะหรือพลาสติก  ส่วนแถบวัดทำด้วยเหล็กบางเคลือบสี  ปลายของแถบวัดมีขอเกี่ยวเล็ก ๆ ติดอยู่
http://img.tarad.com/shop/r/rshop/img-lib/spd_20050317130659_b.jpg

การใช้ตลับเมตร
1.  มือหนึ่งจับปลายเทปแล้วดึงออกจากตลับ
2.  ใช้ขอปลายเทปเกี่ยวหัวไม้ที่ตรงและได้ฉาก
3.  ทำเครื่องหมายตามระยะที่ต้องการ
การบำรุงรักษา
1. ระวังรักษาขอเกี่ยวปลายเทปไม้ให้หัก
2. เมื่อปล่อยเส้นเทปกับที่เดิมค่อย ๆ ผ่อน  ถ้าปล่อยให้กลับเร็วเกินไปปลายขอที่เกี่ยว และคอยใช้มือประคองเส้นเทปก่อนที่ขอเกี่ยวจะไปกระทบกับตัวตลับ ซึ่งจะทำให้ขอเกี่ยวหลุดหรืคลาดเคลื่อนและอาจชำรุดเสียหาย 
3. การใช้ตลับเมตรที่ถนอมคือต้องไม่ดึงสายวัดออกมาจนสุด
4. ทำความสะอาดหลังเลิกใช้แล้วเก็บให้เป็นระเบียบ 
ทั้งนี้เราจะนำตลับเมตรไปวัดอะไรก็ได้ตามแต่เราต้องการ ขนาดที่นิยมใช้คือยาว 3.5 เมตร

3.  ฉาก  เป็นเครื่องมือวัดละเอียดที่ใช้ทางตรงหรือตั้งได้ฉากของงาน  รวมทั้งการวัดมุมต่าง ๆ  ฉากมีหลายชนิด 
        3.1 ฉากเหล็ก หรือฉากตาย (Try Square)

        คือเครื่องมือที่ใช้เพื่อวัดขนาดการสร้างมุมฉาก ตรวจสอบการได้ฉากของงานชนิดต่าง ๆ หรือใช้วัดขนาดความกว้าง ยาว ลึกของชิ้นงานที่มีขนาดเล็ก มีส่วนประกอบ 2 ส่วนคือ ใบฉาก และด้ามฉาก โดยทั้ง 2 ส่วนยึดติดกันเป็นมุม 90 องศา ความยาวของใบฉากมีตั้งแต่ 6 นิ้วขึ้นไป ซึ่งเป็นขนาดที่นิยมใช้ ที่ใบฉากทั้งสองด้านทุกขนาดมีมาตรส่วนเป็นนิ้ว และเซนติเมตร บอกกำกับไว้ วิธีการใช้งาน การใช้ฉากในงานช่างสามารถใช้งานในลักษณะงานดังต่อไปนี้
        1. ใช้ในการวัดขนาด ฉากมีด้านทั้งสองของใบมีมาตราส่วนเป็นนิ้ว และเซนติเมตรกำกับไว้ฉะนั้นในการใช้ฉากวัดขนาดความกว้างยาวของงาน ใช้วิธีการวัดการวัดขนาดความกว้าง ยาวเหมือนกับการวัดด้วยไม้เมตร หรือตลับเมตร
        2. ใช้ในการขีดเส้นฉาก เพราะฉากเหล็กมีลักษณะการประกอบเป็นมุมฉากอยู่แล้ว ดังนั้นการนำด้ามฉากไปแนบกับขอบที่เรียบชิ้นงานใด ทิศทางของใบฉากย่อมทำมุมได้ 90 องศาเสมอ ดังนั้นในการตัดไม้ให้ได้ฉากกับแนวข้างลำตัวไม้ เมื่อนำฉากมาแนบ การขีดเส้นตามแนวของใบฉากคือเส้นที่บอกให้ทราบถึงแนวตัดหัวไม้ได้ฉากเสมอ
        3. การใช้ฉากเหล็กเพื่อตรวจสอบมุม 90 องศาของชิ้นงาน เป็นการตรวจสอบโดยนำฉากเหล็กไปแนบในจุดที่ตรวจสอบ แต่การตรวจสอบได้ความเที่ยงตรงมากน้อยแค่ไหนต้องตรวจสอบฉากก่อน
การบำรุงรักษา
        1.วางฉากลงบนโต๊ะปฏิบัติงานเบา ๆ และอย่างระมัดระวังเมื่อนำฉากเหล็กไปใช้ในแต่และครั้ง
        2.ไม่ควรนำฉากเหล็กไปใช้งานลักษณะอื่น ที่นอกเหนือจากการวัด ขีดเส้น ตรวจสอบมุม วัดขนาดความยาวชิ้นงาน
        3.ไม่ควรใช้ฉากในการดัน ที่จะเป็นผลให้จุดการยึดใบฉากกับด้ามฉากยึดกันไม่แน่น ยกเว้นเป็นการทำเพื่อดัดฉากให้ได้ 90 องศา
        4.ทำความสะอาดฉากให้ปราศจากฝุ่นและทราย ก่อนเช็ดด้วยน้ำมันเครื่อง เพื่อกันสนิท
        5. ไม่ใช้ด้ามฉากเคาะหรือตอกแทนค้อน
      6.  ระมัดระวังอย่าให้ฉากตกลงพื้นเพราะจะทำให้ฉากคลาดเคลื่อนจากความเที่ยงตรง
      7.เก็บฉากไว้ในที่เรียบ ไม่วางทับซ้อนกับเครื่องมือชนิดอื่น ซึ่งจะมีผลเสียต่อฉากจะบิดงอได้
ฉากตาย http://thaider.com/homepro/get/images/R9963843/R9963843-11.jpg

        3.2 ฉากเป็น  (Bevel Gauge) ใช้วัดมุมต่าง ๆ  นอกจากมุม  90  องศา  45  องศา  สามารถถอดแยกจากกันได้ ลักษณะเป็นด้ามไม้และพลาสติก และมีส่วนที่เป็นโลหะแบน หรือเรียกว่า ใบฉาก ยึดด้วยสกรูที่สามารถเป็นจุดหมุนในการวัดมุม สำหรับการตัดชิ้นงานไม้ บัวไม้ ไม้เข้ามุม เดือยไม้ และวัดองศาตามความต้องการ ความพิเศษของเครื่องมือช่างชนิดนี้ คือ สามารถวัดมุมได้เป็นองศาและสามารถแบ่งวงกลมออกเป็น 180 ส่วน สร้างมุม 360 องศา 90 องศา หรือ 1 ใน 4 ของวงกลมได้ด้วยเช่นกัน การใช้งานฉากเป็นให้เริ่มจากการหามุม จุดตัด หรือจุดยอดของมุมที่ต้องการวัด จากนั้นให้คลายสกรูที่ฉากเป็นแล้วเลื่อนส่วนใบฉาก เพื่อให้สามารถกดด้ามให้แนบกับข้างหนึ่งของมุม และให้ใบฉากแนบกับอีกด้านหนึ่งได้ จับด้ามและใบฉากให้แนบกับมุมตัวอย่างนั้น ขันสกรูให้แน่น นำฉากเป็นมาที่ชิ้นงานที่ต้องการนำเข้าไปติดตั้ง วางส่วนด้ามให้แนบกับด้านหนึ่ง แล้วลากเส้นไปตามขอบขอบใบฉาก เพื่อสร้างมุมที่มีขนาดเท่ากับมุมต้นแบบได้อย่างสมบูรณ์
ฉากเป็น

        3.3 ฉากปรับองศา
http://www.thaicontractors.com/uploads/equipment/EQIMG1240286217.jpg

ใช้วัดมุมต่าง ๆ  นอกจากมุม  90  องศา  45  องศา  ลักษณะเป็นโลหะแบน ใบฉาก ยึดด้วยสกรูที่สามารถเป็นจุดหมุนในการวัดมุม และใช้ควบคู่กับเครื่องมือช่างที่ใช้ไฟฟ้าในการตัดชิ้นงาน และวัดองศาตามความต้องการ ความพิเศษของเครื่องมือช่างชนิดนี้ คือ สามารถวัดมุมได้เป็นองศาและสามารถ สร้างมุม 30 องศา ถึง 150 องศา


4. ระดับน้ำ (Level)
https://www.ktw.co.th/ktwimg/IMAGE/PRODUCT/BIG/STANLEY/jpg

        ระดับน้ำ ใช้สำหรับวัดพื้นผิวว่าได้ระดับหรือไม่ มีหลอดแก้ว 3 หลอดวางไว้ตั้งฉากกัน และทแยง 45 องศา ลักษณะของเครื่องมือชนิดนี้จะเป็นอะลูมิเนียมหรือพลาสติก ยาวประมาณหนึ่งศอก มีช่องใส ๆ หลายช่อง แต่ละช่องจะมีหลอดแก้ว ที่มีของเหลวที่มีสีอยู่ข้างใน ในของเหลวนั้นจะมีฟองอากาศขนาดเท่าเมล็ดถั่ว เมื่อลองขยับระดับน้ำดู จะสังเกตเห็นว่าฟองอากาศนั้นจะเคลื่อนที่ไปด้วย ซึ่งระดับน้ำนั้นมีอยู่หลายขนาด โดยส่วนใหญ่ใช้ขนาด 24 นิ้ว (60 เซนติเมตร) ใช้ขนาด 4 ฟุต(1.2 เมตร) หรือ 6 ฟุต (1.8 เมตร) สำหรับประตูและหน้าต่าง ระดับน้ำแบบที่มีตาวัว (แป้นวงกลม) ใช้แสดงทิศทางของการเอียง การใช้งานเครื่องมือช่างดังกล่าวให้ดูที่ระดับน้ำ ว่าหลอดแก้วหลอดไหนใช้วัดระดับในแนวราบและหลอดไหนวัดแนวดิ่ง วางระดับน้ำลงบนพื้นผิวที่ต้องการตรวจสอบ ดูที่ฟองอากาศ ถ้าฟองอากาศลอยไปอยู่ที่ตรงกลางของหลอดแก้วแสดงว่าพื้นได้ระดับในแนวราบแล้ว แต่ถ้าฟองอากาศไม่อยู่ตรงกลาง แสดงว่าพื้นเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าต้องการรู้ว่าเอียงทางใดและเอียงมากแค่ไหน ให้ลองยกปลายของระดับน้ำขึ้นด้านหนึ่ง แล้วดูว่าฟองอากาศเลื่อนไปทางไหน เมื่อฟองอากาศอยู่ตรงกลาง จะเห็นว่ามีช่องว่างระหว่างพื้นกับขอบของระดับแล้ว จะเห็นว่าเอียงมากเพียงใด หากพื้นได้ระดับแนวราบแล้ว ให้หมุนระดับน้ำไปที่ 90 องศา แล้วตรวจดูอีกครั้ง จะพบว่าพื้นอาจจะได้ระดับในด้านหนึ่ง แต่เอียงในอีกด้านหนึ่ง ถ้าพื้นได้ระดับจริง ๆ ในทุกทิศทาง ฟองอากาศจะต้องอยู่ตรงกลางหลอดแก้วเสมอ ไม่ว่าจะหมุนระดับน้ำไปทางใดก็ตาม

เทคนิคการใช้ไม้บรรทัดวัดและการวัด
      การใช้เครื่องมือประเภทวัด ชนิดต่างๆ นั้นมีเทคนิคและวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันตามลักษณะงานดังนี้
ขั้นตอนที่ 1
หากต้องการตีเส้นที่คมและเส้นเล็ก ควรเลือกใช้ดินสอที่เหลา ปลายแหลมหรือใช้เหล็กแหลม สำหรับงานที่ต้องการความละเอียด    
ขั้นตอนที่ 2
การขีดเส้นตามแนวของไม้บรรทัด จะต้องกดให้ไม้บรรทัดหรือเหล็กพุกนั้น แนบกับผิว ของชิ้นงานโดยกดไม้บรรทัดด้วยนิ้วให้แน่นแล้วจึงขีดเส้น แนบกับ บรรทัดตามแนว ตั้งฉากกับชิ้นงาน
ขั้นตอนที่ 3
การแบ่งส่วนของหน้าไม้ให้เท่ากัน นั้นสามารถจัดระยะได้ด้วยการทาบ ไม้บรรทัดลง ตามหน้าไม้ ขยับให้ได้ตัวเลขที่จำนวนเต็มพอดี ตามที่เราต้อง
การแบ่งส่วน แล้วจึงทำ เครื่องหมายระยะที่หารลงตัวก็จะได้ช่องไฟที่เท่ากัน 
ขั้นตอนที่ 4
หากต้องการขีดเส้นให้ใด้ฉากในงานเฟอร์นิเจอร์ การขีดเส้นบนไม้นั้นจะใช้ฉากทาบกับ ส่วนหนาของหน้าไม้ให้สนิทกัน จะขีดได้เส้นที่ตั้งฉากกับไม้     
ขั้นตอนที่ 5
การตรวจสอบดูว่าไม้ที่กำลังใช้อยู่นั้น ได้ฉากตามที่ต้องการหรือไม่ / ต้องการตรวจดูว่าไม้นั้นเรียบเท่ากันทั้งแผ่นหรือไม่ สามารถใช้ฉากนั้นทาบกับตัวไม้วัดดูในการวัดนั้นให้ขอบของฉากวัดแนบสนิทกับไม้อีกด้านหนึ่ง ส่องผ่านแสงดูว่ามีช่องว่างอยู่ตรงไหน นั้นคือส่วนที่เกินออกมาไม่ได้ฉาก และไม่เรียบต้อง ไสออก 
ขั้นตอนที่ 6
วิธีการขีดเส้นให้ห่างจากขอบเท่ากันนั้น สามารถทำได้ด้วยการใช้ฉากแบบปรับระยะได้วัดขนาดของเส้นขอบที่ต้องการขีด แล้วลากเส้นตามขนาดที่ทำ เครื่องหมายไว้ โดยให้ขอบของฉากแนบกับหน้าไม้    
ขั้นตอนที่ 7
ฉากประเภทปรับมุมมีขนาดองศาบอก ความเอียงนั้นเหมาะสำหรับการทำงานประเภท วัดมุมของชิ้นไม้ ในกรณีไม่เป็นมุมฉาก หรือใช้สำหรับการร่างแบบ      
ขั้นตอนที่ 8
ฉากปรับมุมอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งสามารถที่จะปรับให้ไม้ฉากนั้นทำมุมนอกจากมุมฉาก(90องศา) ได้ด้วยการ หมุนคลายล็อคที่จุดหมุน แล้วเอียงตัวไม้บรรทัดให้เอียงตาม มุมที่ต้องการแล้วจึงหมุนล็อคก่อนนำไปขีดเส้นมุมนั้นๆ
ขั้นตอนที่ 9
การกำหนดขนาดความกว้างของรูเดือยที่จะนำมาเจาะทำเดือยเฟอร์นิเจอร์ สามารถทำได้ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า ขอขีดไม้ โดยนำสิ่วที่เจาะรู เดือยมาทาบความกว้างของหน้าสิ่ว ปรับตั้งให้เข็มขีดเส้นใหญ่กว่าเล็กน้อย แล้วจึงค่อยหมุนล็อค ส่วนการนำไปใช้งานให้ทาบส่วนที่เรียบเข้ากับหน้าไม้       

5. ขอขีดไม้ (Marking Gauge)

http://www.thaicarpenter.com/images/column_1220165437/IMGA0064.jpg
ขอขีดไม้ เป็นเครื่องมือช่างที่ใช้สำหรับการสร้างรอยขีดที่ขนานกับขอบนชิ้นงาน ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ขีดชิ้นงานอื่นๆ ให้มีขนาดเท่ากันได้หลายชิ้น เครื่องมือชนิดนี้มีลักษณะเป็นชิ้นไม้ที่ตั้งฉากกัน ส่วนปลายมีโลหะแหลมที่เรียกว่า ขา (Beam) ต่อยื่นออกมา ชิ้นไม้ชิ้นที่สองเราเรียกว่าส่วนหัว ซึ่งจะมีสกรูแบบที่มีหางปลาติดอยู่ เมื่อคลายสกรูออก จะสามารถเลื่อนตำแหน่งของหัวไปบนขาได้ แต่ถ้าขันสกรูให้แน่น ก็จะเป็นการล็อคตำแหน่งนั่นเอง การใช้งานเครื่องมือช่างชนิดนี้ เริ่มด้วยการคลายสกรู และเลื่อนส่วนหัวของขอขีดให้ได้ตามระยะที่ต้องการ แล้วจึงขันสกรู ถือขอขีดที่ส่วนหัวให้ส่วนของขาอยู่ในแนวระดับ และเริ่มทำการขีดจากปลายด้านที่อยู่ไกลก่อน กดให้หน้าของหัวขอขีดแนบอยู่กับขอบไม้ แล้วบิดส่วนหัว เพื่อให้ปลายแหลมของขอขีดแตะกับไม้ โดยที่ยังคงให้ส่วนหัวแนบอยู่กับชิ้นงาน และดึงขอขีดเข้ามาหาตัว สุดท้ายตรวจสอบดูชิ้นงานว่าได้รอยขีดตามที่ต้องการหรือไม่
ประโยชน์ของขอขีดไม้
ขอขีดไม้ จะช่วยทำครื่องหมาย วัดได้รวดเร็วและแม่นยำ โดยการขีดเครื่องหมายบรรทัดขนานไปที่ขอบของชิ้นงานไม้  ซึ่งขอขีดไม้นี้ยังมีประโยชน์มากกว่าดินสอไม้ในแง่ที่มีปลายเหล็กแหลมเป็นตัวช่วยทำตำแหน่งได้ชัดเจน
การใช้ขอขีด
คลายสลักหรือลิ่มออก แล้ววัดระยะห่างจากปลายเข็มกับด้ามให้ขนานตามที่แบบกำหนดแล้วล๊อคให้แน่น จับขอขีดด้านที่มีเข็มให้แนบสนิทกับไม้ กดดันไปข้างหน้า ให้ปลายเข็มขีดผิวไม้ ตลอดแนวที่ต้องการ
 การบำรุงรักษา
1. ควรทำความสะอาดหลังใช้
2. ทาน้ำมันส่วนที่เป็นโลหะ
3. เก็บให้เรียบร้อย




- ขอบคุณที่มา : http://www.vcharkarn.com/vblog/116163/29 -

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Borescope Technology (Rigid Borescope & Flexible Borescope)

Borescope Technology

Rigid Borescope


The heart of a borescope design is the relay lens system. New endoGRINS® design has made that easier and less costly.



The first optical design used for relays was the achromatic doublet. A series of lens pairs form and reform images, each image the subject for the next relay set. The spacing between series is proportional to the diameter of the lenses, so this color-corrected design works quite well for larger diameter borescopes. The Hawkeye Blue rigid borescopes 5.8mm diameter and above use this design.
Small diameters borescopes using an achromatic doublet design need far too many lenses, too close together and image quality becomes poor.


The achromatic design was improved upon by H.H. Hopkins who patented a new design in 1966. H.H. Hopkins' design combined conventional lenses with short, optical-glass rods to give higher brightness, accentuated color, higher contrast, and sharper images when compared to the achromatic doublet relay of the same diameter. This conventional design is typically used in top of the line small diameter borescopes and is used in all Hawkeye Blue rigid borescopes under 5.8mm in diameter, resulting in superb image quality.


Gradient Lens Corporation developed the Hawkeye® Precision Borescope using endoGRINS® gradient index lenses, combined in a patented design of elegant simplicity and excellent optical quality. EndoGRINS lenses are longer optical glass rods treated in an ion exchange process. Cost savings are large. Expensive micro-lenses which had to be ground, polished, coated, and centered can simply be replaced with several glass rods. The Hawkeye borescopes were launched with quality and prices that guaranteed their success.

Flexible Borescope

Flexible and rigid borescopes have a lot in common. Each have objective lenses to form an image of the subject on the relay system. Each have eyepiece lenses to magnify the image from the relay system so you can see it.

The difference is in the relay itself.

To allow flexibility the image is carried from the objective lens to the eyepiece by a bundle of optical fibers, instead of a system of lenses. Light cannot escape through the side once it enters a fiber, so it follows the fiber around twists and bends.


The ends of the fibers must occupy precisely the same respective positions at both the lens and eyepiece ends, or the image would be "scrambled."


The resolution of a flexible borescope depends on the number of fibers and their diameter. More fibers of smaller diameter give higher resolution. They also increase the cost of the scope.

ขอบคุณที่มา Hawkeye Borescopes
นำเสนอข้อมูลโดย CH-Admin